Natang CAFE – คาเฟ่’หน้าต่าง คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นเปิดใหม่ย่าน ม.เกษตร – รัชโยธิน น่ารัก อบอุ่น

Natang CAFE – คาเฟ่’หน้าต่าง

คาเฟ่เปิดใหม่ย่าน ม.เกษตร ร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น อบอุ่น น่ารักมาก ที่นี่นอกจากจะมีเครื่องดื่ม อย่าง กาแฟ ชา โซดา ขายแล้ว ยังมี ขนมหวานโฮมเมด ย้ำว่าทำที่หลังร้านจริงๆ เพราะผมแอบมองเข้าไปเห็น ซึ่งรสชาติขนมนั้นผมต้องยกนิ้วให้เลย เพราะอร่อย สดใหม่จริงๆ นอกจากนี้ที่ร้านยังมีอาหารญี่ปุ่นขายอีกด้วย ถ้าใครมาถึงแล้วหิวก็สั่งมาทานได้ก่อนจะตบท้ายด้วยขนม และ ถ้ารู้สึกร้อนก็กินไอศครีมโยเกิร์ตซอฟท์เสิร์ฟ จะกินแบบเพลนๆ หรือจะตกแต่งสวยงามแบบในเมนูก็สามารถเอามาถ่ายรูปเก๋ๆลง IG ได้อีกด้วย

Natang CAFE – คาเฟ่’หน้าต่าง 

เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 07.00 – 20.00 น.
การเดินทาง เดินทางโดย BTS ลงสถานีเสนานิคม เดินมาขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ ที่ปากซอยพหลโยธิน34 ราคา 15 บาทฅ
ติดต่อ โทร 095-9461645
Instagram @natang.cafe
facebook https://www.facebook.com/NatangCAFE

https://www.youtube.com/watch?v=AHip1_CkaQg

เที่ยวเช็คอินที่ กรุงวอชิงตัน ดีซี (Washington D.C.) ในเวลาครึ่งวันให้คุ้มสุดเต็มอิ่ม

เที่ยว Washington D.C. / New York / Boston ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day4 ]

เป้าหมายของการมาที่ วอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงของ สหรัฐอเมริกา คือ การเยี่ยมชมสถานที่เที่ยวสำคัญรอบๆ National Mall และการชมซากุระที่บานสะพรั่งหลายพันต้นแถวๆ Tidal Basin 

การไปชมซากุระบานครั้งนั้นที่ วอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา ผมโชคดีมากๆ เนื่องจากไปถึงวันที่ซากุระหลายพันต้นพร้อมใจกันบานแบบ Full Bloom แถมสภาพอากาศก็เป็นใจ ถึงแม้อุณหภูมิจะหนาวจัด แต่แสงแดดนั้นเป็นใจเหลือเกิน ทำให้การมาครั้งนี้ประทับใจสุดๆ

คลิกอ่าน เที่ยว Washington D.C. / New York / Boston ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day4 ]
คลิกอ่าน เที่ยว Boston / New York / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day2 ]
คลิกอ่าน เที่ยว New York / Boston / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day1 ]

ถึงแม้ซากุระจะเหมือนกับที่ญี่ปุ่น เพราะทางการญี่ปุ่นได้มอบให้เพื่อมาปลูกกว่า 3000 ต้นนั่นเอง แต่ผมบอกได้เต็มปากว่าบรรยากาศนั้นไม่เหมือนกันเลย อาจจะเพราะด้วยสถาปัตยกรรม ผู้คน และ อาหาร นั้นต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ดอกซากุระที่บานสะพรั่ง ก็ทำให้หัวใจของผมนั้นพองโตอิ่มใจได้เสมอ

ผมออกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว โดยมาน้องเอ๋ ผู้ใจดี เป็นคนขับพาผมและเพื่อนๆ ออกจาก นิวยอร์ก มายัง กรุงวอชิงตัน ดีซี ตั้งแต่เช้ามืด โดยคาดหวังว่าจะมาถึงก่อนเที่ยง ดังนั้นพวกเรามีเวลาเพียงแค่ช่วงบ่ายไม่ถึง 5 ชั่วโมงเท่านั้นในการสำรวจ เพราะฉะนั้นเราจึงมุ่งหน้าไปยังที่เที่ยวจุดหมายสำคัญ ซึ่งเดินเที่ยวรอบบริเวณ National Mall ได้เท่านั้น

