ครั้งแรกของเอเชีย! บานาฮิลล์ ทุ่มทุนสร้างมหาปรากฏการณ์ ทิ วลิป 36 สายพันธุ์ 1 ล้านดอก ปกคลุมยอดเขาดานังนาน 2 เดือน

Featured posts

StarEnews – ทำเอาไทม์ไลน์แตกแตนนกันไปเลย! เมื่อซูเปอร์สตาร์หนุ่มหล่อขวัญใจชาวไทยอย่าง “มาร์ค ต้วน” (MARK TUAN) โพสต์ภาพแจกรอยยิ้มกระชากใจคู่กับไฟคริสต์มาสสุดอลังการ ทำเอาเหล่าอากาเซ่และสายคอนเทนต์ต้องรีบซูมดูพิกัดกันรัวๆ ว่ามุมสวยๆ แบบนี้อยู่ที่ไหนกันแน่!

เฉลยแล้ว! พิกัดความฟินที่พี่มาร์คไปยืนโพสท่าน่ารักๆ นั้นคือ “THE WISHFUL ELF TUNNEL” อุโมงค์ทางเชื่อมระหว่าง เซ็นทรัล เอมบาสซี่ และ เซ็นทรัลชิดลม (ชั้น 2) นั่นเอง ซึ่งตอนนี้กำลังถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ในแคมเปญ FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING
งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มีแค่ไฟวิบวับเท่านั้น แต่ตลอดทางเดินในอุโมงค์ คุณจะได้พบกับเหล่า “Elf Monsters” สุดกวนปนน่ารัก ผลงานการสร้างสรรค์จากศิลปินระดับโลกอย่าง Sticky Monster Lab ที่ยกขบวนมาซ่อนตัวอยู่ตามต้นคริสต์มาสและมุมต่างๆ เพื่อส่งมอบคำอวยพร (Blessing) ให้กับทุกคนที่เดินผ่าน
ไฮไลต์ห้ามพลาด:
มุมพี่มาร์ค: บริเวณกลางอุโมงค์ที่มีแสงไฟระยิบระยับ ตัดกับสีเขียวของต้นสน เป็นจุดที่แสงสวยมาก ถ่ายรูปออกมาแล้วหน้าไบร์ทสุดๆ

น้องมอนสเตอร์: แวะทักทายเหล่า Elf Monsters หลากคาแรคเตอร์ที่ซ่อนตัวเซอร์ไพรส์คุณอยู่ตลอดทาง
บรรยากาศ: ความยาวของอุโมงค์ที่ประดับไฟแน่นๆ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทาน เหมาะกับการมาเดทหรือมาเดินเล่นกับแก๊งเพื่อนสุดๆ
ใครไม่อยากตกเทรนด์ หรืออยากได้รูปมุมเดียวกับเมน ต้องรีบพุ่งตัวไปด่วน! งานจัดยาวข้ามปี แต่ความฮอตของพี่มาร์คอาจจะทำให้อุโมงค์แตกได้ รีบไปจับจองมุมถ่ายรูปกันก่อนนะจ๊ะ!
พิกัด: ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี (ทางเชื่อมชั้น 2 ไปเซ็นทรัลชิดลม)
ระยะเวลา: ตั้งแต่วันนี้ – 4 มกราคม 2569

