ครั้งแรกของเอเชีย! บานาฮิลล์ ทุ่มทุนสร้างมหาปรากฏการณ์ ทิวลิป 36 สายพันธุ์ 1 ล้านดอก ปกคลุมยอดเขาดานังนาน 2 เดือน

ครั้งแรกของเอเชีย! บานาฮิลล์ ทุ่มทุนสร้างมหาปรากฏการณ์ ทิวลิป 36 สายพันธุ์ 1 ล้านดอก ปกคลุมยอดเขาดานังนาน 2 เดือน

เตรียมสัมผัสปรากฏการณ์ความงามระดับโลกบนยอดเขาดานัง เมื่อซันเวิลด์ บานาฮิลล์ ประกาศยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการเนรมิตเทศกาลทิวลิปที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม 2569 โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การรวบรวมดอกทิวลิปหนึ่งล้านดอก จาก 36 สายพันธุ์หายาก มาผลิบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วทั้งยอดเขา เปลี่ยนสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปให้กลายเป็นดินแดนแห่งสีสันที่ลอยอยู่ท่ามกลางทะเลหมอก มอบบรรยากาศที่หาได้ยากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตอบโจทย์นักเดินทางที่โหยหาอากาศเย็นสบายในสไตล์ยุโรป
ความพิเศษของเทศกาลในปีนี้คือการออกแบบภูมิทัศน์ที่เน้นความต่อเนื่อง แทนที่จะจัดการแสดงเพียงจุดเดียว แต่ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสวนได้ทุ่มเทเวลาหลายเดือนในการเพาะปลูกและดูแลดอกทิวลิปทั้งหมดภายในพื้นที่บานาฮิลล์เอง 100% เพื่อควบคุมอุณหภูมิและช่วงเวลาการออกดอกให้แม่นยำที่สุด จนเกิดเป็นสายธารดอกไม้ที่ไหลผ่านลานกลาง จุดเดินเท้า และบริเวณปราสาทต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความรู้สึกให้นักท่องเที่ยวเหมือนกำลังเดินเล่นอยู่ในพรมดอกไม้ขนาดมหึมาที่เปลี่ยนทัศนียภาพไปตามทุกย่างก้าว โดยมีการไล่เฉดสีตั้งแต่สีแดงร้อนแรงไปจนถึงสีขาวบริสุทธิ์ มอบมุมมองที่สวยงามแตกต่างกันในทุกช่วงเวลาของวัน

นอกจากความงามของมวลหมู่ดอกไม้แล้ว ซันเวิลด์ บานาฮิลล์ ยังเปิดตัวนโยบายบัตรกระเช้าไฟฟ้าแบบใหม่เพื่อมอบอิสระสูงสุดในการพักผ่อน โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้บัตรใบเดียวเข้าชมได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 3 วันภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สนับสนุนเทรนด์การท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ช่วยให้นักเดินทางโดยเฉพาะชาวไทยสามารถวางแผนการถ่ายภาพและสำรวจแลนด์มาร์กสำคัญได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่รวมทั้งความงามทางธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบในที่เดียว

สัมผัสฤดูใบไม้ผลิในอากาศเย็นสบาย ท่ามกลางทุ่งดอกไม้และสถาปัตยกรรมยุโรปที่บานาฮิลล์ จุดหมายใหม่ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ควรพลาด..

ปักหมุดแลนด์มาร์คตามรอย “ลิซ่า” กับลิสต์สถานที่ห้ามพลาดจาก “feel all the feelings”

ปักหมุดแลนด์มาร์คตามรอย “ลิซ่า” กับลิสต์สถานที่ห้ามพลาดจาก “feel all the feelings”

เตรียมกล้องให้พร้อม! เมื่อ ททท. ควงแขน “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” Amazing Thailand Ambassador มาชวนทุกคนออกไปสัมผัสเมืองไทยในมุมมองใหม่ผ่านแคมเปญ “feel all the feelings” วันนี้เราเลยรวบรวมพิกัดสวยสับระดับโปสการ์ดจากในโฆษณามาฝากกัน ใครอยากตามรอยความปัง… เช็กอินตามลิสต์นี้ได้เลย!

วัดเจดีย์หลวง (เชียงใหม่)

ดื่มด่ำกลิ่นอายโบราณสถานใจกลางเมืองล้านนา เจดีย์องค์ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยศรัทธา ยิ่งถ้ามาในช่วง “ประเพณียี่เป็ง” จะได้เห็นบรรยากาศการจุดผางประทีปและโคมลอยนับพันสว่างไสวเหมือนที่ลิซ่าไปสัมผัส เป็นภาพที่สวยสะกดใจจนลืมไม่ลงจริงๆ

น้ำตกทีลอซู (ตาก)

ที่สุดของความอลังการ! กับน้ำตกภูเขาหินปูนที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในเมืองไทย สายน้ำที่ไหลหลั่นลง มาเป็นชั้นท่ามกลางป่าสมบูรณ์ จะทำให้คุณรู้สึกถึงพลังของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่แบบเต็มสิบไม่หัก

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว (เพชรบูรณ์)

แลนด์มาร์คบนเขาค้อที่สวยราวกับสรวงสวรรค์ โดดเด่นด้วยพระพุทธเจ้า 5 องค์สีขาวลดหลั่นกัน และเจดีย์ที่ประดับประดาด้วยเครื่องเบญจรงค์อย่างวิจิตร ยิ่งช่วงที่มีทะเลหมอกลอยมาปะทะ บอกเลยว่า Feeling เหมือนอยู่บนสวรรค์จริงๆ

เสม็ดนางชี (พังงา)

จุดชมวิวอ่าวพังงาที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง ภาพภูเขาหินปูนกลางน้ำทะเลสีมรกตตัดกับแสงสีทองยามเช้า คือบทสรุปของความอิสระและสดใสที่หาได้จากทะเลฝั่งอันดามัน

วัดอรุณราชวรารามฯ (กรุงเทพฯ)

ความสง่างามเหนือกาลเวลาริมแม่น้ำเจ้าพระยา พระปรางค์ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีสันสวยงาม เป็นจุดเช็กอินที่สะท้อนเสน่ห์ของไทยในมุมร่วมสมัยที่ทั่วโลกต้องหลงรัก

ทะเลบัวแดง (อุดรธานี)