ผมเริ่มการเดินทางครั้งนี้ที่หน้าสถานีรถไฟ Washington Union Station ที่นี่คือศูนย์รวมการเดินทางของเมือง สถาปัตยกรรมสวยๆ บวกกับ ซากุระสีขาวบานสะพรั่ง ทำใหชุ่มชื่นหัวใจได้ดีจริงๆ 

สถานที่เที่ยวสำคัญภายในครึ่งวัน ได้แก่

สถานีรถไฟ Washington Union Station

สถานที่แห่งนี้มีผู้เดินทางกว่า 40 ล้านคนต่อปี เป็นศูนย์การการเดินทางที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย รถไฟ รถบัส รถเมล์ แล้วยังมีร้านค้าให้ช้อปปิ้ง รวมทั้งร้านอาหารที่หลากหลายอีกด้วย ตัวอาคารมีสถาปัตกรรมเป็นเเบบนีโอคลาสสิก สร้างเสร็จในปี 1908 เพดานทำด้วยหินแกรนิตสีขาว ปะด้วยทอง 22 กะรัต ใช้ทองไปทั้งสิ้น 70 ปอนด์ โดยในโถงหลักเราตะลึงกับความงดงามของเพดาน ที่สถาปนิกชื่อ Daniel Burnham ได้ออกแบบตกแต่งในศิลปะ Beaux Arts

เรามาถึงที่นี่ก็เกือบเที่ยงแล้วจึงไปทานอาหารกันที่  food court  ที่อยู่ชั้นล่างของสถานี ซึ่งมีอาหารหลากหลายให้เลือกทาน หลังจากอิ่มกันแล้วก็ได้เวลาออกสำรวจ รอบๆ National Mall เราเดินออกมาทางด้านหน้าของสถานี จะพบกับ Freedom Bell ซึ่งเป็นระฆังที่ถอดแบบมาจาก Liberty Bell ที่เมืองฟิลาเดเฟีย โดยใหญ่กว่าของจริง 2 เท่า ที่ที่เราจะไปถ่ายรูปกันต่อคือ อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (United States Capitol)

อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (United States Capitol)

ใครมาที่กรุง วอชิงตัน ดีซี ต้องมาที่ United States Capitol แห่งนี้แน่นอน เพราะเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการเป็นเมืองหลวงก็ว่าได้  อาคารรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา (United States Capitol) เป็นสถานที่ที่วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรมารวมตัวกันเพื่อหารือ อภิปราย และพิจารณานโยบายระดับประเทศมานานกว่า 2 ศตวรรษ อาคาแห่งนี้ทางด้านตะวันออกของเนชันแนล มอลล์ (National Mall) และได้รับการคัดเลือกการออกแบบโดยอดีตประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ในปี ค.. 1793 ถูกจัดให้เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของโลก! ที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งใครที่สนใจเรื่องราวของกฎหมาย การปกครอง และชอบงานศิลปะ ก็ต้องไม่พลาดเข้าชมด้านใน

เวลาเข้าชมคือ 8:40 .-15:20 . สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมสามารถติดต่อที่ ศูนย์นักท่องเที่ยว (U.S. Capital Visitor Center) เปิดวันจันทร์ถึงวันเสาร์ 8:30 . -16:30 . และสามารถจองวันเวลาเข้าชมได้ที่ https://tours.visitthecapitol.gov/cvc#.WxDxBTaUckt ไม่มีค่าเข้าชม

เนชันแนล มอลล์ (National Mall)

เมื่อเดินมาที่ด้านหน้าของ United States Capitol ก็จะได้เห็น National Mall แนวผืนหญ้าสีเขียวทอดยาวดูแล้วผ่อนคลาย สบายตา สวยสมกับฉายาสนามหญ้าหน้าบ้านประเทศสหรัฐอเมริกา” (America’s Front Yard)  ภาพท้องฟ้าโปร่งตัดกับ อนุสาวรีย์วอชิงตัน (Washington Monument) ที่สูงตระหง่านล้อมรอบไปด้วย อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (U.S. Capitol) และอนุสรณ์สถาน ลินคอล์น (Lincoln Memorial) ที่เราคุ้นตาในหนังฮอลลีวูดหลายเรื่อง