TravelEatDrinkReview – สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟน ๆ อาร์ตทอย! POP MART THAILAND จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สยามพารากอน เปิดตัวปรากฏการณ์ความสุขส่งท้ายปีกับงาน “POP LAND EXCLUSIVE FESTIVE EVENT IN THAILAND” เนรมิตพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ กว่า 1,000 ตร.ม. ครอบคลุมสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ ให้กลายเป็นดินแดนแห่งจินตนาการ หรือ “POP Destination” แห่งใหม่ของโลก พร้อมให้ทุกคนไปเช็กอินถ่ายรูปและสัมผัสความน่ารักแล้ว
งานนี้ถือเป็น Outdoor Pop-Up Event ที่ใหญ่ที่สุดของ POP LAND โดยนำคอนเซปต์ที่เริ่มต้นจากกรุงปักกิ่งมาสู่เมืองไทยเป็นครั้งแรก โดยมีไฮไลต์เด็ดคือการปรากฏตัวครั้งแรกในไทยของคาแรกเตอร์ขนฟูสีชมพู “MOKOKO” ที่สื่อถึงความอบอุ่นและความสุข
แน่นอนว่ามางาน POP MART ทั้งที ต้องมีของลิมิเต็ด โดยงานนี้มีคอลเลกชันพิเศษมาให้แฟน ๆ ได้สะสม ทั้ง MOKOKO Sweetheart Series, Spring Flower Series และไอเท็มหายากที่เคย Sold Out มาแล้ว
นอกจากความสนุกแล้ว ยังชวน “คนป๊อป” มาร่วมทำบุญกับโครงการ POP DONATION ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพียงบริจาคเงินสมทบทุนสร้างอาคารภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ณ จังหวัดลพบุรี ผ่านระบบ e-Donation (ขั้นต่ำ 100 บาท ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) ก็มีสิทธิ์รับกล่องสุ่มสุดพิเศษจาก POP MART ไปเลย (1 กล่อง ต่อการบริจาค, ของมีจำนวนจำกัด)
ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวถ่ายรูปสวย ๆ รับเทศกาลปลายปี ห้ามพลาด! ไปสัมผัสความสุขแบบเต็มขั้นในดินแดน POP LAND ได้ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 – 11 มกราคม 2569 ณ พาร์คพารากอน, สยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์

กระบี่ – เตรียมนับถอยหลังสู่วันเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการของ “เซ็นทรัล กระบี่” ศูนย์การค้าต้นแบบแห่งแรกเพื่อความยั่งยืนของไทย จากเซ็นทรัลพัฒนา ที่ออกแบบจากความต้องการของคนกระบี่ สู่พื้นที่ใช้ชีวิตแห่งใหม่ที่ผสานธรรมชาติ ดีไซน์ และวิถีท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว
5 เรื่องน่ารู้ก่อนเปิด เซ็นทรัล กระบี่
เซ็นทรัล กระบี่ คืออีกก้าวสำคัญของ เซ็นทรัล พัฒนา ในการยกระดับเมืองท่องเที่ยวไทยสู่ Sustainable Future City สะท้อนวิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกัน เพื่อให้ “ความสุขของเมือง” เติบโตอย่างมั่นคง และเป็นแรงบันดาลใจให้เมืองอื่นทั่วประเทศ เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 24 ตุลาคม 2568
ติดตามความเคลื่อนไหวของเซ็นทรัล กระบี่ คลิก https://www.facebook.com/Centralkrabi/?locale=th_TH
ติดตามความเคลื่อนไหวของเซ็นทรัลพัฒนา คลิก https://www.centralpattana.co.th

ร้านอาหารคำหอม โดยเชฟเอียน กิตติชัย นำเสนอเมนูใหม่ส่งท้ายปี 2568 โดยเน้นไปที่อาหารท้องถิ่นไทยที่หารับประทานได้ยาก ด้วยขั้นตอนการเตรียมและการปรุงที่เชฟเอียนและทีมเชฟของคำหอมทุ่มเทเวลาและความปราณีต นำอาหารขึ้นชื่อและวัตถุดิบชั้นดีจากหลายจังหวัดที่หารับประทานได้ยากมาสู่สายตานักชิมผู้มีรสนิยมในเมืองกรุงฯ อีกครั้ง พร้อมให้ได้ลิ้มชิมรสได้ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมเป็นต้นไป ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

ในครั้งนี้ เชฟเอียน กิตติชัย เลือกเมนูอาหารที่ถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำจนแทบจะสูญหายไป หรือเป็นอาหารที่ทำกันในงานประเพณีท้องถิ่นเท่านั้น ทั้งยังได้เน้นย้ำการใช้วัตถุดิบพิเศษของแต่ละพื้นที่ อาทิ