เปลี่ยนวันพักผ่อนให้กลายเป็นสีชมพู ด้วยการล่องเรือชมดอกบัวแดงนับหมื่นที่บานสะพรั่งเต็มผืนน้ำ เป็นบรรยากาศที่นุ่มนวลและผ่อนคลาย เหมาะกับการมารีชาร์จพลังกายสุดๆ

วัดพระพุทธบาทสุทธาวาส (ลำปาง)

Unseen ความมหัศจรรย์ของเจดีย์สีขาวที่ตั้งอยู่บนยอดเขาหินปูนสูงเสียดฟ้า แม้ต้องเดินขึ้นบันไดกว่า 300 ขั้น แต่รับรองว่าวิวทิวทัศน์อำเภอแจ้ห่มที่อยู่เบื้องหน้าจะทำให้คุณหายเหนื่อยและอิ่มใจแน่นอน

สะปัน & วัดภูมินทร์ (น่าน)

  • สะปัน: หมู่บ้านกลางหุบเขาที่มาพร้อมทุ่งนาเขียวขจีและสายหมอก เป็น Feeling ที่ละมุนและเงียบสงบ

  • วัดภูมินทร์: ชมภาพ “ปู่ม่านย่าม่าน” จิตรกรรมฝาผนังระดับตำนานที่เล่าเรื่องราวความรักได้อย่างอ่อนโยน

ภูชี้ฟ้า (เชียงราย) & ภูลังกา (พะเยา)

สองพิกัดรับลมหนาวที่คนรักทะเลหมอกต้องปักหมุด ภูชี้ฟ้าให้ความรู้สึกอิสระบนหน้าผาสูง ส่วนภูลังกาจะมอบภาพทะเลหมอกที่โอบล้อมผืนป่าราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ

เกาะทะลุ (ระยอง)

ปิดท้ายด้วยความสงบของทะเลฝั่งอ่าวไทย น้ำทะเลใสแจ๋วที่มีเอกลักษณ์คือช่องหินที่ทะลุผ่านได้ เป็นจุดดำน้ำตื้นที่สมบูรณ์และมอบความรู้สึกของวันพักผ่อนที่เรียบง่ายแต่พิเศษ


เพราะเมืองไทยไม่ได้เป็นแค่จุดหมายปลายทาง แต่คือ “ความรู้สึก” ที่รอให้คุณไปสัมผัส… feel all the feelings… Amazing Thailand

อยากให้เราช่วยเจาะลึกการเดินทางไปยังสถานที่ไหนเป็นพิเศษ หรืออยากได้พิกัดร้านอาหารเด็ดใกล้ๆ ที่เหล่านี้ดีครับ?

ปักหมุด! POP MART เนรมิตสยามพารากอน เป็น ‘POP LAND’

ปักหมุด! POP MART เนรมิตสยามฯ เป็น ‘POP LAND’ แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุง ชวนสายอาร์ตทอยเช็กอิน 5 โซนสุดคิวต์

TravelEatDrinkReview – สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟน ๆ อาร์ตทอย! POP MART THAILAND จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สยามพารากอน เปิดตัวปรากฏการณ์ความสุขส่งท้ายปีกับงาน “POP LAND EXCLUSIVE FESTIVE EVENT IN THAILAND” เนรมิตพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ กว่า 1,000 ตร.ม. ครอบคลุมสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ ให้กลายเป็นดินแดนแห่งจินตนาการ หรือ “POP Destination” แห่งใหม่ของโลก พร้อมให้ทุกคนไปเช็กอินถ่ายรูปและสัมผัสความน่ารักแล้ว
งานนี้ถือเป็น Outdoor Pop-Up Event ที่ใหญ่ที่สุดของ POP LAND โดยนำคอนเซปต์ที่เริ่มต้นจากกรุงปักกิ่งมาสู่เมืองไทยเป็นครั้งแรก โดยมีไฮไลต์เด็ดคือการปรากฏตัวครั้งแรกในไทยของคาแรกเตอร์ขนฟูสีชมพู “MOKOKO” ที่สื่อถึงความอบอุ่นและความสุข

พาส่อง 5 โซนไฮไลต์ ที่ต้องไปถ่ายรูป!

  • ภายในงานแบ่งออกเป็น 5 โซนหลักที่ออกแบบมาเพื่อสายคอนเทนต์และนักสะสมโดยเฉพาะ:
    POP LAND CASCADE: เปิดโลกแห่งความฝันด้วยอุโมงค์ที่ตกแต่งด้วยเหล่าคาแรกเตอร์ดังจาก POP MART ทอดยาวตั้งแต่ชั้น G สยามพารากอน สู่พาร์คพารากอน
  • POP LAND CHRISTMAS TREE: พบกับต้นคริสต์มาสจาก POP MART ครั้งแรกในประเทศไทย ที่ประดับประดาด้วยคาแรกเตอร์ขวัญใจแฟน ๆ
  • POP LAND CASTLE: ปราสาทป๊อปแลนด์สุดอลังการ ที่รวบรวม Big Figure คาแรกเตอร์สุดฮิต ทั้ง MOLLY, SKULLPANDA, HIRONO และไฮไลต์อย่าง MOKOKO Big Figure สูงกว่า 5 เมตร
  • POPSICLE: โซนร้านไอศกรีมที่เสิร์ฟเมนูสุดพิเศษเฉพาะประเทศไทย! ห้ามพลาด ไอศกรีม TWINKLE TWINKLE TWIN MANGO YUZU (รสมะม่วงยูสุ) ที่หอมสดชื่น และ ไอศกรีม SKULLPANDA รส Double Chocolate และ รส Cheesecake เข้มข้น
  • POP SLIDE: Finding MOKOKO: เอาใจสายคิวต์ที่สยามเซ็นเตอร์ กับบ่อลูกบอลสีชมพูขนาดใหญ่ ให้ทุกคนได้ร่วมค้นหาความลับของ MOKOKO พร้อมมุมถ่ายรูปสุดน่ารัก

Exclusive Items และกิจกรรมทำบุญ

แน่นอนว่ามางาน POP MART ทั้งที ต้องมีของลิมิเต็ด โดยงานนี้มีคอลเลกชันพิเศษมาให้แฟน ๆ ได้สะสม ทั้ง MOKOKO Sweetheart Series, Spring Flower Series และไอเท็มหายากที่เคย Sold Out มาแล้ว

