เที่ยวเกาะ Roosevelt Island ชมวิวหมู่ตึกแมนฮัตตันสุดตระการตา พร้อมฟินไปกับดอกซากุระบาน

ใครไปเที่ยวนิวยอร์ก ห้ามพลาดที่จะไปเที่ยวที่เกาะ Roosevelt Island (เกาะ รูสเวลท์ ไอซ์แลนด์) เพราะที่นี่คือที่ที่จะได้เห็นหมู่ตึกระฟ้าบนเกาะแมนฮัตตัน แบบเต็มตา เต็มอารมณ์ ส่วนผมนอกจากจะเป็นคนรักตึกแล้ว ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในฉากแอคชั่นในเรื่อง Spider-Man ที่ติดค้างในใจว่าถ้าได้มาที่นิวยอร์กต้องมาเยือนสักครั้ง ผมมั่นใจว่าที่ เกาะ Roosevelt Island จะทำให้คุณหลงรักนิวยอร์กมากขึ้นแน่นอน

เกาะ Roosevelt Island เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ระหว่าง ฝั่ง Manhattan กับ Queens (บ้านของ Spider-man ในเรื่อง) เป็นเกาะเล็กๆที่มีแม่น้ำ Hudson และ East river ขนาบ เป็นเกาะเล็กๆที่เงียบสงบ สามารถเดินเที่ยวได้ครบในเวลาไม่นานนัก ซัก 1-2 ชั่วโมง ถ้าคุณไม่ติดใจความสงบ และชิลล์ของที่นี่ซะก่อน เพราะผมติดใจจนมาเที่ยวถึง 2 หนในทริปครั้งนี้

ก่อนที่จะไปชมสถานที่ท่องเที่ยวและวิว เรามารู้ประวัติของที่นี่กันก่อน เพื่อที่จะได้อินกับการเดนเที่ยวกันนะครับ

Roosevelt Island มีหลายชื่อมาก ในสมัยที่ยังเป็นเกาะของชาว Native American มีชื่อว่า Minnahannock และเปลี่ยนชื่อเป็น Varkins Island ในช่วงที่ถูกครอบครองโดยชาวดัช ในช่วงปี 1600s ถูกครอบครองโดยครอบครัว Blackwell จึงตั้งชื่อเป็น Blackwell Island ก่อนขายต่อให้กับ the City of New York ในปี 1828 ในราคา $30,000

ในช่วงปี 19th Century เกาะถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับโรงพยาบาลจิตเวช โรงพยาบาลกักกันโรคติดต่อ โรงเลี้ยงหมู รวมถึงบ้านพักสำหรับผู้ยากไร้ และถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Welfare Island ในปี 1921 หลังจากนั้นถูกเปลี่ยนเป็นที่อยู่อาศัยราคาประหยัด และเปลี่ยนชื่อเป็น Roosevelt Island

  • ในปี 1600s พื้นที่บนเกาะ Roosevelt Island เคยเป็นฟาร์มหมูมาก่อน และเริ่มมีการสร้างบ้านอาศัยในปี 1796 (Blackwell’s House)
  • ในปี 1828 ที่นี่เคยใช้เป็นที่กักกันนักโทษคดีร้ายแรงจาก Manhattan
  • ในปี 1841 มีการสร้างบ้านพักอาศัย และเป็นที่อยู่ของผู้ยากไร้
  • ในปี 1973 เกาะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Roosevelt Island ตามชื่อประธานาธิบดี คนที่ 32  ของ สหรัฐอเมริกา Franklin D. Roosevelt และปรับปรุงอาคารต่างๆเป็นที่พักอาศัย