ยำหนังหมูหอยเชลล์ เชฟนำวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างหนังหมูมายำกับเครื่องปรุงรสจัดจ้าน เพิ่มมิติด้วยหอยเชลล์ที่ให้สัมผัสนุ่มละมุนตัดกับความกรุบกรอบของหนังหมูและปลากรอบ

แกงระแวงเนื้อซี่โครงตุ๋น แกงไทยโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 ดัดแปลงมาจากแกงเนื้อน้ำขลุกขลิกหอมเครื่องเทศของชวา

แกงจืดเงาะยัดไส้ รสชาติกลมกล่อมที่ใช้เนื้อเงาะจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี

แสร้งว่ากุ้งแม่น้ำปลาฟู ดัดแปลงมาจากอาหารใต้อย่างยำไตปลา นำกุ้งแม่น้ำตาปีจากสุราษฎร์ธานีมาย่าง เพิ่มเนื้อสัมผัสโดยใส่ปลากะพงสองน้ำฟูจากสงขลา

เนื้อกะทิต้มเค็ม เนื้อแดดเดียวต้มกับกะทิสดอัมพวาจนรสชาตินุ่มละมุน ได้ความเข้มข้นของเนื้อแดดเดียว
สะท้อนภูมิปัญญาอาหารที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นความมุ่งมั่นของเชฟในการอนุรักษ์มรดกทางอาหารอันหลากหลายของประเทศไทย และนำมายกระดับด้วยเทคนิคการปรุงอาหารร่วมสมัยอันประณีต
เมนูใหม่นี้ ยังนำเสนอขนมโบราณในความทรงจำอย่าง

ขนมสี่ถ้วย ขนมมงคลที่ทำขึ้นเฉพาะในพิธีแต่งงานเพื่ออวยพรให้บ่าวสาวรักกันยืนยาว

ข้าวเม่าไอศกรีมกล้วยไข่ ใช้ข้าวอ่อนที่คั่วจนหอม ใส่ไส้ด้วยกล้วยไข่ ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับ ‘ไอติมกล้วยตาก’ ของดีขึ้นชื่อจากโครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย

ขนมโคใส่ไส้ไอศกรีม สอดไส้ไอศกรีมมะม่วงมหาชนกจากโครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัยเพิ่มความสดชื่นหอมหวาน
“เราตั้งใจให้สะท้องถึงความมุ่งมั่นของคำหอมที่ต้องการยกระดับอาหารพื้นบ้านของไทยให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ให้เห็นถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมการกินอยู่ของคนไทย ด้วยการนำสูตรดั้งเดิมที่ทำให้จานนั้นๆ โดดเด่น มาใส่ลูกเล่นความคิดสร้างสรรค์” เชฟเอียนกล่าว “เมนูใหม่ของเราคราวนี้เน้นอาหารที่บอกเล่าเรื่องราวของแต่ละท้องถิ่นผ่านทางรสชาติ บางสูตรเกือบจะถูกลืมไปแล้ว ซึ่งเราอยากเก็บรักษาไว้ แล้วส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก”
เมนูใหม่ของร้านอาหารคำหอมโดยเชฟเอียน กิตติชัย พร้อมให้ได้ลองลิ้มชิมรสได้ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
สมาชิก ALL Accor + Explorer รับส่วนลดค่าอาหาร 30% สูงสุดถึง 10 ท่าน สอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร 02 666 3311.
ร้านอาหารคำหอม ตั้งอยู่ ณ ชั้นล็อบบี้ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ
เลขที่ 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
โทร 02 666 3333 | www.khumhomrestaurant.com
เปิดให้บริการทุกวัน
มื้อกลางวัน 12:00 – 15:00 น. | มื้อค่ำ 17:30 – 22:30 น.