นอกจากความสนุกแล้ว ยังชวน “คนป๊อป” มาร่วมทำบุญกับโครงการ POP DONATION ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพียงบริจาคเงินสมทบทุนสร้างอาคารภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ณ จังหวัดลพบุรี ผ่านระบบ e-Donation (ขั้นต่ำ 100 บาท ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) ก็มีสิทธิ์รับกล่องสุ่มสุดพิเศษจาก POP MART ไปเลย (1 กล่อง ต่อการบริจาค, ของมีจำนวนจำกัด)

ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวถ่ายรูปสวย ๆ รับเทศกาลปลายปี ห้ามพลาด! ไปสัมผัสความสุขแบบเต็มขั้นในดินแดน POP LAND ได้ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 – 11 มกราคม 2569 ณ พาร์คพารากอน, สยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์

5 เรื่องน่ารู้ก่อนเปิด ‘เซ็นทรัล กระบี่’ 24 ตุลาคมนี้

5 เรื่องน่ารู้ก่อนเปิด ‘เซ็นทรัล กระบี่’ 24 ตุลาคมนี้ – แลนด์มาร์กใหม่ของอันดามัน ที่เติบโตไปพร้อมกับเมืองต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืนของไทย

กระบี่ – เตรียมนับถอยหลังสู่วันเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการของ “เซ็นทรัล กระบี่” ศูนย์การค้าต้นแบบแห่งแรกเพื่อความยั่งยืนของไทย จากเซ็นทรัลพัฒนา ที่ออกแบบจากความต้องการของคนกระบี่ สู่พื้นที่ใช้ชีวิตแห่งใหม่ที่ผสานธรรมชาติ ดีไซน์ และวิถีท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว

5 เรื่องน่ารู้ก่อนเปิด เซ็นทรัล กระบี่

  1. Krabi – The City of Sustainable Tourism กระบี่คือหนึ่งในเมืองที่งดงามและสมดุลที่สุดของประเทศไทย ธรรมชาติ วัฒนธรรม และผู้คน อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน จนได้รับการยกให้เป็น “เมืองต้นแบบของการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism)” เซ็นทรัล กระบี่ จึงถูกพัฒนาให้เป็น ศูนย์การค้าต้นแบบแห่งแรกของไทย ที่เติบโต “ไปพร้อมกับเมืองกระบี่” ด้วยแนวคิด Regenerative Design ที่ให้ธรรมชาติและธุรกิจอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล สถาปัตยกรรมของศูนย์ฯ ได้แรงบันดาลใจจาก หมู่เกาะกลางอันดามัน, สวนปาล์ม และเรือหัวโทง ใช้พื้นที่เปิดโล่งแบบ Semi-Outdoor เพื่อลดพลังงาน พร้อมระบบโซลาร์เซลล์กว่า 14,400 ตร.ม. กำลังผลิต 3.2 เมกะวัตต์ ถือเป็นศูนย์การค้าที่ใช้พลังงานสะอาดมากที่สุดในกลุ่มเซ็นทรัล และมุ่งสู่การรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว EDGE Zero Carbon Certification ความยั่งยืนของที่นี่ไม่หยุดอยู่แค่ตัวอาคาร แต่ขยายสู่เมือง ผ่านโครงการ “Green Road” ถนนรักษ์โลก ความร่วมมือระหว่างเทศบาลเมืองกระบี่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และพันธมิตร ที่นำวัสดุเหลือใช้อย่างพลาสติก Biochar และหินฝุ่น มาพัฒนาเป็นถนนคาร์บอนต่ำยาวเกือบ 500 เมตร นี่คือการเชื่อมโยงแนวคิดความยั่งยืนจากศูนย์การค้าไปสู่ชุมชน พิสูจน์ว่า “การพัฒนาเมือง” และ “การดูแลโลก” สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้จริง
  2. Made by Krabi – คิดและทำจากหัวใจของคนกระบี่ เพราะความยั่งยืนที่แท้จริง ต้องเริ่มจากรากของผู้คนในเมืองนั้น ทุกดีเทลของ เซ็นทรัล กระบี่ ถูกสร้างขึ้นแรงบันดาลใจของท้องถิ่น ตั้งแต่โลโก้ที่ออกแบบให้ภูเขาเชื่อมกับคลื่นทะเล ไปจนถึงสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนปาล์ม เรือหัวโทง และแหอวน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Made by Krabi” – ศูนย์การค้าแห่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ “เกิดขึ้นจากกระบี่จริง ๆ” ตั้งแต่ Andaman Market ที่ถ่ายทอดเส้นสายเรือหัวโทง, Hug Craft ที่รวมงานคราฟต์จากดีไซเนอร์ทั่วไทย ทั้งหมดนี้คือตัวตนของเมืองที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้การออกแบบร่วมสมัย
  3. The Living Room of Krabi – ห้องรับแขกของเมือง พื้นที่แห่งการพบปะและชีวิต ที่รวมกว่า 300 แบรนด์ ไว้ในที่เดียว เซ็นทรัล กระบี่ ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่คือ “ศูนย์กลางชีวิตเมือง” ที่ทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วม ครบทุกไลฟ์สไตล์ เช่น Tops, Power Buy, Supersports, B2S, Auto1 และร้านอาหารชื่อดังอย่าง BONCHON, Fuji, Salad Factory, Pepper Lunch, ก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร และอีกมากมาย รวมถึงร้านอาหารฮาลาลที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้บริโภค แลนด์มาร์กใหม่อย่าง บันไดวนชมวิว ที่มองเห็นเทือกเขาพนมเบญจาแบบพาโนรามิก พร้อมไฮไลต์ตอบโจทย์สายสปอร์ตอย่าง Jetts Fitness 24 ชั่วโมง, HarborLand แห่งแรกของภาคใต้, และ Starbucks วิวสวยที่สุดในอันดามัน
  4. When Sustainability Meets Creativity เพราะความยั่งยืนต้องมีชีวิต ต้องมีสีสัน และต้องร่วมสมัย เซ็นทรัล กระบี่ ยกระดับแนวคิดความยั่งยืนให้จับต้องได้และสนุกขึ้น ผ่านศิลปะและคาแรกเตอร์ที่คนกระบี่ภาคภูมิใจ พบกับ “น้องปูอันดา” มาสคอตแห่งความสุขของเมือง และ “Krabi Man” มนุษย์โบราณแห่งอันดามันในเวอร์ชันร่วมสมัย ออกแบบร่วมกับคนกระบี่กว่า 11 ชุมชน เช่น ช่างผ้าบาติก กลุ่มแม่บ้านวัยเกษียณ ศิลปินรุ่นใหม่ และวงษ์พาณิชย์ กระบี่ ดีไซน์ออกมาเป็น 4 สไตล์แฟชั่นสะท้อนอัตลักษณ์ของเมือง จาก “Krabi Beach Vibe” ไปจนถึง “Krabi Sustainable Man” ทั้งหมดนี้คือการแสดงพลังของความคิดสร้างสรรค์และความยั่งยืน ที่เติบโตไปพร้อมกัน
  5. Celebrate the Opening – Made by Krabi Grand Opening ฉลองเปิดศูนย์การค้าสุดยิ่งใหญ่ 72 วันต่อเนื่อง ด้วยกิจกรรมสุดพิเศษที่สะท้อนหัวใจแห่งความยั่งยืนของเมือง เตรียมพบ เต้ย–จรินทร์พร ในวันเปิดศูนย์การค้า พร้อมด้วยศิลปินสุดฮอตแห่งยุคได้แก่ บิวกิ้น–พุฒิพงศ์, แอลลี่–อชิรญา, นท-พนายางกูร, และ DJ Gres ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองของเมือง พร้อมกิจกรรม Burana Workshop by นท-พนายางกูร เวิร์กช็อปออกแบบเครื่องประดับจากวัสดุรีไซเคิล ถ่ายทอดแนวคิด “Sustainability with Style” เป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นบทใหม่ของเมืองยั่งยืน “Made by Krabi” อย่างแท้จริง

