New York City (NYC) หรือ “เมืองที่ไม่เคยหลับ” เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวหลายคนใฝ่ฝันถึง ด้วยความหลากหลายของวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมที่งดงาม และแหล่งช้อปปิ้งระดับโลก ที่นี่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ที่ไม่เคยเยือนมาก่อน นี่คือคำแนะนำที่จะทำให้การท่องเที่ยวใน NYC ของคุณสนุกและง่ายยิ่งขึ้น
Harvard University
📍https://maps.app.goo.gl/nZjdfmrPidXbTpqH7
3 Oxford St, Cambridge, MA 02138, United States
สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ Massachusetts Institute of Technology (MIT)
เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียง และได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลกจาก QS World University Rankings เด่นเรื่อ งานวิจัย และการศึกษาในสาขาเคมี ฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์สาขาต่างๆ และสาขาที่โดดเด่นรองลงมาเป็นสาขาชีววิทยา เศรษฐศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และการจัดการ ซึ่งสถาบัน MIT นี้มีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น Kofi Annan , Buzz Aldrin, I.M. Pei , Ben Bernanke ส่วนศิษย์เก่าชาวไทย อาทิ ซึ่งแน่นอนมี ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ดร.เอ้ – สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ , ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นต้น
อาคาร สถาปัตยกรรมต่างๆ ใน MIT จะต่างกับที่ Harvard ที่นี่จะออกแนวทันสมัยกว่า มีงานปฏิมากรรม งานศิลปะ ตั้งอยู่ทั่วบริเวณสถาบัน ที่สำคัญ MIT ตั้งอยู่ติดแม่น้ำ Charles River ทำให้บริเวณมหาวิทยาลัยสวยงามมาก ถ้าใครได้มาเรียนที่ MIT คงจะแฮปปี้สุดๆ
Massachusetts Institute of Technology
📍https://maps.app.goo.gl/bSFZ2apRe9np7oMt9
77 Massachusetts Ave, Cambridge, MA 02139, United States
ผมเริ่มการเดินทางครั้งนี้ที่หน้าสถานีรถไฟ Washington Union Stationที่นี่คือศูนย์รวมการเดินทางของเมือง สถาปัตยกรรมสวยๆ บวกกับ ซากุระสีขาวบานสะพรั่ง ทำใหชุ่มชื่นหัวใจได้ดีจริงๆ
โดยสถานที่ที่นาสนใจ ได้แก่ Smithsonian Castleเป็นจุดหลักของ Smithsonian Institutionจะเป็นที่รวบรวมประวัติสั้นๆ ของผู้ก่อตั้งคือ Jame Smithson สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แบบปราสาทในยุคศตวรรษที่ 19และ มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมี 3 ที่ คือ National museum of Natural History, National museum of American History และ Air and Space Museum
เป็นที่น่าเสียดายจริงๆที่เรามีเวลาจำกัด เพียงแค่ช่วงบ่ายเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น ในการท่องเที่ยวเยี่ยมชมเมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ กรุงวอชิงตัน ดีซี แห่งนี้ จึงทำได้เพียงเดินชม ถ่ายภาพสวยๆ เช็คอิน Instagram รอบๆบริเวณ National Mall เท่านั้น ยังมีสถานที่น่าสนใจมากมายในกรุงวอชิงตัน ดีซี ให้ได้เที่ยวอีกเพียบเลย อีกทั้ง พิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institution ที่น่าสนใจมากๆทั้ง 3 แห่ง อย่าง National museum of Natural History, National museum of American History และ Air and Space Museumเราก็พลาดไป เอาเป็นว่าถ้าใครมีเวลาสัก 2 วันเต็มๆ น่าจะเพียงพอกับกรุงวอชิงตัน ดีซี แห่งนี้ ผมจึงคาดหวังว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาเติมเต็มสิ่งที่พลาดไปอีกครั้ง แต่จุดประสงค์การมาชม ซากุระ บานอันเลื่องชื่อก็ถือว่าสำเร็จ และฟินกันสุดๆ จึงอาจเรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการมาเยือน กรุงวอชิงตัน ดีซี เพียงครึ่งวันแล้วก็ว่าได้