TravelEatDrinkReview – ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมสืบสานเทศการแห่งความสุขและความเป็นสิริมงคล ชวนทุกท่านเลือกซื้อขนมไหว้พระจันทร์รสเลิศจากหลากหลายแบรนด์ดังที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมแพ็กเกจจิ้งสุดหรู เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแด่คนพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 7 ตุลาคม 2568
เพื่อต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่จะมาถึงในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ไอคอนสยาม ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ และเมืองสุขสยาม ได้รวบรวมขนมไหว้พระจันทร์จากร้านอาหารชื่อดัง โรงแรมชั้นนำ และร้านเด่นทั่วไทย มาให้เลือกลิ้มลองอย่างครบครันในที่เดียว มอบความสุขและความอบอุ่นให้ทุกคนในครอบครัวได้เฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน
SIAM Takashimaya Moon Cake Festival 2025 (13 ก.ย. – 7 ต.ค. 68, ชั้น G)
งาน “สุขสยาม เปี๊ยะไหว้จันทร์” (25 ก.ย. – 6 ต.ค. 68, เมืองสุขสยาม)
ร่วมเติมเต็มความสุข ความอบอุ่น และความเป็นสิริมงคลในเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ด้วยขนมไหว้พระจันทร์แสนอร่อยหลากหลายรสชาติที่ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารได้ทางเฟซบุ๊ก ICONSIAM
TravelEatDrinkReview – กรุงเทพฯ มีที่ฮีลใจใหม่แล้วนะรู้ยัง! บอกเลยว่างานนี้ชาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต้องตาลุกวาว! กับแลนด์มาร์คใหม่สุดปึ้ง “สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” สวนลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย! บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ใจกลางเมืองแบบตะโกน! ลืมภาพสวนแบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะที่นี่คือพื้นที่สีเขียวสุดชิคที่เชื่อมต่อวิวสวนลุมพินีแบบไร้รอยต่อ ให้ฟีลเหมือนวาร์ปไปอยู่กลางหุบเขาเขียวๆ แต่จริงๆ คือแค่สีลม-พระราม 4 นี่เอง!
เตรียมกล้อง ชาร์จแบตให้เต็ม แล้วตามมาส่อง 8 จุดไฮไลท์ที่ต้องไปแชะภาพลงโซเชียล!
1. อัฒจันทร์ดุสิตพินี (Dusitpini Amphitheatre) โซนนั่งชิลล์ Vibes ดีเวอร์! จะมานั่งพักเหนื่อยเฉยๆ, นัดตี้กับแก๊งเพื่อน, หรือมาดูมินิคอนเสิร์ต ดนตรีในสวนก็เริ่ด! มุมนี้คือได้รูปฟีลเกาหลีเกาใจ กับวิวสวนเขียวๆ และตึกสวยๆ เป็นแบ็คกราวด์

2. จุดชมวิวระเบียงรังนก (Bird Nest Viewpoint) มุมมหาชนที่ห้ามพลาด! ยืนตรงนี้จะได้ภาพพาโนรามาที่สวนดุสิตอรุณเชื่อมกับสวนลุมพินีแบบจึ้งๆ เหมือนผืนป่าขนาดใหญ่ใจกลางเมือง จะถ่ายตอนกลางวันก็ได้แสงสวยๆ หรือตอนกลางคืนก็โรแมนติกไปอีกแบบ บอกเลยว่ารูปโปรไฟล์ใหม่ต้องมาจากมุมนี้!

3. จุดชมวิวสวัสดีบางกอก (Sawasdee Bangkok Viewpoint) ใครสายตื่นเช้าต้องเลิฟ! มาหามุมจิบกาแฟ ชมวิวเมืองกรุงเทพฯ ในมุมที่สวยที่สุด ถ่ายสตอรี่อวดเพื่อนตอนเช้าๆ พร้อมแคปชั่น “Good morning, Bangkok!” คือปังไม่ไหว ได้ฟีลเหมือนเป็นเจ้าของเมืองนี้!