เซ็นทรัล กระบี่ คืออีกก้าวสำคัญของ เซ็นทรัล พัฒนา ในการยกระดับเมืองท่องเที่ยวไทยสู่ Sustainable Future City สะท้อนวิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกัน เพื่อให้ “ความสุขของเมือง” เติบโตอย่างมั่นคง และเป็นแรงบันดาลใจให้เมืองอื่นทั่วประเทศ เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 24 ตุลาคม 2568      

ติดตามความเคลื่อนไหวของเซ็นทรัล กระบี่ คลิก https://www.facebook.com/Centralkrabi/?locale=th_TH

ติดตามความเคลื่อนไหวของเซ็นทรัลพัฒนา คลิก https://www.centralpattana.co.th

ไอคอนสยาม ชวนฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ คัดสรรขนมรสเลิศจากแบรนด์ดังทั่วไทย

ไอคอนสยาม ชวนฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ คัดสรรขนมรสเลิศจากแบรนด์ดังทั่วไทย

TravelEatDrinkReview – ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมสืบสานเทศการแห่งความสุขและความเป็นสิริมงคล ชวนทุกท่านเลือกซื้อขนมไหว้พระจันทร์รสเลิศจากหลากหลายแบรนด์ดังที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมแพ็กเกจจิ้งสุดหรู เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแด่คนพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 7 ตุลาคม 2568

เพื่อต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่จะมาถึงในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ไอคอนสยาม ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ และเมืองสุขสยาม ได้รวบรวมขนมไหว้พระจันทร์จากร้านอาหารชื่อดัง โรงแรมชั้นนำ และร้านเด่นทั่วไทย มาให้เลือกลิ้มลองอย่างครบครันในที่เดียว มอบความสุขและความอบอุ่นให้ทุกคนในครอบครัวได้เฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ระดับพรีเมียมจากแบรนด์ดังในไอคอนสยาม

  • Hong Bao (ชั้น 6): สัมผัสความนุ่มหนึบของขนมไหว้พระจันทร์แป้งหิมะ ทำสดใหม่ ปราศจากสารกันเสีย กับ 4 รสชาติสุดพิเศษ ได้แก่ มันม่วงพิสตาชิโอ, คัสตาร์ดส้มแมนดารินช็อกโกแลต, เกาลัดเฮเซลนัท และเมล็ดบัวงาดำแมคคาเดเมีย
  • สตาร์บัคส์ (ชั้น 1 และ 7): พบกับขนมไหว้พระจันทร์รสชาติคลาสสิกยอดนิยมใน Premium Set พร้อมกระเป๋าสุดเก๋ มีให้เลือกทั้งไส้กาแฟสตาร์บัคส์และไข่, ทุเรียนหมอนทองและไข่, ชาเขียวสตาร์บัคส์และถั่วแดง และช็อกโกแล็ตมิ้นท์
  • TWG Tea (ชั้น G): แบรนด์ชาสุดหรูนำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ 6 รสชาติใหม่ที่ผสมผสานชารสเลิศไว้อย่างลงตัว บรรจุในแพ็กเกจสวยงามธีม “Red Jasmine Tea Collection”
  • Kyo Roll En (ซื้อได้ที่ Jerome Cheesecake ชั้น G): ปีนี้พบกับความพิเศษกับการคอลแลปส์กับ 3 เชฟมิชลินสตาร์จากสิงคโปร์ใน 4 รสชาติ Kaya Toast, มันหวานญี่ปุ่น-ชาอู่หลง, เผือกกวนแปะก๊วย (Orh Nee) และรสยอดนิยมอย่าง Yuzu Lava นอกจากนี้ยังมีสูตรกวางตุ้งไส้ลาวาเยิ้มๆ ทั้งคัสตาร์ดไข่เค็ม, ทุเรียนหมอนทอง, ชีสอัลมอนด์ (Cookie Crust) และพิสตาชิโอลาวา ที่ให้รสสัมผัสคล้าย “ช็อกโกแลตดูไบ”

ยกทัพความอร่อยจากโรงแรมและร้านเด็ด ณ สยาม ทาคาชิมายะ และเมืองสุขสยาม

SIAM Takashimaya Moon Cake Festival 2025 (13 ก.ย. – 7 ต.ค. 68, ชั้น G)

  • โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ: ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดงในตำนานที่ทุกคนรอคอย
  • โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ: ขนมไหว้พระจันทร์แฮนด์เมดในกล่องหนังวีแกนสีแดงมงคลลายดอกโบตั๋น
  • โรงแรมดุสิตธานี: นำเสนอ Heritage Bloom Collection ขนมไหว้พระจันทร์รสเลิศที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน
  • โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อกฯ: มาพร้อมกล่องดีไซน์หีบสมบัติที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกพิกุลทอง
  • MX Cakes & Bakery: การันตีความอร่อยระดับโลกกับ Lava Custard Mooncake ไส้ลาวาเยิ้มๆ
  • Bakery Hut: พบกับไส้ขนมไหว้พระจันทร์ให้เลือกมากที่สุดในไทยกว่า 100 ไส้ อาทิ ไส้เมี่ยงคำ และแบล็คทรัฟเฟิลแมคคาเดเมีย
  • ร้านกอกใจ: ชุด “ทรัพย์อนันต์” รวมไส้สุดคลาสสิกไว้ครบครันในราคาสุดคุ้ม