การเดินทางไป Roosevelt Island

สามารถเดินทางไป Roosevelt Island ได้ 4 วิธี

  1. Q102 Bus – สำหรับเดินทางจากฝั่ง Queens ผ่านทาง Roosevelt Island Bridge
  2. นั่ง Uber – สำหรับเดินทางจากฝั่ง Queens ผ่านทาง Roosevelt Island Bridge
  3. Subway F – สำหรับเดินทางจาก Queens และ Manhattan สามารถเดินทางด้วย Subway สาย F ลงสถานี Roosevelt Island
  4. Tram (กระเช้าลอยฟ้า) – สำหรับเดินทางจากฝั่ง East Manhattan ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับ MTA หรือ Subway ค่าโดยสารเที่ยวละ $2.75 แต่หากใครใช้บัตร metro card รายสัปดาห์หรือรายเดือน ก็สามารถนั่งได้ฟรี

ส่วนผมนั้นมีบัตร metro card 7 วันอยู่ใมมือ เลยเลือกนั่ง Subway สาย F มาลงที่สถานี Roosevelt Island เลย แล้วขากลับเลือกขึ้น Tram กลับไปยังฝั่ง Manhattan ที่สามารถเห็นวิวแม่น้ำ Hudson และ วิวเมืองแบบเต็มตาในมุมสูงอีกด้วย

สะพาน Queensboro Bridge

เมื่อเดินขึ้นมาจาก Subway เราก็จะเห็นอพาร์ทเม้นท์หรูสุดแพง ที่ชาวเกาหลีนิยมมากอยู่กัน และ สะพาน Queensboro Bridge ซึ่งเป็นสะพาน 2 ชั้น เชื่อมระหว่างเกาะแมนฮัตตันกับควีนส์ ที่พาดข้ามเกาะนี้ไปแบบไม่ใยดี ตรงตีนสะพานมีต้นซากุระกำลังบานสะพรั่งสีชมพูสด

Cherry Walk

เดินมาสักพักก็จะถึง Cherry Walk หรือเส้นทางเดินชมดอกซากุระ ที่จะบานอยู่ริม แม่น้ำฮัตสัน ยาวประมาณ 800 เมตร  ก่อนมาก็ลุ้นว่าจะเจอซากุระบานบ้างหรือเปล่า เพราะปีนี้หนาวเย็นนานเป็นพิเศษ แต่พอมาถึงก็มีให้เห็นบ้างประปราย แแต่ส่วนมากยังไม่บาน รู้สึกเสียดายบ้าง แต่ได้ไปเห็นที่ Washington DC มาแล้ว เลยพอทำใจได้ ถ้าใครมาช่วงที่ดอกซากุระบานเต็มที่นี่ก็สวยไม่แพ้ที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว ลองคิดภาพตามนะครับ ซากุระที่บานฟูเต็มต้น ยาวเกือบกิโล ที่มีฉากหลังเป็นหมู่ตึกบนเกาะแมนฮัตตัน แค่คิดก็ฟินแล้วใช่มั้ยครับ ซึ่งถ้าใครมา เที่ยวนิวยอร์ก ช่วง Spring ฤดูใบไม้ผลิแบบนี้ แล้วมีแผนการเดินทางมาเที่ยวที่ Roosevelt Island อย่าลืมเช็คดีๆนะครับ ซึ่งดอก ซากุระ ที่นี่ จะมี 2 สายพันธุ์ จะบานห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์

ผมใช้เวลาถ่ายภาพวิว และภาพตัวเอง ที่นี่นานมาก เพราะเป็นบรรยากาศในแบบที่ผมฝันไว้ ผมนั่งบนม้านั่งที่มีตลอดเส้นทาง ปล่อยอารมณ์ แล้วมองไปทางเกาะแมนฮัตตัน จนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จึงไปต่อสถานที่ต่อไป

Smallpox Hospital

เดินต่อเข้าไปใน Park จะเจอกับซากปรักหักพังของโรงพยาบาล Smallpox Hospital หรือโรงพยาบาลรักษาและกักกันโรคฝีดาษในอดีต ที่นี่ล้อมรั้วไว้ เราสามารถถ่ายรูปได้จากนอกรั้วเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปได้

Franklin D.Roosevelt Four Freedoms State Park

เมื่อเดินต่อมาจะพบกับ Franklin D.Roosevelt Four Freesoms State Park ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานแห่งแรกของท่าน ที่อยู่ใน New York City เปิดตั้งแต่ปี 2012 (แต่การออกแบบยังดูทันสมัยมากๆ) ออกแบบโดย Louis I. Kahn ตั้งอยู่ทางปลายใต้สุดของ Roosevelt Island

Four Freedoms ประกอบด้วย Freedom of Expression, Freedom of Speech, Freedom of worship, Freedom from want และ freedom from fear.