เนชันแนล มอลล์ (National Mall) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จากอนุสรณ์สถานลินคอล์นทางฝั่งตะวันตก ไปจบที่อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกาทางฝั่งตะวันออก โดยตั้งอยู่ระหว่าง ถนน Independence Avenue และถนน Constitution Avenue

สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution)

สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) เป็นสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา และพิพิธภัณฑ์ ที่บริหารจัดการและได้รับทุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและจากผู้บริจาคต่าง ๆ รวมถึงรายได้การจำหน่ายออกร้านและค่าสมาชิกนิตยสาร 

สถาบันสมิธโซเนียนก่อตั้งขึ้นตามความประสงค์ของนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เจมส์ สมิธสัน (James Smithson) ยกมรดกทั้งหมดให้แก่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อก่อตั้งองค์กรที่สามารถเพิ่มพูนและเผยแพร่ความรู้ให้แก่มนุษยชาติ ปี ค.. 1835

โดยสถานที่ที่นาสนใจ ได้แก่ Smithsonian Castle  เป็นจุดหลักของ Smithsonian Institution จะเป็นที่รวบรวมประวัติสั้นๆ ของผู้ก่อตั้งคือ Jame Smithson สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แบบปราสาทในยุคศตวรรษที่ 19  และ มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมี 3 ที่ คือ National museum of Natural History, National museum of American History และ Air and Space Museum

อนุสาวรีย์วอชิงตัน (Washington Monument)

อนุสาวรีย์วอชิงตัน (Washington Monument) เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลก! ด้วยความสูงกว่า 555 ฟุต ล่าสุดเรายังได้เห็น Spider-man มาช่วยกอบกู้วิกฤติที่นี่อีกด้วยในภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man: Homecoming (2017)

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ใจกลาง เนชันแนล มอลล์ ระหว่าง อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (United States Capitol) และ อนุสรณ์สถาน ลินคอล์น (Lincoln Memorial) ได้รับการอุทิศอย่างเป็นทางการ โดยประธานาธิบดี เชสเตอร์ อาร์เธอร์ (Chester Arthur) ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.. 1885 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ ตุลาคมปี ค.. 1888

ที่นี่เปิดทุกวัน เวลา 9:00 .-17:00 . ยกเว้น วันที่ 4 กรกฏาคม และ 25 ธันวาคม เข้าเยี่ยมชมรอบสุดท้ายเวลา 16:00 . เด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป ไปจนถึงผู้ใหญ่ สามารถรับตั๋วระบุเวลาเข้าชมฟรีได้ ตั้งแต่เวลา 8:30 . ดูข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับตั๋ววัน และเวลาเข้าชมได้ที่ https://www.nps.gov/wamo/planyourvisit/fees.htm

อนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial)

อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นาย อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) ประธานาธิบดีคนที่ 16 ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเนชันแนล มอลล์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หากมองจากที่ตั้งของ อนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่ 2 (National World War II Memorial) จะเห็นตัวอาคารภาพสะท้อนจากสระน้ำสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวไปจนถึงอนุสรณ์สถานลินคอล์น

ภายในมีรูปปั้นของท่านประธานาธิบดีลินคอล์น หนักกว่า 175 ตัน ที่ออกแบบโดยชาวฝรั่งเศส เดเนียล เชสเตอร์ (Daniel Chester) โดยรูปปั้นของท่านจะมองออกมาด้านนอกบ่งบอกถึงความมุมานะต่อสู้อย่างหนัก เพื่อรักษาและรวมประเทศนี้ให้เป็นหนึ่ง เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:30 . – 22:00 ไม่มีค่าเข้าชม

ไวท์ เฮ้าส์ (White House)

ไวท์ เฮาส์ (White House) หรือ ที่เรามักจะเรียกกันว่า ทำเนียบขาว เป็นอาคารสำนักงานสีขาวตั้งสวยตระหง่าน มีประวัติความเป็นตั้งแต่ปี ค.. 1791 ใช้เวลาในการก่อสร้าง 8 ปี ต่อมาในปี ค.. 1800 อดีตประธานาธิบดีจอร์น อดัม (John Adams) และภริยา เอบิเกล (Abigail) ได้ย้ายเข้ามาอยู่ นับเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐที่เข้ามาพำนักในไวท์เฮาส์แห่งนี้ พวกเราถ่ายรูปแค่ด้านนอกก็พอ เพราะไม่ได้เตรียมตัวขอเข้าชมภายใน และเนื่องจากมีเวลาที่จำกัดมากๆ ส่วนใครอยากเข้าชมด้านใน ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.whitehouse.gov/about-the-white-house/tours-events/ 