งาน “สุขสยาม เปี๊ยะไหว้จันทร์” (25 ก.ย. – 6 ต.ค. 68, เมืองสุขสยาม)

  • ภัตตาคารเชียงการีล่า: ขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายชุดมงคล อาทิ ชุดมังกรทองให้โชค, ชุดคัสตาร์ดชาววัง พร้อมไส้ให้เลือกมากมาย
  • Tempao Mooncake: ขนมไหว้พระจันทร์รูปแบบใหม่แป้งเพสตรี้กรอบ สอดไส้คัสตาร์ดลาวารสชาติต่างๆ
  • S&P: นำเสนอ S&P MOON PALACE COLLECTION ขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับกว่า 30 ปี ในบรรจุภัณฑ์สไตล์เครื่องเคลือบพอร์ซเลนสุดหรู พร้อม 16 รสชาติยอดนิยม

ร่วมเติมเต็มความสุข ความอบอุ่น และความเป็นสิริมงคลในเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ด้วยขนมไหว้พระจันทร์แสนอร่อยหลากหลายรสชาติที่ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารได้ทางเฟซบุ๊ก ICONSIAM

TOKYO SKYTREE ชวนแฟน Toy Story ฉลองครบรอบ 30 ปี

ทะยานสู่ฟากฟ้า! TOKYO SKYTREE ชวนแฟน Toy Story ฉลองครบรอบ 30 ปี กับอีเวนต์สุดพิเศษ

เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ภาพยนตร์แอนิเมชันในดวงใจอย่าง “Toy Story” และใครที่กำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น! TOBU TOWER SKYTREE ผู้บริหาร TOKYO SKYTREE แลนด์มาร์กสำคัญของกรุงโตเกียว ประกาศจัดอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ “To the Sky Beyond Imagination TOY STORY SKY IN TOKYO SKYTREE” เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่ภาพยนตร์ Toy Story ครบรอบ 30 ปี

อีเวนต์พิเศษนี้ได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม และจะจัดยาวไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2025 ชวนนักท่องเที่ยวและแฟน ๆ ไปสัมผัสโลกแห่งของเล่นเหนือจินตนาการบนตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น

ไฮไลท์สุดพิเศษที่คุณจะได้พบ

ภายในงาน นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำไปกับโลกของ Toy Story อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะบนชั้น Tembo Galleria ที่ความสูง 450 เมตร ซึ่งจะถูกตกแต่งและจัดแสดงนิทรรศการในธีม Toy Story ราวกับว่า TOKYO SKYTREE ได้กลายเป็นห้องของเล่นขนาดมหึมาบนก้อนเมฆ ตามคอนเซ็ปต์ภาพโปรโมตหลักของงาน ที่เหล่าตัวละครอย่างวู้ดดี้และบัซ ไลท์เยียร์ กำลังสนุกสนานอยู่บนยอดสกายทรี

นอกจากนี้ ในช่วงเวลากลางคืน ยังมีความพิเศษรออยู่อีกมากมาย:

  • SKYTREE ROUND THEATER: บนชั้น Tembo Deck ที่ความสูง 350 เมตร หน้าต่างชมวิวจะถูกเปลี่ยนให้เป็นจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์ ฉายวิดีโอสุดพิเศษในธีม Toy Story ให้ชมกันทุกคืนตลอดระยะเวลาการจัดงาน
  • Special Lighting: ในยามค่ำคืน ตัวอาคาร TOKYO SKYTREE จะสว่างไสวด้วยแสงไฟสีพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวละครต่าง ๆ ในเรื่อง Toy Story ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละวัน สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่มาเยือนและผู้ที่ชมจากภายนอก

สินค้าลิมิเต็ดและเมนูคาเฟ่สุดน่ารัก

แน่นอนว่ามาอีเวนต์สุดพิเศษแบบนี้จะขาดของที่ระลึกและเมนูอร่อย ๆ ไปไม่ได้ ภายในงานมีโซนจำหน่าย สินค้าลิมิเต็ดเอดิชัน ที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว รวมถึง เมนูพิเศษจากคาเฟ่ ที่รังสรรค์ขึ้นในธีม Toy Story ให้แฟน ๆ ได้เก็บความทรงจำทั้งในรูปแบบของสะสมและรสชาติอร่อย ๆ กลับบ้านไป

ทาง TOBU TOWER SKYTREE หวังเป็นอย่างยิ่งว่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงชาวไทยที่เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่น จะแวะมาเยี่ยมชมและสนุกสนานไปกับอีเวนต์พิเศษครั้งนี้ที่ TOKYO SKYTREE

ข้อมูลสรุปสำหรับนักเดินทาง

  • ชื่องาน: To the Sky Beyond Imagination TOY STORY SKY IN TOKYO SKYTREE
  • สถานที่: TOKYO SKYTREE กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
  • ระยะเวลาจัดงาน: วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม – วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2025
  • เว็บไซต์: https://www.tokyo-skytree.jp/en/event/special/toystory/

ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวโตเกียวในช่วงเวลาดังกล่าว ห้ามพลาดเด็ดขาดที่จะใส่ TOKYO SKYTREE เข้าไปในลิสต์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง 30 ปีแห่งมิตรภาพของเหล่าของเล่นที่เรารัก!

ตะลุยโลกไดโนเสาร์เสมือนจริงใจกลางกรุง Jurassic World: The Experience เปิดประตู 8 สิงหาคมนี้ ณ เอเชียทีค

“Jurassic World: The Experience” แหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

เตรียมคำราม! ตะลุยโลกไดโนเสาร์ใจกลางกรุงกับ Jurassic World: The Experience ที่เอเชียทีค 🦖

ข่าวดีสำหรับชาวกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยว! เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อ Jurassic World: The Experience นิทรรศการไดโนเสาร์เสมือนจริงสุดอลังการระดับโลก เตรียมมาเปิดประสบการณ์สุดกระหึ่มให้คุณได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 นี้ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น

ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญนี้จะเนรมิตพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็นเกาะ “อิสลา นูบลาร์” (Isla Nublar) ที่จะพาคุณหลุดเข้าไปในจักรวาลภาพยนตร์ Jurassic World อย่างสมจริง ตื่นตาตื่นใจไปกับเหล่าไดโนเสาร์แอนิเมทรอนิกส์ขนาดเท่าของจริงที่เคลื่อนไหวและส่งเสียงคำรามราวกับมีชีวิต!

Jurassic World: The Experience เนรมิตพื้นที่รวมกว่า 6,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็นโลกแห่งการผจญภัยที่จะพาผู้เข้าชมทุกวัน เข้าสู่จักรวาลของภาพยนตร์แฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง Jurassic World จาก Universal Pictures และ Amblin Entertainment โดยผสมผสานวิทยาศาสตร์และการเรียนรู้เข้ากับความบันเทิงระดับโลกอย่างลงตัว ซึ่งผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับประสบการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจระหว่างการเดินทางสำรวจความมหัศจรรย์ของเกาะ Isla Nublar (อิสลา นูบลาร์) ท่ามกลางฝูงไดโนเสาร์แอนิเมทรอนิกส์เสมือนจริง และฉากจำลองที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฉากสุดอลังการในภาพยนตร์ Jurassic World เต็มอิ่มกับการหลบหลีกและเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พร้อมดื่มด่ำไปกับความมหัศจรรย์เหนือจินตนาการบนเกาะแห่งนี้ที่รอให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตนเอง

ร่วมประสบการณ์การผจญภัยใน Jurassic World: The Experience ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น  

1.  Origins of Wonder ต้นกำเนิดแห่งความมหัศจรรย์ ก้าวเข้าสู่ศูนย์ต้อนรับอันยิ่งใหญ่ตระการตา ที่ซึ่งความ มหัศจรรย์ของเกาะอิสลา นูบลาร์ กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านภาพและเสียงอันสมจริงราวกับหลุดเข้าไปในโลกภาพยนตร์  

2.  Arrival at Isla Nublar เดินทางสู่เกาะ อิสลา นูบลาร์ ความตื่นเต้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณเดินทางมาถึงเกาะ อิสลา นูบลาร์ กับประตูทางเข้า Jurassic World อันเป็นเอกลักษณ์ที่ตั้งตระหง่านพร้อมต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกที่เหล่าไดโนเสาร์ดึกดำบรรพ์กลับขึ้นมาโลดแล่นอีกครั้ง

3.  A Close Encounter with Giants เผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่แห่งโลกล้านปี เหนือยอดไม้สูงเสียดฟ้า คุณจะได้สัมผัสช่วงเวลาสุดระทึกเมื่อได้เผชิญหน้ากับ บราคิโอซอรัส (Brachiosaurus) ร่างยักษ์ที่เคลื่อนไหวอย่างสง่างามท่ามกลางสายหมอก และเบื้องล่างยังมีแขกพิเศษอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่พร้อมปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาการให้อาหาร

4.  The Petting Zoo สัมผัสไดโนเสาร์รุ่นเยาว์ โอกาสพิเศษที่คุณจะได้ใกล้ชิดกับเหล่าสมาชิกวัยเยาว์ ตั้งแต่ลูกไดโนเสาร์จอมซนที่กำลังทดสอบความแข็งแรงของตัวเอง ไปจนถึงเจ้าตัวน้อยขี้เล่นวัยอยากรู้อยากเห็นที่กำลังเรียนรู้โลกใบใหม่ ประสบการณ์ที่จะพาคุณโลดแล่นเข้าสู่ความมหัศจรรย์ของ Jurassic World   

5.  The Predator Pavilion ดินแดนนักล่าดึกดำบรรพ์ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเมื่อคุณก้าวเข้าสู่พื้นที่ของเหล่านักล่าแห่งโลกล้านปี ดินแดนของไดโนเสาร์กินเนื้อที่น่าเกรงขามที่สุดของ Jurassic World ที่แม้คุณอาจจะเคยเห็น เวโลซีแรปเตอร์ (Velociraptor) มาแล้วในจอภาพยนตร์ แต่ก็ไม่มีอะไรเทียบได้กับการเผชิญหน้าตัวจริงได้เลย

6.  The Observation Deck จุดชมวิว หอสังเกตการณ์สุดไฮเทคค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ป่าดงดิบหนาทึบ ที่ซึ่ง อินโดไมนัส เร็กซ์ (Indominus rex) นักล่าสุดอันตรายกำลังเคลื่อนไหวและเฝ้ามองคุณอยู่ จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น หนทางรอดเดียวคือต้องหนีเท่านั้น!

7.  A Fight for Survival ผจญภัยเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงสัญญาณเตือนดังกึกก้องทั่วผืนป่าในขณะที่คุณกำลังเดินลัดเลาะผ่านช่องทางซ่อมบำรุงแคบ ๆ เสียงคำรามอันทรงพลังสะท้อนไปทั่วทางเดินจนรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงสันหลัง ก่อนที่ คาร์โนทอรัส (Carnotaurus) จะพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนคุณต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด

8.   Lost in the Jungle หลงในป่าดงดิบ ลัดเลาะเอาชีวิตรอดจนมาสู่ใจกลางป่าดงดิบอันมืดมิด พบกับเศษซากจากอดีตกับป้าย Jurassic Park ที่หลงเหลืออยู่ และรถจี๊ปที่ถูกเถาวัลย์ปกคลุมจนเกือบมิด ความเงียบอันน่าขนลุกปกคลุมไปทั่วผืนป่า จนกระทั่ง ไดโลโฟซอรัส (Dilophosaurus) ก้าวออกมา พร้อมกับแผงคอสีสันสดใสที่กางออกเสมือนงูแผ่แม่เบี้ย

9.  Caged Up กรงปริศนา กรงนกยักษ์สูงเสียดฟ้าปรากฏอยู่เบื้องหน้า เงาของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ร่อนผ่านม่านหมอกที่ปกคลุมอยู่เหนือหัว ในขณะที่เสียงกรีดร้องดังขึ้น เทอราโนดอน (Pteranodon) พุ่งชนผนังกรง จะงอยปากเฉียดขอบแผงกั้นห่างจากคุณไปเพียงไม่กี่นิ้ว ในขณะที่ สไตกิโมล็อค (Stygimoloch) ยืนจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนพ่นลมหายใจเสียงแหลมใส่