การเที่ยวบอสตันนั้น แนะนำว่าให้เริ่มต้นสำรวจเมืองที่ บอสตันคอมมอน Boston Common & Public Garden ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกในอเมริกา ที่นี่เหมาะสำหรับเริ่มต้นเส้นทางการศึกษาประวัติศาสตร์ Freedom Trail ซึ้งเราสามารถขอแผนที่ได้จากจุดให้ข้อมูลที่สวนนี้
หลังจากพลพรรคร่วมสำรวจ Freedom trail เริ่มหมดแรงกันแล้วแถวๆ Faneuil Hall Marketplace ก็เลยหาอะไรทานกันง่ายๆ ใน Quincy Market พอหายเหนื่อยก็ได้เวลาไปจุดที่น่าสนใจต่อไปใน บอสตัน นั่นก็คือ มหาวิทยาลัยในฝันของผมเอง!! ได้แก่ Harvard University – มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ MIT – ย่อมาจาก Massachusetts Institute of Technologyนั่นเอง ซึ่งทั้ง 2 แห่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ และมีชื่อเสียงระดับโลก ถึงแม้ผมจะไม่สามารถเข้าไปเรียนได้แบบในฝัน มาบอสตันคราวนี้ก็ขอเข้าไปสัมผัสความเป็นนักศึกษาของ 2 ที่นี้สักครั้งก็คงแฮปปี้แล้วล่ะครับ
ผมมาถึงที่แรกคือ MIT –Massachusetts Institute of Technologyหรือ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงเรื่องการศึกษาในสาขาเคมี ฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์สาขาต่างๆผมเป็นคนไอที ที่นี่คือมหาวิทยาลัยในใจที่หนึ่งแน่นอน พวกเราเข้ามาจอดรถที่หน้าอาคาร Maclaurin Buildingsซึ่งอาคารเป็นรูปตัว U รูปแบบสถาปัตยกรรม นีโอคลาสสิค ที่มีโดมขนาดใหญ่เหนืออาคาร ที่นี่เราได้เจอกับเจ้าหน้าที่ในสถาบันพาเราเดินชมห้องเรียน และแนะนำสถานที่ต่างๆ ผมมาสะดุดตากับปฏิมากรรม Alchemistที่ประกอบด้วยตัวอักษรกลายเป็นรูปของคนนั่งกอดเข่าแนบอก สีขาวสะอาดตา ตั้งอยู่หน้าอาคาร Stratton Student Center หลังจากนั้นผมก็พยายามเดินหาอาคารทรงแปลก Ray and Maria Stata Center แต่หาไม่เจอสักทีเลยตัดใจไปที่อื่นต่อ เพราะเวลาใกล้เย็นเต็มที
ที่ต่อไปในบอสตันที่เราจะไปเที่ยวชมอีกแห่งก็ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยเหมือนกัน นั่นคือ Harvard University – มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ขับรถจาก MIT ไม่นาน พวกเราก็มาถึงหน้ามหาวิทยาลัย สังเกตุรอบๆบริเวณของ Harvard นั้นรูปแบบศิลปะอาคารจะต่างจากที่ MITเลยก็ว่าได้
หลังจากเดินเข้ารั้วมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ตัวอาคารส่วนใหญ่เป็นอิฐสีแดง และดูเรียบง่าย แต่สวยงามมากๆในสายตาของผม ซึ่งเดินเข้ามาสักพักเราจะได้เจอกับ Harvard Yard ที่ร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่เต็มไปหมด และมีนักศึกษาจับกลุ่มนั่งทำกิจกรรมอยู่ด้วย ดูแล้วมีชีวิตชีวามากๆ เมื่อหันหน้าเข้า Harvard Yard ขวามือจะเป็น Massachusetts Hallซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในฮาร์วาร์ดและเป็นอันดับสองในอเมริกาส่วนซ้ายมือจะเป็น Harvard Hall ซึ่งเดิมเป็นห้องสมุด ปัจจุบันใช้เป็นห้องเรียน ตรงกลางมีรูปปั้นของ John Harvardรูปปั้นนี้ได้ชื่อว่าเป็น “The Statue of three lies”เนื่องจากรวมความ “ไม่จริง” เกี่ยวกับรูปปั้น John Harvard หรือที่เรียกกันว่า The 3 Lies of Harvardได้แก่