อนุสรณ์สถานโทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson Memorial)

มาถึงสถานที่สุดท้ายของทริปกรุงวอชิงตันดีซีของผมในวันนี้ที่มีเวลาจำกัดเพียงครึ่งวัน และเป็นวัตถุประสงค์หลักของการมาที่นี่ในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ นั่นก็คือการมาชม ซากุระ กว่า 3000 ต้น ที่บานสะพรั่งรอบๆบริเวณอ่างเก็บน้ำไทดอล (Tidal Basin) ซึ่งซากุระรอบๆบริเวณนี้ถูกปลูกเมื่อปี 1912 โดยได้รับมอบจากผู้ว่าการกรุงโตเกียวนั่นเอง ซึ่งในช่วงที่เราไปก็ช่วงวันหยุดสงกรานต์บ้านเรานั่นเอง และเป็นโชคดีมากๆ ที่ ซากุระ กำลังบานแบบ Full Bloom พอดีเลย ก็เลยแฮปปี้กันยกแก๊งค์ทีเดียว

ฉากหลังของความสวยงามของดอกซากุระ ก็คือ อนุสรณ์สถานโทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson Memorial) สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับ โทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา และผู้เขียนคำประกาศเอกราช ออกแบบโดย สมเด็จประสันตะปาปา จอร์น รัสเซลล์ (John Russell) ในปี ค..1925 ซึ่งมีความคล้ายกับวิหารแพนธีออน (Pantheon) ในกรุงโรม ผสมผสานเข้ากับสถาปัตยกรรมแบบ นีโอคลาสสิคอล (Neoclassical) ที่ท่านประธานาธิบดีโทมัส เจฟเฟอร์สันชื่นชอบ โครงสร้างของที่นี่เป็นแบบเปิดโล่ง โดยรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของ โทมัส เจฟเฟอร์สัน มีความสูง 19 ฟุต

เป็นที่น่าเสียดายจริงๆที่เรามีเวลาจำกัด เพียงแค่ช่วงบ่ายเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น ในการท่องเที่ยวเยี่ยมชมเมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ กรุงวอชิงตัน ดีซี แห่งนี้ จึงทำได้เพียงเดินชม ถ่ายภาพสวยๆ เช็คอิน Instagram รอบๆบริเวณ National Mall เท่านั้น ยังมีสถานที่น่าสนใจมากมายในกรุงวอชิงตัน ดีซี ให้ได้เที่ยวอีกเพียบเลย อีกทั้ง พิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institution ที่น่าสนใจมากๆทั้ง 3 แห่ง อย่าง National museum of Natural History, National museum of American History และ Air and Space Museum เราก็พลาดไป เอาเป็นว่าถ้าใครมีเวลาสัก 2 วันเต็มๆ น่าจะเพียงพอกับกรุงวอชิงตัน ดีซี แห่งนี้ ผมจึงคาดหวังว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาเติมเต็มสิ่งที่พลาดไปอีกครั้ง แต่จุดประสงค์การมาชม ซากุระ บานอันเลื่องชื่อก็ถือว่าสำเร็จ และฟินกันสุดๆ จึงอาจเรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการมาเยือน กรุงวอชิงตัน ดีซี เพียงครึ่งวันแล้วก็ว่าได้ 

LALULA cafe คาเฟ่เปิดใหม่เยื้องเมเจอร์รัชโยธิน สไตล์เกาหลี สีขาว น่ารัก อบอุ่น

LALULA cafe เปิดใหม่ใต้สถานี BTS รัชโยธิน ร้านสีขาวล้วน เน้นใช้เฟอนิเจอร์ไม้เป็นหลัก แต่ตัดกับโต๊ะที่เป็นเหล็กสีดำหนักแน่น ประดับด้วยผ้าม่านสีอ่อน และ ดอกไม้ชมพูอ่อนๆ ทำให้ร้านดูอบอุ่น เหมือนนั่งอยู่บ้านเพื่อนสนิท ส่วนเครื่องดื่ม มีหลากหลายและตื่นตามากๆ บางเมนูชื่อแปลกจนต้องให้ น้องโอม ซึ่งเป็นบาริสต้าอธิบายนานทีเดียว 555+ ในส่วนของขนมก็อบสดๆที่ร้าน โดยในแต่ละวัน ขนมจะไม่ซ้ำกัน แล้วแต่ว่า เจ้าของคาเฟ่จะทำอะไรมาให้ทาน