10. The Final Escape การหลบหนีครั้งสุดท้าย ห้องวิจัยที่ดูปลอดภัยอาจให้ความอุ่นใจได้เพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าอันน่าเกรงขามของ ทีเร็กซ์ (T. rex) กำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาทุกขณะ ราชินีแห่งไดโนเสาร์ส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วป่าก่อนที่ประตูทางออกจะปิดลงทันเวลาอย่างหวุดหวิด

Refuge – At Last รอดชีวิตในที่สุด หลังจากผู้เข้าชมได้เผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่แห่งยุคดึกดำบรรพ์ สบตากับตำนานที่ยังมีชีวิต และรอดพ้นจากการผจญภัยอันน่าตื่นตาตื่นใจมาได้ นี่คือประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณจะไม่มีวันลืมกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ใช้เวลารังสรรค์ขึ้นกว่า 65 ล้านปี

ร้านขายของที่ระลึก Jurassic World: The Experience Retail Store

เลือกซื้อของที่ระลึกและสินค้าลิขสิทธิ์แท้เฉพาะของ Jurassic World ภายในร้านค้า Jurassic World: The Experience Retail Store ซึ่งออกแบบมาในธีมพื้นที่หลบภัยในโลกยุคดึกดำบรรพ์ พร้อมพบกับอีกหนึ่งไฮไลต์สุดพิเศษอย่างกะโหลกฟอสซิลของทีเร็กซ์ ถือเป็นจุดหมายสุดท้ายของการผจญภัยในโลกจูราสสิค ที่ซึ่งเรื่องราวจบลง แต่ตำนานยังคงถูกกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบัน

Jurassic World: The Experience Hatch Dome

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ตั้งอยู่ติดกันกับ Jurassic World: The Experience คือ “Hatch Dome” (แฮ็ธช์ โดม) พื้นที่อินเทอร์แอคทีฟสุดล้ำที่รวมร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก Jurassic World: The Experience Retail Store และนิทรรศการด้านความยั่งยืนแบบ 4D จาก AWC ภายใต้แนวคิด Better World, Better Future” เปิดประสบการณ์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวด้านความยั่งยืนอย่างน่าทึ่ง โดยการเดินทางสุดพิเศษนี้จะพาผู้เข้าชมย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ ก่อนจะออกเดินทางต่อไปสัมผัสกับโลกอนาคตที่ขับเคลื่อนโดยการกระทำของมนุษย์ เพื่อจุดประกายความตระหนักรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการร่วมกันสร้างโลกที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

Jurassic World: The Experience Fossil & Flame Restaurant

พร้อมเปิดตัว “Jurassic World: The Experience Fossil & Flame Restaurant” (ฟอสซิล แอ็นด์ เฟลม) ห้องอาหาร Jurassic World แห่งแรกนอกธีมพาร์ค ซึ่งผสานเรื่องเล่าจากภาพยนตร์เข้ากับประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างเต็มอรรถรส ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับเมนูและบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจักรวาล Jurassic World อย่างแท้จริง สร้างประสบการณ์สุดพิเศษที่ผสมผสานรสชาติ ประสบการณ์จากภาพยนตร์ และจินตนาการเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ข้อมูลสำคัญและราคาบัตร
📍 สถานที่: เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น กรุงเทพฯ
🗓 วันเปิดตัว: 8 สิงหาคม 2568
🎫 ราคาบัตร:
👶เด็ก (อายุ 3-10 ปี): เริ่มต้นที่ 579 บาท
🧑 ผู้ใหญ่ (อายุ 11 ปีขึ้นไป): เริ่มต้นที่ 769 บาท
🎟การจำหน่ายบัตร
🔸️ รอบพรีเซล (สำหรับผู้ลงทะเบียน Waitlist): เริ่ม 8 กรกฎาคม 2568
🔸️ รอบบุคคลทั่วไป: เริ่ม 11 กรกฎาคม 2568

แฟนพันธุ์แท้สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จองบัตรรอบพรีเซลได้ก่อนใครที่เว็บไซต์ www.jurassicworldexperience.com/th แนะนำให้รีบจองล่วงหน้าเพราะคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าชมเป็นจำนวนมาก!

เตรียมตัวและครอบครัวของคุณให้พร้อม แล้วไปสัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะทำให้คุณไม่มีวันลืม ณ Jurassic World: The Experience Bangkok!

#JWExperience #DinosinBKK #AsiatiqueTheRiverfrontDestination #AWC
#เที่ยวเก่งกินก็เก่ง #TravelEatDrinkReview #เก่งรีวิว

“Tohoku Four Seasons & Tohoku Kizuna Festival” ที่ EXPO 2025 Osaka รวมที่สุดของเทศกาลหน้าร้อน 6 จังหวัดโทโฮคุในหนึ่งเดียว

“Tohoku Four Seasons & Tohoku Kizuna Festival” ที่ EXPO 2025 Osaka
รวมที่สุดของเทศกาลหน้าร้อน 6 จังหวัดโทโฮคุในหนึ่งเดียว

หนึ่งในไฮไลต์สุดยิ่งใหญ่ของ EXPO 2025 Osaka, Kansai, Japan ระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา คือการจัดงาน “Tohoku Four Seasons & Tohoku Kizuna Festival” ที่ได้รวบรวมมนต์เสน่ห์จากภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นมาไว้ ณ จุดเดียว โดยเฉพาะ ขบวนพาเหรด Tohoku Kizuna Festival ซึ่งนำเอาเทศกาลหน้าร้อนชื่อดังทั้ง 6 แห่งของโทโฮคุ มาร่วมแสดงอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

ประวัติความเป็นมา: จากน้ำตา…สู่รอยยิ้ม

ต้นกำเนิดของ Tohoku Kizuna Festival เริ่มขึ้นจากความสูญเสียครั้งใหญ่ในเหตุการณ์ แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี 2011 หรือที่รู้จักในชื่อ “The Great East Japan Earthquake” เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงผู้สูญเสีย และเป็นสัญลักษณ์แห่งการรวมพลังใจ (“Kizuna” แปลว่า “สายใยผูกพัน”) เพื่อการฟื้นฟูภูมิภาคโทโฮคุ

เทศกาลนี้เป็นผู้สืบทอดจิตวิญญาณจาก Tohoku Rokkon Festival และโดยปกติจะจัดหมุนเวียนใน 6 เมืองหลวงของจังหวัดในโทโฮคุ ทว่าปีนี้ ได้รับเกียรติให้มาจัดแสดงพิเศษที่งาน World Expo ในโอซาก้า