Four Freedoms ประกอบด้วย Freedom of Expression, Freedom of Speech, Freedom of worship, Freedom from want และ freedom from fear.
Four Freedoms ประกอบด้วย Freedom of Expression, Freedom of Speech, Freedom of worship, Freedom from want และ freedom from fear.

รูปปั้นบรอนซ์ Franklin D.Roosevelt ตั้งอยู่ที่ปลายทาง
รูปปั้นบรอนซ์ Franklin D.Roosevelt ตั้งอยู่ที่ปลายทาง
ปลายเกาะเผยให้เห็นแม่น้ำและเกาะ Manhattan สวยๆแบบนี้
ปลายเกาะเผยให้เห็นแม่น้ำวิวสวยๆแบบนี้
จากเกาะ Roosevelt Island สามารถมองเห็นป้าย Pepsi-Cola ที่ Long Island City อย่างชัดเจน
จากเกาะ Roosevelt Island สามารถมองเห็นป้าย Pepsi-Cola ที่ Long Island City อย่างชัดเจน

Cornell Tech Campus

หลังจากผมเดินไปสุดปลายสวน Freedom Park แล้วจึงเดินย้อนกลับมาเพื่อที่จะขึ้น Tram กลับไปแมนฮัตตัน แต่ก่อนกลับเลยแวะเข้าไปเดินชม Cornell Tech Campus วิทยาเขตของ Cornell สถาบันดัง ที่ตั้งอยู่ข้างๆกันกับ Cherry Walk ซึ่งเป็นกลุ่มตึกและ Park ขนาดใหญ่ วันที่อากาศดีๆ จะมีคนมานั่งเล่น นอนเล่น หรือปิคนิคกันเลยก็มี แถมยังมีจุดถ่ายรูปสวยๆกับ Queenboro Bridge อีกด้วย ตอนนี้ก็เที่ยงพอดี ก็เลยถือโอกาสไปกินข้าวเที่ยงในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยซะเลย ขอบอกว่าอาหารที่นี่ทั้งถูกและอร่อย ผมเลือกกินพิซซ่าที่สามารถเลือกส่วนผสมของหน้าได้เองตามความชอบ และ ซื้อน้ำ และ ไอศครีม ที่มี logo ของ มหาวิทยาลัยมากินปิดท้าย แถมได้ถ่ายรูปเท่ๆเช็คอินอีกด้วย เท่มากๆขอบอก

ขากลับ เราเลือกนั่ง Tram เป็นเคเบิ้ลคาร์กลับไปที่ฝั่งแมนฮัตตัน ใช้ บัตร metro card 7 วัน ที่อยู่ในมือผ่านเข้าประตูไปได้เลย ผมเลือกจะยืนชิดกระจกด้านซ้ายเพื่อชมวิว แมนฮัตตัน ฝั่ง Downtown ซึ่งก็ไม่ผิดหวังวิวสวยมากจริงๆ แถมฟรีอีกด้วยนะครับ ^^

ทั้งหมดนี้คือส่วนเติมเต็มความฝันของผมที่ตั้งใจใส่ลงในแผนเที่ยวในทริปนิวยอร์กครั้งนี้ เกาะ Roosevelt Island ทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ เกาะเล็กๆแห่งนี้เงียบสงบชิลล์ ต่างกันสุดขั้วกับฝั่งแมนฮัตตัน ถ้าได้มีโอกาสกลับมาเที่ยวอเมริกา และที่ New York อีกครั้ง ผมก็จะใส่ รูสเวลท์ ไอซ์แลนด์ แห่งนี้ลงในแผนการเที่ยวอีก นี่คือหนึ่งสถานที่ที่อยากจะให้ทุกคนได้มาเยี่ยมชม แล้วทุกคนจะหลงรักเหมือนผม