4. เดอะ เทอเรส (The Terrace) Photo Spot ฟีลต่างประเทศ! ด้วยพื้นกระเบื้องสลับกระจกสีฟ้ากับน้ำพุเก๋ๆ ทำให้มุมนี้ดูเท่และมีสไตล์สุดๆ แค่โพสท่าง่ายๆ ก็ได้รูปคูลๆ เหมือนอยู่เมืองนอกแล้ว ไม่ต้องบินไปไกล!

5. ม่านน้ำ 2513 (Cascade 2513) จุดฮีลใจกลางกรุง! มานั่งฟังเสียงน้ำตกเย็นๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากน้ำตกในตำนานของโรงแรมดุสิตธานีเดิม ช่วยคลายร้อนแถมยังได้รูปสวยๆ ฟีลธรรมชาติบำบัดอีกด้วย ใครเหนื่อยๆ มาแวะตรงนี้รับรองสดชื่น!

6. เดอะ พลาซ่า (The Plaza) ลานหญ้าเขียวๆ ให้นั่งเล่น ปิกนิก หรือทำกิจกรรมเบาๆ ได้ฟีลเหมือนอยู่ในหนัง High School Musical นั่งเม้าท์มอยกับเพื่อนพร้อมรับละอองน้ำเย็นๆ จากม่านน้ำที่อยู่ใกล้ๆ คือที่สุดของความชิลล์!

7. ดี การ์เด้น (D Garden) (Exclusive Zone สำหรับลูกบ้านและแขกโรงแรม) โซนสวนดอกไม้สุดไพรเวทที่ชั้นบนสุดของสวน ใครได้เข้าโซนนี้คือผู้โชคดี! เหมาะกับการมาเดินเล่นสวยๆ ท่ามกลางดอกไม้นานาพรรณ ได้รูปฟีลคุณหนูคุณชายแน่นอน

8. เดอะ คอร์ดยาร์ด (The Courtyard) (Exclusive Zone สำหรับแขกโรงแรม) อีกหนึ่งพื้นที่พิเศษในโซน D Garden บรรยากาศสบายๆ เหมาะกับการจัดกิจกรรมเล็กๆ หรือมานั่งพักผ่อนแบบส่วนตัว

More to Know! เรื่องต้องรู้ก่อนมา!
พิกัด: สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (หัวมุมถนนพระราม 4 – สีลม)
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 06:00 – 22:00 น.
ติดตามกิจกรรมและโปรเด็ดๆ ได้ที่: LINE Official Account @dusitcentralpark

TravelEatDrinkReview – มหานครเซี่ยงไฮ้เปรียบดั่งมังกรหลากสีที่ขดตัวอยู่ริมฝั่งแปซิฟิก เกล็ดหนึ่งของมันสะท้อนภาพอดีตอันรุ่งโรจน์ของ “ปารีสแห่งตะวันออก” ในขณะที่อีกเกล็ดหนึ่งส่องประกายแสงนีออนเจิดจ้าของโลกอนาคต การเดินทาง 5 วัน 4 คืนในนครแห่งนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงการย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่คือการเดินทางข้ามผ่านพรมแดนแห่งกาลเวลา ที่ซึ่งประวัติศาสตร์และจินตนาการไหลรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

อรุณรุ่งแห่งการเดินทาง: สองฟากฝั่งแม่น้ำหวงผู่
วันแรกของเราเริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงหวีดแหลมของรถไฟแม็กเลฟ ที่ทะยานจากสนามบินผู่ตงเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยความเร็วราวกับลูกธนู มันคือปฐมบทที่ประกาศให้เรารู้ว่า เราได้ก้าวเข้ามาสู่เมืองที่ทุกสิ่งเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
เมื่อฝากสัมภาระไว้กับที่พัก เรามุ่งหน้าสู่ เดอะบันด์ (The Bund) เส้นเลือดใหญ่ในประวัติศาสตร์ของเซี่ยงไฮ้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำหวงผู่แห่งนี้ มรดกทางสถาปัตยกรรมจากยุคสัมปทานตะวันตกตั้งตระหง่านเรียงรายราวกับทหารยามผู้ภักดี อาคารหินสไตล์นีโอคลาสสิกและอาร์ตเดโคเหล่านี้เคยเป็นที่ตั้งของธนาคารและสโมสรที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย ลมที่พัดผ่านช่องว่างระหว่างตึกราวกับจะกระซิบเล่าเรื่องราวความมั่งคั่งและความวุ่นวายในวันวาน

แต่เพียงแค่หันกายข้ามแม่น้ำ โลกอีกใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ย่านผู่ตง (Pudong) คือภาพสะท้อนของความทะเยอทะยานแห่งเซี่ยงไฮ้ยุคใหม่ ยอดแหลมของ หอไข่มุกตะวันออก และเกลียวตึกระฟ้าของ เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ ที่บิดทะยานสู่ก้อนเมฆ คือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเมืองนี้ไม่ได้มองไปยังอดีตเพียงอย่างเดียว เราเลือกฝากมุมมองของเราไว้บนยอดตึกสูง มองลงมายังแสงไฟของเมืองที่เริ่มสว่างไสวราวกับหมู่ดาวบนผืนดิน มันคือภาพของปัจจุบันขณะที่งดงามจนแทบลืมหายใจ

ย่างก้าวสู่ใจกลางวัฒนธรรม
วันที่สอง เราปลีกตัวจากความโอ่อ่าของเดอะบันด์ เพื่อค้นหาจิตวิญญาณดั้งเดิมของเซี่ยงไฮ้ที่ซ่อนอยู่ใน สวนอี้หยวน (Yu Garden) สวนจีนโบราณแห่งนี้คือโลกอีกมิติที่เวลาเดินช้าลง ศาลากลางน้ำ สะพานหินซิกแซก และหลังคาทรงป้านที่ประดับด้วยมังกรปั้น คือองค์ประกอบของความสงบงามตามหลักปรัชญาจีน เราเดินผ่านกำแพงมังกรเลื้อย ท่ามกลางกลิ่นหอมของดอกไม้และเสียงจอแจจาก ตลาดเฉินหวังเมี่ยว ที่โอบล้อมสวนไว้ ที่นั่น เราได้ลิ้มรสเสี่ยวหลงเปาคำแรกของทริป ไอร้อนที่ลอยขึ้นจากเข่งไม้ไผ่หอมกรุ่นและน้ำซุปที่แตกซ่านในปาก คือรสชาติของเซี่ยงไฮ้ที่เรียบง่ายแต่ล้ำลึก

ช่วงบ่าย เราท่องไปในเขาวงกตแห่งความสร้างสรรค์ที่ เทียนจื่อฝาง (Tianzifang) ตรอกซอกซอยแคบๆ ที่เคยเป็นย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ ถูกชุบชีวิตให้กลายเป็นย่านฮิปของเหล่าศิลปิน ร้านค้าดีไซน์เก๋ แกลเลอรีเล็กๆ และบาร์น่านั่งซ่อนตัวอยู่ทุกหัวมุม ก่อนจะปิดท้ายวันที่ ซินเทียนตี้ (Xintiandi) ที่ซึ่งอาคารอิฐแดงแบบ “สือคู่เหมิน” ถูกขัดเกลาให้กลายเป็นพื้นที่ของความหรูหรา ที่นี่คือจุดบรรจบที่สมบูรณ์แบบของเซี่ยงไฮ้เก่าและใหม่อย่างแท้จริง

วันที่โลกแห่งจินตนาการมีชีวิต
วันที่สาม เราละทิ้งโลกแห่งความจริงไว้เบื้องหลัง และปล่อยให้หัวใจเด็กในตัวนำทางไปสู่ เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Disneyland Shanghai) ที่นี่ไม่ใช่แค่สวนสนุก แต่คืออาณาจักรที่ทุกรายละเอียดถูกรังสรรค์ขึ้นจากเวทมนตร์ ปราสาท Enchanted Storybook ที่สูงตระหง่าน คือภาพฝันที่กลายเป็นจริง และเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากเครื่องเล่น TRON คือเสียงสะท้อนของเทคโนโลยีและความตื่นเต้น วันทั้งวันหมดไปกับการผจญภัยในโลกแห่งเทพนิยายและอนาคต ก่อนจะปิดฉากลงด้วยภาพพลุที่ส่องสว่างเหนือปราสาท เป็นภาพจำที่จะตราตรึงอยู่ในใจไปอีกนาน

ศิลปะ สถาปัตยกรรม และร่มเงาไม้
วันที่สี่ เรากลับสู่ความรื่นรมย์ของเมืองอีกครั้งใน ย่านสัมปทานฝรั่งเศส ถนนหนทางที่ทอดยาวใต้ร่มเงาของต้นแพลตตินพาเราย้อนกลับไปสู่ยุคที่แตกต่าง เราเดินไปตามถนนอู่คัง เพื่อชม ตึก Wukang Mansion ที่สง่างามราวกับเรือเดินสมุทรซึ่งเกยตื้นอยู่กลางเมือง แสงแดดที่ส่องลอดใบไม้ลงมากระทบบนกำแพงอิฐและร้านกาแฟน่ารักๆ ทำให้ย่านนี้มีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร

จากนั้น เส้นทางได้นำเราไปสู่สองขั้วของงานสร้างสรรค์ Tian An 1000 Trees คือสถาปัตยกรรมแห่งจินตนาการ ที่ซึ่งอาคารถูกเปลี่ยนให้เป็นภูเขาสีเขียวที่ปกคลุมด้วยต้นไม้นับพันต้น มันคือทัศนียภาพที่ท้าทายทุกกฎเกณฑ์ของสถาปัตยกรรมเมือง ก่อนที่เราจะข้ามฝั่งไปสู่ M50 Creative Park โกดังศิลปะที่ดิบและเปี่ยมไปด้วยพลัง ที่ซึ่งศิลปินรุ่นใหม่ของจีนได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาออกมาอย่างอิสระ

บทส่งท้าย: กลิ่นกาแฟ ความหรูหรา และการอำลา
วันสุดท้ายของเราคือบทสรุปของความทันสมัยในเซี่ยงไฮ้ เราเริ่มต้นที่ ถนนหนานจิงตะวันตก (West Nanjing Road) ที่ซึ่งความหรูหราไม่ได้เป็นเพียงคำพูด แต่คือสิ่งที่สัมผัสได้จากทุกตารางนิ้ว ที่นี่คือที่ตั้งของ Starbucks Reserve Roastery ซึ่งเป็นมากกว่าร้านกาแฟ แต่คือโรงละครแห่งเมล็ดกาแฟ ที่ทุกขั้นตอนตั้งแต่การคั่วจนถึงการชงถูกนำเสนออย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
ไม่ไกลกันนัก คือที่ตั้งของ “The Louis” เรือสำราญลำยักษ์จาก Louis Vuitton ที่จอดเทียบท่าอยู่ใจกลางเมือง มันคือหมุดหมายใหม่ล่าสุด ที่ประกาศศักดาของเซี่ยงไฮ้ในฐานะเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของเอเชีย การได้จิบกาแฟในคาเฟ่ของที่นี่และเดินชมนิทรรศการ คือการปิดท้ายการเดินทางที่สมบูรณ์แบบ

เมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นจากสนามบินผู่ตงในเย็นวันนั้น ภาพของมหานครเซี่ยงไฮ้เบื้องล่างคือภาพของมังกรที่ยังคงเติบโตอย่างไม่หยุดนิ่ง เมืองที่อดีตไม่ได้ถูกลบเลือน แต่ถูกเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นรากฐานให้กับอนาคตที่สูงเสียดยิ่งกว่าตึกระฟ้าใดๆ และเราเป็นเพียงนักเดินทางที่โชคดี ที่ได้มีโอกาสสัมผัสเศษเสี้ยวหนึ่งของตำนานที่กำลังถูกเขียนขึ้นในปัจจุบัน…ขณะนี้