เทศกาลที่รวม “ที่สุดของที่สุด” จากโทโฮคุ

ในงานปีนี้ ได้รวมเอาเทศกาลฤดูร้อนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศของทั้ง 6 จังหวัด ได้แก่:

🏮 Aomori Nebuta Festival (อาโอโมริ)

โคมไฟนักรบลุกโชน สาดแสงแห่งตำนาน”
📅 วันที่จัด: 2 – 7 สิงหาคม ของทุกปี
เทศกาลฤดูร้อนสุดยิ่งใหญ่ของจังหวัดอาโอโมริที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก จุดเด่นอยู่ที่ ขบวนโคมไฟเนบุตะขนาดยักษ์ ส่องแสงเจิดจ้าในยามค่ำคืน โดยมีรูปนักรบ เทพเจ้า หรือตัวละครจากวรรณกรรมปรากฏในรูปแบบศิลปะกระดาษวาชิพร้อมแสงไฟภายใน ขบวนจะเคลื่อนไปท่ามกลางเสียงกลองไทโกะและการเต้น “ฮาเนโตะ” ที่มีจังหวะสนุกสนาน

🥁 Morioka Sansa Odori Festival (อิวาเตะ)

ร่ายรำแห่งกลองสะท้านฟ้า เมืองโมริโอกะ”
📅 วันที่จัด: 1 – 4 สิงหาคม ของทุกปี
ถือเป็นเทศกาลเต้นรำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในด้านจำนวนกลองและนักแสดง ผู้ร่วมขบวนหลายพันคนจะร่ายรำด้วยจังหวะกลองไทโกะ ขลุ่ย และเสียงร้องประสานอย่างสนุกสนาน เทศกาลนี้ถือกำเนิดจากตำนานการขอบคุณเทพเจ้าที่ขับไล่ภูตผีจากเมืองไปได้

🎐 Akita Kanto Festival (อาคิตะ)

ศิลปะการทรงโคมไฟ สู่ฟากฟ้าแห่งพลังจิต”
📅 วันที่จัด: 3 – 6 สิงหาคม ของทุกปี
นักแสดงในเทศกาลนี้จะแสดงทักษะการทรงเสาโคมไฟยักษ์ “คันโต” ที่บรรจุโคมไฟกว่า 40 ดวงด้วยท่วงท่าละเอียดอ่อน เช่น บนหน้าผาก ไหล่ หรือสะโพก เสาแต่ละต้นมีน้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัมและสูงถึง 12 เมตร ถือเป็นการอธิษฐานขอให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรดีในปีนั้น ๆ

✨ Sendai Tanabata Festival (มิยางิ)

เทศกาลแห่งดวงดาว ความหวัง และสีสัน”
📅 วันที่จัด: 6 – 8 สิงหาคม ของทุกปี
แม้ต้นแบบ Tanabata จะมาจากวันที่ 7 กรกฎาคม แต่ที่เซนไดจัดในเดือนสิงหาคมตามปฏิทินจันทรคติแบบญี่ปุ่น เทศกาลนี้มีชื่อเสียงในด้าน ตุงกระดาษประดับที่สูงและสวยงาม ห้อยจากไม้ไผ่และเรียงรายไปทั่วเมือง เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความฝัน และคำอธิษฐานของผู้คน

🌸 Yamagata Hanagasa Festival (ยามากาตะ)

ระบำหมวกดอกไม้แห่งความสุข”
📅 วันที่จัด: 5 – 7 สิงหาคม ของทุกปี
ขบวนรำ “ฮานะกาสะ” นี้เต็มไปด้วยพลังบวกและความอ่อนช้อย นักรำจะสวมชุดยูกาตะและถือ หมวกฟางที่ประดับด้วยดอกไม้สีสด ร่ายรำไปพร้อมเสียงเพลงพื้นบ้าน “ฮานากาสะ ออนโดะ” ที่ติดหูและชวนขยับตาม บรรยากาศของเทศกาลเต็มไปด้วยความสนุกสนานและกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่น

👣 Fukushima Waraji Festival (ฟุกุชิมะ)

ก้าวย่างแห่งศรัทธา ด้วยรองเท้า Waraji ยักษ์”
📅 วันที่จัด: สุดสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม (โดยปกติมักเป็น วันศุกร์-อาทิตย์แรก)
ในเทศกาลนี้จะมีขบวนแห่ รองเท้า Waraji ยักษ์ ยาวกว่า 12 เมตร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังและความเชื่อในโชคดี ผู้ร่วมขบวนจะร้องเพลงประจำเทศกาลและเต้นประกอบอย่างครึกครื้น เทศกาลนี้มีต้นกำเนิดจากศรัทธาในศาลเจ้า Higashi-Honganji และกลายเป็นงานรวมใจคนทั้งเมืองฟุกุชิมะ

ตลอดระยะเวลา 3 วัน มีนักแสดงกว่า 550 คน เข้าร่วมขบวนพาเหรดและกิจกรรมมากมาย แม้จะมีฝนตกในวันเสาร์ ทำให้บางกิจกรรมต้องย้ายขึ้นเวทีในร่ม แต่ในวันอาทิตย์ ขบวนพาเหรดได้จัดเต็มสองรอบกลางแจ้งอย่างอลังการ

สัมผัสฤดูกาลทั้งสี่ของโทโฮคุในที่เดียว

นอกจากขบวนพาเหรดแล้ว ภายในงานยังจัดโซน “Tohoku Four Seasons” ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวโทโฮคุในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น:

  • บูธนิทรรศการจากทั้ง 6 จังหวัด
  • กิจกรรมเวิร์กช็อปงานหัตถกรรมท้องถิ่น
  • โซนชิมอาหารท้องถิ่นยอดนิยม
  • เวทีแสดงศิลปะวัฒนธรรม
  • มาสคอตท้องถิ่นและ MYAKU-MYAKU มาสคอตของ EXPO 2025 มาร่วมสร้างสีสัน

ความสำคัญเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความร่วมมือของภูมิภาคโทโฮคุในการฟื้นฟูจากภัยพิบัติ แต่ยังเป็นเวทีในการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาของท้องถิ่นออกสู่สายตาชาวโลก ด้วยเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้มาเยือนภูมิภาคที่เปี่ยมด้วยธรรมชาติ ศิลปะ อาหาร และจิตวิญญาณ