 

ตามรอยเส้นทางสู่อิสรภาพของอเมริกากับ Freedom Trail ใน Boston

สิ่งที่ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาน่าค้นหา นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมแล้ว หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีตที่เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งประเทศ จนเกิดการรวมชาติที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน

การมาเที่ยวบอสตัน ครั้งนี้จะไม่สมบูรณ์เลยถ้าขาดการเติมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ผ่านตึกรามบ้านช่อง วิหาร และ อาคารต่างๆ โดยเรื่องราวสู่อิสรภาพของสหรัฐอเมริกาในเมืองบอสตันถูกเรียกว่า Freedom Trail

ฟรีดอมเทรล หรือ Freedom Trail ในเมือง บอสตัน นั้น ได้ถูกจัดการให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆนั้น เดินเที่ยวชม และศึกษาประวัติศาตร์การสร้างชาติ การปฏิวัติ การเกิดขึ้นของวีรบุรุษที่เราคุ้นชื่อ อย่างง่าย และได้ความรู้อย่างแน่นเอี๊ยดเลยทีเดียว

การเดินชมเส้นทาง Freedom Trial นั้น เมืองบอสตันได้วางอิฐบล็อคบนถนนเป็นเส้นยาวผ่านอาคารบ้านเรือน และสถานที่สำคัญๆ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดสุดท้าย ดังนั้นผมรับรองว่าถ้าเดินตามเส้นที่ขีดไว้นี้ไม่มีทางหลงแน่นอน พร้อมทั้งยังเก็บได้ครบทุกสถานที่ในเส้นทาง ที่สำคัญ สถานที่ส่วนใหญ่แล้วนั้นไม่เก็บค่าเข้าชม ก็จะมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เก็บค่าเข้าชม เช่น the Old South Meeting House, the Old State House และ the Paul Revere House นอกนั้นไม่ต้องจ่าย หรือจะบริจาคก็ได้

ขอลงรูปตัวเองด้วยนะครับ :p เพราะในภาพมีเส้นที่พื้น เป็นเส้นทางเดิน Freedom Trail

เรามาเริ่มการเดินชมเส้นทางแห่งอิสรภาพนี้กันเลยครับ โดยจุดเริ่มจะอยู่ในส่วนย่านดาวน์ทาวน์กลางเมือง ที่ Boston Common และไปสิ้นสุดที่ Bunker Hill Monument รวมสถานที่ประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น 16 แห่ง

    1. Boston Common
    2. Massachusetts State House
    3. Park Street Church
    4. Granary Burying Ground
    5. King’s Chapel and Burying Ground
    6. Benjamin Franklin statue and former site of Boston Latin School
    7. Old Corner Bookstore
    8. Old South Meeting House
    9. Old State House
    10. Site of the Boston Massacre
    11. Faneuil Hall
    12. Paul Revere House
    13. Old North Church
    14. Copp’s Hill Burying Ground
    15. USS Constitution
    16. Bunker Hill Monument

Boston Common

สวนแห่งนี้คือสวนสาธารณะกลางเมือง ที่ครองตำแหน่งสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1634 หรือเกือบจะ 400 ปีแล้ว นานมากก และอาจจะไม่ผิดถ้าคิดว่าที่นี่คือสวน Central Park ใน New York เวอร์ชั่นย่อส่วน เพราะที่นี่มีทั้งคนในเมือง และ นักท่องเที่ยว มาเดินเล่น นอนอาบแดด เล่นบอล หรือแม้แต่ประท้วง!! ใครมาถึงแล้วก็อย่าลืมไปขอข้อมูลการเที่ยวเมืองบอสตันได้ที่ศูนย์ Visitor Center นะครับ แล้วเราก็เริ่มเดินตามเส้นสีแดงตามพื้นมุ่งหน้าสู่ Beacon Hill ไปสถานที่ต่อไปกันเลย

Massachusetts State House

อาคารที่มียอดโดมสีทองเด่นมาแต่ไกล ที่นี่คืออาคารรัฐสภาของมลรัฐ Massachusetts ซึ่งเป็นออฟฟิศของผู้ว่าการรัฐ ตั้งอยู่บนเนินที่เรียกว่า Beacon Hill

Park Street Church

สร้างขึ้นในปี 1809 อยู่ตรงหัวมุมถนน Park และ Tremont ที่นี่เคยเป็นสถานที่วางแผนการเลิกทาส ของนักขบวนการเลิกทาส และเหตุการณ์ ในอดีตเป็นเหมือนสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองบอสตัน ที่แสดงความไม่สิ้นสุดความเป็นผู้นำของเมืองบอสตันในช่วงยุคสงครามปฏิวัติ

Granary Burying Ground

สุสานเก่าแก่ข้างๆกับ Park Street Church มีศพถูกฝังตั้งแต่ยุคแรกที่คนมาตั้งรกรากที่นี่ ย้อนกลับไปเมื่อปี 1660 เลยทีเดียว ป้ายหน้าหลุมฝังศพส่วนมากสลักด้วยรูปหัวกระโหลก และปีก นิกาย พิวริตัน โดยหลุมฝังศพคนดังเช่น Paul Revere, John Hancock และ Samuel Adams

King’s Chapel

เป็นโบสถ์แรกในเมืองบอสตันที่ไม่ใช่ของนิกายพิวริตัน สถาปัตยกรรมเป็นแบบจอร์เจีย และ ประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษของบอสตัน เดิมโครงสร้างเป็นไม้ สร้างในปี 1688 และต่อมาใช้หินสร้างครอบทับอีกทีแล้วจึงรื้อโครงไม้เดิมทิ้งไป

Boston Latin School

โรงเรียนสร้างเสร็จในปี 1645 เป็น public school ที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา บุคคล 5 คนที่มีส่วนสำคัญในการประกาศอิสรภาพของอเมริกาก็เรียนที่โรงเรียนนี้ คือ Franklin, Samuel Adams, John Hancock, Robert Treat Paine และ William Hooper ที่นี่ยังมีรูปปั้นของ Benjamin Franklin เขาย้ายไป  Philadelphia ก่อนที่จะจบการศึกษา

ร้านกาแฟ Starbucks สาขาติดกับ Boston Latin School

Old Corner Book Store

อาคารนี้เป็นหนึ่งอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองบอสตันที่อยู่รอดปลอดภัยจากสงครามนานหลายปี เป็นตึกย่านธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา ร้านหนังสือนี้ถูกสร้างในปี 1718 เป็นศูนย์รวมสมาคมนักกวี นักเขียน ของเมืองบอสตัน อาทิ Ralph Waldo Emerson, Louisa May Alcott และ Nathaniel Hawthorne แต่ตอนนี้ไม่ใช่ร้านหนังสือแล้ว แต่กลายเป็นร้าน Chipotle

Old South Meeting House

สถานที่สำคัญที่ Samuel Adams ได้กล่าวเพื่อชวนฝูงชนให้เกิดเหตุการณ์ไปเทใบชาของอังกฤษทิ้งในอ่าวบอสตันเพื่อทำการต่อต้านภาษีใบชาที่มาจากความไม่เป็นธรรมเป็นชนวนนำไปสู่สงครามการปฏิวัติอเมริกา

Old State House

ถูกสร้างในปี 1713 เคยเป็นที่ประชุมของสมาชิกสภานิติบัญญัติเมืองบอสตัน จนกระทั่งรัฐบาลอังกฤษเข้ามาบริหาร

ตรงบริเวณลานด้านหน้า Old State House นี้ เรียกว่า The Boston Massacre ซึ่งในระหว่างการปฎิวัติมีช่วงที่มีการปะทะกันระหว่างชาวบอสตันกับกองทัพอังกฤษ ทำให้มีประชาชน 5 คนเสียชีวิตจากการถูกยิงบริเวณนี้