ร้านนี้เป็นร้านเชี่ยวชาญทั้งการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่งบ้าน และด้านเมล็ดกาแฟ บวกกับบาริสต้า น้องโอมที่ใส่ใจในการออกแบบและ ทำแต่ละเมนูจากหัวใจ ทำให้คาเฟ่ LALULA นั้นสมบูรณ์แบบมากที่สุด

น้องโอมเล่าให้ฟังว่า คำว่า LALULA นั้นเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เนื่องจากพนักงานที่บริษัท เรียกชื่อลูกค้าผิด จึงเห็นว่าคำนี้แปลกดี และไม่เหมือนใคร จึงนำมาเป็นชื่อร้าน โดนโลโก้ขอร้าน จะกลับด้านตัว L ตัวหลัง เพื่อความเก๋ และ ไม่ซ้ำใคร

ที่นั่งในร้าน มีไม่มากนัก บางช่วงอาจจะต้องรอคิว แต่ถ้าใครอยากจะแวะมา สามารถเดินทางได้ง่ายๆโดยนั่ง BTS มาลงที่สถานี รัชโยธิน แล้วออกมา Exit4 ลงมาเดินผ่านหน้าธนาคารกสิกรไทย จะเจอกับป้ายชื่อร้านเลย ซึ่งหาไม่ยาก

ร้านเปิดทุกวัน 7.00 น. – 18.00 น.
IG @lalulacafe
โทร : 08-3546-5654

ขมิ้น คาเฟ่ : Camin Cafe คาเฟ่เปิดใหม่ซ่อนตัวอยู่ในป่าฝนจำลอง ย่านเกษตร

ในวันที่อากาศร้อนระอุ แค่ได้เดินผ่านซุ้มประตูเข้ามาด้านในจะได้พบกับบรรยากาศเย็นสบาย ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ แถมยังมีน้ำตก ลำธารที่น้ำใสมากจนมองเห็นฝูงปลาสีทองที่คุ้นเคยกับคนมาก

ที่นี่จะแบ่งเป็น 2หลัง หลังหนึ่งคือร้านอาหาร Camin Cuisine ส่วนวันนี้เราจะมาชิมกาแฟในส่วนของ Camin Cafe ซึ่งตัวอาคารเปิดให้เห็นสวนภายนอกอย่างเต็มตาเพราะปิดผนังด้วยกระจกบานใหญ่จรดเพดาน ทำให้ถึงแม้จะนั่งในร้านรับลมแอร์ แต่ก็สามารถชื่นชมสวนได้แบบใกล้ชิด

ที่นี่มีทั้งเค้ก และ เครื่องดื่ม ซึ่งรสขาติเด็ดมากขอบอก มาชิมขนม จิบกาแฟแบบสุดฟินท่ามกลางธรรมชาติ แถมมีจุดถ่ายรูป เช็คอิน เพียบเลย

📍ร้านขมิ้น
151/3-4 ประเสริฐมนูกิจ 2 (พหลโยธิน 34) เสนานิคม จตุจักร กทม 10900
🚙การเดินทาง : รถไฟฟ้า สถานีเสนานิคม เดินมาปากซอย พหลโยธิน34 ต่อวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 15 บาท
เวลา เปิด-ปิด
⏰Camin Cuisine 11.00-22.30
⏰Camin Cafe
จันทร์ – พฤหัส 8.00-19.00
ศุกร์ – อาทิตย์ 8.00 – 21.00
☎️0956156615

Lucky Pierrot Hamburger Hakodate ไม่ได้กินเหมือนมาไม่ถึง ฮาโกะดาเตะ ฮอกไกโด

Lucky Pierrot ร้านอาหารกึ่งฟาสต์ฟู้ดที่มีแฮมเบอร์เกอร์เป็นตัวชูโรง แห่งเมืองฮาโกะดาเตะ ที่ฮอกไกโด คำว่า “ラッキーピエロ- ลัคกี้พีเอโร่แปลว่าเจ้าตัวตลกผู้โชคดีซึ่งใครมาที่ฮาโกะดาเตะแล้วไม่ได้แวะมาชิมเมนูยอดฮิตอย่างไชนีสชิคเก้นเบอร์เกอร์ก็อาจจะกล่าวได้ว่ามาไม่ถึงฮาโกะดาเตะก็ว่าได้