รูปปั้นนั้นไม่ใช่ John Harvard แต่เป็น Sherman Hoar
John Harvard ไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดถูกก่อตั้งโดยการลงคะแนนเสียงจาก the Great and General Court of the Massachusetts Bay Colony
วันแรกที่บินไปถึงสนามบิน JFK New York ผมให้คนไทยที่พี่รุ้ง พี่ที่ไปด้วยรู้จัก มารับที่สนามบิน ที่พักของเราอยู่ในย่านที่คนไทย และ คนเม็กซิโก พักอาศัย ในฝั่งควีนส์ ซึ่งไม่ไกลจากสนามบินมากนัก นั่งแป๊บเดียวก็มาถึง เมื่อเอากระเป๋าเข้าที่พักเรียบร้อย ก็ถึงเวลาตะลุยนิวยอร์ก เมืองในฝันกันแล้ว
วันแรก จะไปชมสถานีGrand Central Terminalและ แถวๆนั้น แบบเบาๆ ก่อน ซึ่งสถานีรถไฟที่ใช้เดินทาง อยู่ปากซอยของที่พัก เดินไม่ไกล และสามารถทะลุถึงย่าน CBD ของ New York ได้เลย โดยผมได้ซื้อตั๋ว MTA Metro Card 7วัน ($32 + ค่าบัตร $1) เพราะถ้าหลงก็จะได้ไม่เสียดายเงิน แถมยังสะดวกดี เริ่มต้นจากสถานี 82 Street Station ในฝั่ง Queens นั่งสาย 7 ต่อเดียวข้ามมาฝั่ง Manhattan ไปลงสถานี Grand Central Terminalใช้เวลาประมาณ 23 นาที
Grand Central Terminalเป็นสถานีรถไฟที่มักจะเจอในฉากของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายเรื่องจนชินตา และเป็นฉากในซีรีส์ยอดฮิตอย่าง Gossip Girlอีกด้วย เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีถึง 44 ชานชาลา และ 67 เส้นทาง ขนส่งผู้โดยสารหลายแสนคนต่อวัน ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือสถาปัตยกรรมแบบโบซาร์ที่สวยงามวิจิตรตระการตามากๆ พื้นในสถานีปูด้วยหินอ่อนและบนเพดานก็วาดลวดลายหมู่ดาวนักษัตร จุดเด่นอีกอย่างของสถานีก็คือนาฬิกาสี่ด้านที่หน้าปัดทำจากโอปอล มูลค่ามากกว่า 10 ล้านเหรียญดอลล่าร์ และที่นี่ยังมี Apple Store ที่สาวกแอปเปิ้ลต้องไม่พลาดมาเช็กอินเด็ดขาด มาถึงที่นี่ก็เริ่มหิวแล้ว เลยไปฝากท้องไว้กับร้าน Shake Shack ซึ่งตั้งอยู่โซนLower Level Dining Concourse ถ่ายรูปเช็คอินแล้วก็ทานจนอิ่มก็ได้เวลาไปจุดหมายต่อไป
สถานที่ถัดไปขอบอกว่าสวยมากๆ นั่นคือ The New York Public Library ตั้งอยู่บนถนน 5 th Avenue เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบกรีก–โรมัน ที่เรียกว่า Beaux Arts (โบซาร์ ) มาใช้ในการออกแบบออกแบบ จากถนน 5th Avenue เมื่อเดินมาถึงด้านหน้า ผมไม่พลาดที่จะถ่ายรูปกับรูปสลักสิงโต ที่มีตัวอาคาร The New York Public Library เป็นฉากหลัง หลังจากนั้นจึงเข้ามาในอาคารจะเจอกับ Astro Hall โถงต้อนรับขนาดใหญ่ สูง โปร่ง กรุผิวด้วยหินอ่อนสีขาว มีลวดลายสวยงามมากๆ เมื่อเข้ามาก็จะเจอกับห้องต่างๆที่มีประชาชนนั่งอ่านหนังสือกันอยู่ นักท่องเที่ยวอย่างเราก็ต้องเดินชมแบบเงียบที่สุด ในแต่ละห้องนอกจากจะใช้เฟอร์นิจอร์ไม้สุดคลาสสิคแล้ว ยังประดับลวดลายแกะสลักละเอียดละออ มี Chandelier และโคมไฟตั้งโต๊ะ เพิ่มความหรูหราน่านั่งเข้าไปอีก เดินมาถึงชั้น3 จะเจอกับ Rose Main Reading Room ห้องนี้เป็นห้องอ่านหนังสือที่ใหญ่และโอ่โถงที่สุด
เราจะไปเดินชม 2 ประเทศในไม่กี่ชั่วโมง นั่นคือย่านอาศัยของคนจีน อย่าง China Townและ ย่านชาวอิตาเลียน ที่ Little Italy 2 ย่านนี้อยู่ชิดติดกัน สำหรับย่าน China Townเมื่อมาถึงจะต้องสะดุดตากับ อาคารตรงหัวมุมถนนที่ประดับลายจีนบ่งบอกว่าเราได้มาถึงแล้ว โดยที่ชั้นล่างจะเป็นร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Starbucksตั้งอยู่ เราเดินชมสักพักก็หลุดมาอีกย่านคือ Little Italyที่นี่พี่รุ้งนัดเจอกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะไปทานข้าวด้วยกัน ผมเลยถือโอกาสเดินเล่นถ่ายภาพเรื่อยๆจนหลุดไปถึงย่านช้อปปิ้งสุดดังอย่าง SoHo
Roosevelt Island มีหลายชื่อมาก ในสมัยที่ยังเป็นเกาะของชาว Native American มีชื่อว่า Minnahannock และเปลี่ยนชื่อเป็น Varkins Island ในช่วงที่ถูกครอบครองโดยชาวดัช ในช่วงปี 1600s ถูกครอบครองโดยครอบครัว Blackwell จึงตั้งชื่อเป็น Blackwell Island ก่อนขายต่อให้กับ the City of New York ในปี 1828 ในราคา $30,000
ในช่วงปี 19th Century เกาะถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับโรงพยาบาลจิตเวช โรงพยาบาลกักกันโรคติดต่อ โรงเลี้ยงหมู รวมถึงบ้านพักสำหรับผู้ยากไร้ และถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Welfare Island ในปี 1921 หลังจากนั้นถูกเปลี่ยนเป็นที่อยู่อาศัยราคาประหยัด และเปลี่ยนชื่อเป็น Roosevelt Island
ในปี 1600s พื้นที่บนเกาะ Roosevelt Island เคยเป็นฟาร์มหมูมาก่อน และเริ่มมีการสร้างบ้านอาศัยในปี 1796 (Blackwell’s House)
ในปี 1973 เกาะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Roosevelt Island ตามชื่อประธานาธิบดี คนที่ 32 ของ สหรัฐอเมริกา Franklin D. Roosevelt และปรับปรุงอาคารต่างๆเป็นที่พักอาศัย
การเดินทางไป Roosevelt Island
สามารถเดินทางไป Roosevelt Island ได้ 4 วิธี
Q102 Bus – สำหรับเดินทางจากฝั่ง Queens ผ่านทาง Roosevelt Island Bridge
นั่ง Uber – สำหรับเดินทางจากฝั่ง Queens ผ่านทาง Roosevelt Island Bridge
Subway F – สำหรับเดินทางจาก Queens และ Manhattan สามารถเดินทางด้วย Subway สาย F ลงสถานี Roosevelt Island
Tram (กระเช้าลอยฟ้า) – สำหรับเดินทางจากฝั่ง East Manhattan ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับ MTA หรือ Subway ค่าโดยสารเที่ยวละ $2.75 แต่หากใครใช้บัตร metro card รายสัปดาห์หรือรายเดือน ก็สามารถนั่งได้ฟรี
ส่วนผมนั้นมีบัตร metro card 7 วันอยู่ใมมือ เลยเลือกนั่ง Subway สาย F มาลงที่สถานี Roosevelt Island เลย แล้วขากลับเลือกขึ้น Tram กลับไปยังฝั่ง Manhattan ที่สามารถเห็นวิวแม่น้ำ Hudson และ วิวเมืองแบบเต็มตาในมุมสูงอีกด้วย
เดินต่อเข้าไปใน Park จะเจอกับซากปรักหักพังของโรงพยาบาล Smallpox Hospital หรือโรงพยาบาลรักษาและกักกันโรคฝีดาษในอดีต ที่นี่ล้อมรั้วไว้ เราสามารถถ่ายรูปได้จากนอกรั้วเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปได้
Franklin D.Roosevelt Four Freedoms State Park
เมื่อเดินต่อมาจะพบกับ Franklin D.Roosevelt Four Freesoms State Park ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานแห่งแรกของท่าน ที่อยู่ใน New York City เปิดตั้งแต่ปี 2012 (แต่การออกแบบยังดูทันสมัยมากๆ) ออกแบบโดย Louis I. Kahn ตั้งอยู่ทางปลายใต้สุดของ Roosevelt Island
Four Freedoms ประกอบด้วย Freedom of Expression, Freedom of Speech, Freedom of worship, Freedom from want และ freedom from fear.
Four Freedoms ประกอบด้วย Freedom of Expression, Freedom of Speech, Freedom of worship, Freedom from want และ freedom from fear.
รูปปั้นบรอนซ์ Franklin D.Roosevelt ตั้งอยู่ที่ปลายทางปลายเกาะเผยให้เห็นแม่น้ำวิวสวยๆแบบนี้จากเกาะ Roosevelt Island สามารถมองเห็นป้าย Pepsi-Cola ที่ Long Island City อย่างชัดเจน
การเดินชมเส้นทาง Freedom Trial นั้น เมืองบอสตันได้วางอิฐบล็อคบนถนนเป็นเส้นยาวผ่านอาคารบ้านเรือน และสถานที่สำคัญๆ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดสุดท้าย ดังนั้นผมรับรองว่าถ้าเดินตามเส้นที่ขีดไว้นี้ไม่มีทางหลงแน่นอน พร้อมทั้งยังเก็บได้ครบทุกสถานที่ในเส้นทาง ที่สำคัญ สถานที่ส่วนใหญ่แล้วนั้นไม่เก็บค่าเข้าชม ก็จะมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เก็บค่าเข้าชม เช่น the Old South Meeting House, the Old State House และ the Paul Revere Houseนอกนั้นไม่ต้องจ่าย หรือจะบริจาคก็ได้
เรามาเริ่มการเดินชมเส้นทางแห่งอิสรภาพนี้กันเลยครับ โดยจุดเริ่มจะอยู่ในส่วนย่านดาวน์ทาวน์กลางเมือง ที่ Boston Commonและไปสิ้นสุดที่ Bunker Hill Monumentรวมสถานที่ประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น 16 แห่ง
Boston Common
Massachusetts State House
Park Street Church
Granary Burying Ground
King’s Chapel and Burying Ground
Benjamin Franklin statue and former site of Boston Latin School
Old Corner Bookstore
Old South Meeting House
Old State House
Site of the Boston Massacre
Faneuil Hall
Paul Revere House
Old North Church
Copp’s Hill Burying Ground
USS Constitution
Bunker Hill Monument
Boston Common
สวนแห่งนี้คือสวนสาธารณะกลางเมือง ที่ครองตำแหน่งสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1634 หรือเกือบจะ 400 ปีแล้ว นานมากก และอาจจะไม่ผิดถ้าคิดว่าที่นี่คือสวน Central Park ใน New York เวอร์ชั่นย่อส่วน เพราะที่นี่มีทั้งคนในเมือง และ นักท่องเที่ยว มาเดินเล่น นอนอาบแดด เล่นบอล หรือแม้แต่ประท้วง!! ใครมาถึงแล้วก็อย่าลืมไปขอข้อมูลการเที่ยวเมืองบอสตันได้ที่ศูนย์ Visitor Center นะครับ แล้วเราก็เริ่มเดินตามเส้นสีแดงตามพื้นมุ่งหน้าสู่ Beacon Hill ไปสถานที่ต่อไปกันเลย
Massachusetts State House
อาคารที่มียอดโดมสีทองเด่นมาแต่ไกล ที่นี่คืออาคารรัฐสภาของมลรัฐ Massachusetts ซึ่งเป็นออฟฟิศของผู้ว่าการรัฐ ตั้งอยู่บนเนินที่เรียกว่า Beacon Hill
สุสานเก่าแก่ข้างๆกับPark Street Church มีศพถูกฝังตั้งแต่ยุคแรกที่คนมาตั้งรกรากที่นี่ ย้อนกลับไปเมื่อปี 1660 เลยทีเดียว ป้ายหน้าหลุมฝังศพส่วนมากสลักด้วยรูปหัวกระโหลก และปีก นิกาย พิวริตัน โดยหลุมฝังศพคนดังเช่น Paul Revere, John Hancock และ Samuel Adams
โรงเรียนสร้างเสร็จในปี 1645 เป็น public school ที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา บุคคล 5 คนที่มีส่วนสำคัญในการประกาศอิสรภาพของอเมริกาก็เรียนที่โรงเรียนนี้ คือ Franklin, Samuel Adams, John Hancock, Robert Treat Paine และ William Hooper ที่นี่ยังมีรูปปั้นของ Benjamin Franklin เขาย้ายไป Philadelphia ก่อนที่จะจบการศึกษา
ร้านกาแฟ Starbucks สาขาติดกับ Boston Latin School
Old Corner Book Store
อาคารนี้เป็นหนึ่งอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองบอสตันที่อยู่รอดปลอดภัยจากสงครามนานหลายปี เป็นตึกย่านธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา ร้านหนังสือนี้ถูกสร้างในปี 1718 เป็นศูนย์รวมสมาคมนักกวี นักเขียน ของเมืองบอสตัน อาทิ Ralph Waldo Emerson, Louisa May Alcott และ Nathaniel Hawthorne แต่ตอนนี้ไม่ใช่ร้านหนังสือแล้ว แต่กลายเป็นร้าน Chipotle
Old South Meeting House
สถานที่สำคัญที่ Samuel Adams ได้กล่าวเพื่อชวนฝูงชนให้เกิดเหตุการณ์ไปเทใบชาของอังกฤษทิ้งในอ่าวบอสตันเพื่อทำการต่อต้านภาษีใบชาที่มาจากความไม่เป็นธรรมเป็นชนวนนำไปสู่สงครามการปฏิวัติอเมริกา
ตรงบริเวณลานด้านหน้าOld State House นี้ เรียกว่า The Boston Massacre ซึ่งในระหว่างการปฎิวัติมีช่วงที่มีการปะทะกันระหว่างชาวบอสตันกับกองทัพอังกฤษ ทำให้มีประชาชน 5 คนเสียชีวิตจากการถูกยิงบริเวณนี้
Faneuil Hall และ Quincy Market
ตลาดเก่าแก่ประจำเมือง แบ่งเป็นตลาดฝั่งใต้ (South Market) ตลาดฝั่งเหนือ (North Market) และตลาดควินซี่ (Quincy) มีร้านอาหารมากมาย และยังเป็นแหล่งงานฝีมือสินค้าพื้นเมือง มีการแสดงเปิดหมวกมากมาย
By Adavyd (Own work) [CC BY-SA 3.0], via Wikimedia Commons
Copp’s Hill Burial Ground
ที่นี่เป็นเนินสูง สามารถมองไปเห็นวิวส่วน North End และ แม่น้ำบอสตันได้ คุ้มค่าแก่การปีนขึ้นมา ซึ่งสุสานนี้เก่าแก่เป็นอันดับที่สองรองลงมาจาก King’s Chapel
By Jan Miller (Own work) [CC BY-SA 3.0], via Wikimedia Commons
By (U.S. Navy photo by Seaman Matthew R. Fairchild/Released) 140704-N-OG138-866 (https://www.flickr.com/photos/usnavy/14595957594/) [Public domain], via Wikimedia Commons
Bunker Hill Monument
หลังจากไต่ถนนแคบๆอย่าง Charlestown ขึ้นมาถึงด้านบนก็จะพบกับอนุสรณ์สถานแก่การต่อสู้ที่ Bunker Hill เป็นเสาโอเบลิสก์สูงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า พอมาถึงที่นี่ก็ถือว่าสิ้นสุดเส้นทาง Freedom Trail ของเมืองบอสตันแล้ว
หลังจากตัดสินใจจะไป New York ผมก็เริ่มค้นหาที่ท่องเที่ยวที่ชาวนิวยอร์กเกอร์มักจะไปแฮงก์เอ้าท์ เดินชิลล์ๆกัน Williamsburg ในเขต Brooklynเป็น 1 สถานที่ที่ทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยากเลยที่จะใส่ลงไปในแผนการเดินทางเที่ยวเมืองนิวยอร์กครั้งนี้