Faneuil Hall และ Quincy Market 

ตลาดเก่าแก่ประจำเมือง แบ่งเป็นตลาดฝั่งใต้ (South Market) ตลาดฝั่งเหนือ (North Market) และตลาดควินซี่ (Quincy) มีร้านอาหารมากมาย และยังเป็นแหล่งงานฝีมือสินค้าพื้นเมือง มีการแสดงเปิดหมวกมากมาย 

พอมาถึงตรงนี้เหล่าพลพรรคพี่ๆน้องๆที่มาด้วยกันต่างเหนื่อย และหิว เลยแวะทานอาหารในตลาดควินซี่ แล้วก็เลยตัดสินใจไปเที่ยวสถานที่อื่นในบอสตันกันต่อ เลยจบ Fredom Trail ไว้ตรงนี้ แต่ผมได้ไปหาข้อมูลมาเผื่อใครมาแล้วมีแรงเดินต่อก็ไปต่อได้เลยนะคร้าบบบ ^_^

Paul Revere House

บ้านของ Paul Revere ช่างเงินที่มีชื่อเสียงของประเทศ ที่นี่รวบรวมคอลเลคชั่นเครื่องประดับของเขาไว้ให้ได้ชมกัน ส่วนตัวบ้านนั้นเป็นสไตล์อเมริกันยุดบุกเบิก

By gocity.com

Old North Church

ด้านหน้าของ Old North Church เป็นส่วนของลานกว้างเป็นที่ตั้งของรูปปั้น Paul Revere ที่กำลังขี่ม้านเตือนชาวเมืองให้ระวังภัยจากกลุ่มติดอาวุธ

ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ถึงประวัติศาสตร์ของที่นี่ แต่ก็ยังควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม เพราะที่นีคือ โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในบอสตันที่ยังเหลือรอดมาถึงวันนี้

By Adavyd (Own work) [CC BY-SA 3.0], via Wikimedia Commons

Copp’s Hill Burial Ground

ที่นี่เป็นเนินสูง สามารถมองไปเห็นวิวส่วน North End และ แม่น้ำบอสตันได้ คุ้มค่าแก่การปีนขึ้นมา ซึ่งสุสานนี้เก่าแก่เป็นอันดับที่สองรองลงมาจาก King’s Chapel

By Jan Miller (Own work) [CC BY-SA 3.0], via Wikimedia Commons

U.S.S. Constitution

เมื่อเดินข้ามสะพาน Charlestown Bridge มาถึงที่จอดเรือ ที่นี่สร้างในปี 1797 และมีเรือรบเรือทหารสัญญาบัตรที่เก่าแก่ที่สุดในโลกโชว์อยู่ และมีพิพิธภัณฑ์ U.S.S. Constitution Museum ให้เข้าชมด้วย 

By (U.S. Navy photo by Seaman Matthew R. Fairchild/Released) 140704-N-OG138-866 (https://www.flickr.com/photos/usnavy/14595957594/) [Public domain], via Wikimedia Commons

Bunker Hill Monument

หลังจากไต่ถนนแคบๆอย่าง Charlestown ขึ้นมาถึงด้านบนก็จะพบกับอนุสรณ์สถานแก่การต่อสู้ที่ Bunker Hill เป็นเสาโอเบลิสก์สูงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า พอมาถึงที่นี่ก็ถือว่าสิ้นสุดเส้นทาง Freedom Trail ของเมืองบอสตันแล้ว

Image Credit: Brandon Turner

หลังจากเดินจนชมจนครบทุกสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของบอสตันบนเส้นทาง Freedom Trail แล้ว หลายคนอาจจะเหนื่อย แต่ผมว่ามันคุ้มค่ากับความเหนื่อยเหล่านั้น เพราะเราจะได้เติมเต็มความรู้ ความเข้าใจของประวิศาสตร์อเมริกา เพื่อเราจะได้ไปเที่ยวต่อในสถานที่ต่างๆได้อย่างเข้าใจมากขึ้น ก็จะทำให้เที่ยวได้สนุกขึ้นอีกด้วย

แผนที่ เดิน เที่ยว Boston Freedom Trail
แผนที่ เดิน เที่ยว Boston Freedom Trail