หน้าร้านตกแต่งได้แบบสะดุดตามาก กับการตกแต่งแนว Circus Style ตัวตลกสีสันสดใส อีกทั้งแต่ละเมนูนั้นยังอร่อยด้วยการผสมผสานระหว่างอาหารอเมริกันกับญี่ปุ่น

ตอนนี้ Lucky Pierrot มีทั้งหมด 17 ร้านทั่วเมืองฮาโกดาเตะ ส่วนผมนั้นไปสาขาตรง Marina Suehiro ซึ่งเป็นร้านใหญ่ที่มีจำนวนที่นั่งถึง 154 ที่นั่ง และแบ่งเป็นโซนต่างๆคล้ายๆอยู่ในสวนสนุกก็ว่าได้  Lucky Pierrot สาขานี้อยู่ไม่ไกลกับสาขาแรกที่เปิดตั้งแต่ปี 1987 อย่าง สาขา Bay Area Head Shop ที่เป็นร้านเล็กๆ แต่น่ารัก ที่มีชิงช้า และม้าไม้ด้วย

Lucky Pierrot สาขา Marina Suehiro
เบอร์โทร : 0138-27-5000(+81-138-27-5000)
ที่ตั้ง : 14-17 Suehiro-chou, Hakodate-shi, Hokkaido Japanease
การเดินทาง : ใกล้ Kanemori red brick warehouse group. JR Hakodate Station 5minute-car , เดิน 21 นาที
วันเวลา เปิด-ปิด : จันทร์ศุกร์ , อาทิตย์ , วันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00 . – 24:30 .
                       เสาร์ 10:00 . – 1:30 . วันถัดไป

Lucky Pierrot สาขา  Bay Area Head Shop
เบอร์โทร : 0138-26-2099(+81-138-26-2099)
ที่ตั้ง : 23-18 Suehiro-chou, Hakodate-shi, Hokkaido Japanease
การเดินทาง : ใกล้ Kanemori red brick warehouse group. JR Hakodate Station 5minute-car , เดิน 20 นาที
วันเวลา เปิด-ปิด : จันทร์ศุกร์ , อาทิตย์ , วันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00 . – 24:30 .
                       เสาร์ 10:00 . – 1:30 . วันถัดไป

Lucky Pierrot สาขา Marina Suehiro
Lucky Pierrot สาขา Marina Suehiro อยู่ใกล้กับ Hakodate Bay Area
Lucky Pierrot สาขา Bay Area Head Shop
Lucky Pierrot สาขา Bay Area Head Shop เป็นร้านสาขาแรกสุด เป็นจุดเริ่มต้นของตำนานร้านแฮมเบอร์เกอร์ของ Hakodate ทั้ง 17 สาขา

บรรยากาศภายในร้าน Lucky Pierrot สาขา Marina Suehiro จะมีเคาท์เตอร์บาร์ยาวๆให้เราไปสั่งอาหารและจ่ายเงิน เราสามารถสั่งทั้งของคาว เครื่องดื่ม และ ไอศครีมได้จากที่นี่

เมนูที่ผมสั่งวันนี้เป็นเซ็ตเมนูยอดฮิตอย่างไชนีสชิคเก้นเบอร์เกอร์” Chinese Chicken Burger อัดแน่นด้วยไก่กรอบชิ้นโตๆที่มีซอสจีน มีรสชาติ หวานๆเปรี้ยวๆ และ Original Lucky-Potato (French fries) ที่ดริปด้วยชีส และไม่พลาดชิมเครื่องดื่ม Guarana juice ที่ทำมาจากเมล็ดกัวรานา ที่มีรสชาติคล้าย โคคาโคล่า ไอ้เจ้า Guarana นี่มันเป็นไม้เลื้อยพันธุ์พื้นเมืองในเวเนซูเอล่า และทางตอนเหนือของประเทศบราซิล อยู่ในเขตป่าฝนอเมซอน 

ที่นี่ยังมีของฝาก ของที่ระลึก สามารถซื้อกลับบ้านได้

เครื่องดื่ม Guarana juice สามารถกดซื้อได้จากตู้ที่หน้าร้าน สามารถเก็บกระป๋องกลับบ้านเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย