เที่ยว New York / Boston / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day1 ]

ในชีวิตของผมตั้งแต่เกิดจนโตขึ้นประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในประเทศที่รู้สึกคุ้นเคย เพราะภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแทบจะทุกเรื่องใช้ นิวยอร์ก เป็นเมืองที่ดำเนินเรื่อง และผมเองนั้นก็เป็นคนรักการดูหนังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรียกได้ว่า ตั้งแต่จำความได้ก็เข้าโรงภาพยนตร์ดูหนังสัปดาห์ละ 2 เรื่องเป็นอย่างต่ำ ทำให้ภาพ สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะบ้านเมือง นิวยอร์ก (New York : NYC) นั้น มาแล่นอยู่ในหัวโดยไม่รู้ตัว จนทำให้เมืองนี้คือเมืองในฝันที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง

คลิกอ่าน เที่ยว Washington D.C. / New York / Boston ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day4 ]
คลิกอ่าน เที่ยว Boston / New York / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day2 ]
คลิกอ่าน เที่ยว New York / Boston / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day1 ]

เมื่อสบโอกาสได้เจอตั๋วไปนิวยอร์กในราคาที่ถูกเวอร์ ถูกจนต้องตัดสินใจซื้อแบบไม่ลังเล ทำให้ทริปนิวยอร์ก และ เมืองรอบๆจึงเกิดขึ้น แบบทันทีทันใด โดยที่ตอนนั้นยังไม่มีวีซ่าเลย

หลังจากตัดสินใจซื้อตั๋ว จึงได้เริ่มวางแผนการเที่ยว และเตรียมตัวไปขอวีซ่าอเมริกา ซึ่งตอนแรกก็หวั่นๆว่าจะขอผ่านไหม แต่เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมแล้วจึงกรอกข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ไปจ่ายเงินค่าวีซ่าที่ธนาคาร แล้วจึงนัดหมายเข้าไปสัมภาษณ์ที่สถานฑูตสหรัฐอเมริกา วันที่ไปสัมภาษณ์ก็ตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ก็เตรียมเอกสารที่คาดว่าเจ้าหน้าที่จะขอดูไปจนครบถ้วน แต่เมื่อถึงเวลาสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ชาวอเมริกัน ก็ถามเพียงไม่กี่คำถามเท่านั้น เช่น ไปเที่ยวเหรอ เมืองไหนบ้าง ไปกับใคร ตอนนี้ทำอาชีพอะไร แค่นั้น!!! แค่นั้นจริงๆครับ หลังสัมภาษณ์จบเขาก็เก็บพาสปอร์ตไป เป็นอันเข้าใจว่าวีซ่าผ่านแล้วชัวร์ แต่จะได้นานเท่าไหร่ก็มาลุ้นกันวันที่ได้พาสปอร์ตคืน ผลคือได้มา 10 ปี ดีใจสุดๆไปเลยครับ ^^

ตัดภาพมาวันเดินทางเลยนะครับ ตั๋วเครื่องบินที่ผมซื้อมาเป็นตั๋วโปรราคาน่าคบ ของ Qatar Airways ดังนั้น จึงบินอ้อมนิดหน่อย โดยต้องไปขึ้นเครื่องที่นครโฮจิมินห์ แล้วบินไปเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา การ์ต้า แล้วจึงค่อยบินยาวๆไป นิวยอร์ก แต่เวลานั้นดีมากๆ ไปถึงเช้า แล้วก็เที่ยวได้เลย

วันแรกที่บินไปถึงสนามบิน JFK New York ผมให้คนไทยที่พี่รุ้ง พี่ที่ไปด้วยรู้จัก มารับที่สนามบิน ที่พักของเราอยู่ในย่านที่คนไทย และ คนเม็กซิโก พักอาศัย ในฝั่งควีนส์ ซึ่งไม่ไกลจากสนามบินมากนัก นั่งแป๊บเดียวก็มาถึง เมื่อเอากระเป๋าเข้าที่พักเรียบร้อย ก็ถึงเวลาตะลุยนิวยอร์ก เมืองในฝันกันแล้ว

วันแรก จะไปชมสถานี Grand Central Terminal และ แถวๆนั้น แบบเบาๆ ก่อน ซึ่งสถานีรถไฟที่ใช้เดินทาง อยู่ปากซอยของที่พัก เดินไม่ไกล และสามารถทะลุถึงย่าน CBD ของ New York ได้เลย โดยผมได้ซื้อตั๋ว MTA Metro Card 7วัน ($32 + ค่าบัตร $1) เพราะถ้าหลงก็จะได้ไม่เสียดายเงิน แถมยังสะดวกดี เริ่มต้นจากสถานี 82 Street Station ในฝั่ง Queens นั่งสาย 7 ต่อเดียวข้ามมาฝั่ง Manhattan ไปลงสถานี Grand Central Terminal ใช้เวลาประมาณ 23 นาที

Grand Central Terminal เป็นสถานีรถไฟที่มักจะเจอในฉากของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายเรื่องจนชินตา และเป็นฉากในซีรีส์ยอดฮิตอย่าง Gossip Girl อีกด้วย เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีถึง 44 ชานชาลา และ 67 เส้นทาง ขนส่งผู้โดยสารหลายแสนคนต่อวัน ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือสถาปัตยกรรมแบบโบซาร์ที่สวยงามวิจิตรตระการตามากๆ พื้นในสถานีปูด้วยหินอ่อนและบนเพดานก็วาดลวดลายหมู่ดาวนักษัตร จุดเด่นอีกอย่างของสถานีก็คือนาฬิกาสี่ด้านที่หน้าปัดทำจากโอปอล มูลค่ามากกว่า 10 ล้านเหรียญดอลล่าร์ และที่นี่ยังมี Apple Store ที่สาวกแอปเปิ้ลต้องไม่พลาดมาเช็กอินเด็ดขาด มาถึงที่นี่ก็เริ่มหิวแล้ว เลยไปฝากท้องไว้กับร้าน Shake Shack ซึ่งตั้งอยู่โซน Lower Level Dining Concourse ถ่ายรูปเช็คอิน แล้วก็ทานจนอิ่มก็ได้เวลาไปจุดหมายต่อไป

สถานที่ถัดไปขอบอกว่าสวยมากๆ นั่นคือ The New York Public Library ตั้งอยู่บนถนน 5 th Avenue เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบกรีกโรมัน ที่เรียกว่า Beaux Arts (โบซาร์ ) มาใช้ในการออกแบบออกแบบ จากถนน 5th Avenue เมื่อเดินมาถึงด้านหน้า ผมไม่พลาดที่จะถ่ายรูปกับรูปสลักสิงโต ที่มีตัวอาคาร The New York Public Library เป็นฉากหลัง หลังจากนั้นจึงเข้ามาในอาคารจะเจอกับ Astro Hall โถงต้อนรับขนาดใหญ่ สูง โปร่ง กรุผิวด้วยหินอ่อนสีขาว มีลวดลายสวยงามมากๆ เมื่อเข้ามาก็จะเจอกับห้องต่างๆที่มีประชาชนนั่งอ่านหนังสือกันอยู่ นักท่องเที่ยวอย่างเราก็ต้องเดินชมแบบเงียบที่สุด ในแต่ละห้องนอกจากจะใช้เฟอร์นิจอร์ไม้สุดคลาสสิคแล้ว ยังประดับลวดลายแกะสลักละเอียดละออ มี Chandelier และโคมไฟตั้งโต๊ะ เพิ่มความหรูหราน่านั่งเข้าไปอีก เดินมาถึงชั้น3 จะเจอกับ Rose Main Reading Room ห้องนี้เป็นห้องอ่านหนังสือที่ใหญ่และโอ่โถงที่สุด

เราจะไปเดินชม 2 ประเทศในไม่กี่ชั่วโมง นั่นคือย่านอาศัยของคนจีน อย่าง China Town และ ย่านชาวอิตาเลียน ที่ Little Italy 2 ย่านนี้อยู่ชิดติดกัน สำหรับย่าน China Town เมื่อมาถึงจะต้องสะดุดตากับ อาคารตรงหัวมุมถนนที่ประดับลายจีนบ่งบอกว่าเราได้มาถึงแล้ว โดยที่ชั้นล่างจะเป็นร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Starbucks ตั้งอยู่ เราเดินชมสักพักก็หลุดมาอีกย่านคือ Little Italy ที่นี่พี่รุ้งนัดเจอกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะไปทานข้าวด้วยกัน ผมเลยถือโอกาสเดินเล่นถ่ายภาพเรื่อยๆจนหลุดไปถึงย่านช้อปปิ้งสุดดังอย่าง SoHo

ย่าน Soho เป็นย่านช้อปปิ้งระดับไฮเอ็นด์ ที่มีร้านหรูๆตั้งอยู่ริมถนนให้ได้ช้อปปิ้งกันแบบสุดเพลิน ใครจะเดินชมอย่างเดียวก็ไม่ว่ากัน ที่นี่เป็นแหล่งรวม Gallery และแบรนด์ชั้นนำไว้ด้วยกัน ใครสายช็อปบอกเลยห้ามพลาด ที่สำคัญ บรรยากาศตึกและถนนที่มีเอกลักษณ์ เลยกลายเป็นอีกจุดที่ ขาโซเชียลต้องมาถ่ายภาพเก๋ๆ Check-in โดย เดิน แชะ เช็คอินตามตรอกซอกซอย ไล่เก็บภาพกันไป เพลินสุดๆ จริงๆ

เมื่อถึงเวลานัดกับพี่รุ้ง ผมจึงเดินย้อนกลับไปย่าน Little Italy อีกครั้ง เพื่อไปรับพี่รุ้งมาเดินชิลล์ที่ย่าน Soho อีกรอบ ก่อนที่จะกลับที่พัก เป็นการจบทริปวันแรก แบบเบาๆ ก่อนที่จะไปตะลุยเมืองบอสตันกันต่อในวันพรุ่งนี้

คลิกอ่าน เที่ยว Boston / New York / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day2 ]

พาชม “HOUSE SAMYAN” ที่ไม่ใช่เพียงโรงภาพยนตร์ของคนรักหนัง แต่คือ “บ้าน” สำหรับทุกคน

HOUSE SAMYAN” โรงภาพยนตร์สำหรับคอหนังทางเลือก

หลังจากที่โรงภาพยนตร์ HOUSE RCA ประกาศย้าย “บ้าน” อย่างเป็นทางการ ล่าสุดพร้อมเปิด ให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2562 โดยครั้งนี้ได้เปิดตัวภายใต้ ชื่อใหม่ว่า HOUSE SAMYAN” สู่ที่ตั้งใหม่ใจกลางเมือง ณ ชั้น 5 ในโครงการ “สามย่านมิตรทาวน์”

HOUSE SAMYAN” ยังคงคอนเซ็ปต์โรงภาพยนตร์อินดี้ที่น่ารักและอบอุ่นที่สุด เช่นเดียวกับตลอด ระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา และยังมุ่งมั่นคัดสรรภาพยนตร์คุณภาพ รวมทั้งผลงานที่หลากหลายจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อมอบประสบการณ์ แปลกใหม่ และความสุขจากการชมภาพยนตร์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนนอก จากที่ HOUSE เท่านั้น

โดยในการย้ายบ้านมาที่สามย่านมิตรทาวน์นี้ HOUSE SAMYAN ได้รับการสนับสนุนจาก AIS PLAY แอปรวมความบันเทิงสำหรับดู หนัง ซีรีส์ วาไรตี้ กีฬา และการ์ตูน มาเข้าร่วมสนับสนุนเป็นพันธมิตรหลักทางธุรกิจของโรงภาพยนตร์ HOUSE SAMYAN  โดยมีการทำ Co-Brand กับโรงภาพยนตร์ที่3 ภายใต้ชื่อ โรงภาพยนตร์ AIS PLAY HOUSE 3 Cinema” ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ที่สามารถฉายภาพยนตร์ได้ทั้งในระบบดิจิตอล และระบบฟิล์ม พร้อมรองรับการฉายภาพยนตร์จากทั่วทุกมุมโลก  รวมถึงในอนาคตทาง AIS PLAY เองจะมีการสนับสนุนกิจกรรม และอีเว้นท์ที่น่าสนใจตลอดปีรวมไปถึงภาพยนตร์ของทาง HOUSE SAMYAN บางส่วนก็จะลงให้รับชมทาง AIS PLAY อีกด้วย

นอกเหนือจากความอบอุ่นใจในรูปแบบคอนเซ็ปต์เดิม HOUSE SAMYAN” ยังเติมความพิเศษใหม่ๆตอบ รับความต้องการของผู้ชมในทุกเจนเนอเรชั่น ด้วยการขยายจำนวนโรงภาพยนตร์ ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ขนาด โรงภาพยนตร์ที่ 3 จำนวน 176 ที่นั่ง, โรงภาพยนตร์ที่ 4 จำนวน 116 ที่นั่ง และโรงภาพยนตร์ 5 จำนวน 69 ที่นั่ง

ไม่เพียงแค่นั้น HOUSE SAMYAN” ยังจัดเซอร์ไพรส์แรกด้วยการเปิดรับ MEMBER HOUSE SAMYAN ในราคา 500 บาท ที่มากับสิทธิพิเศษมากมาย เพียงครั้งแรกที่สมัครสมาชิกก็สามารถเลือก รับของพรีเมี่ยม 1 ชิ้น (เสื้อยืด, ถุงผ้า หรือ ร่ม) พิเศษขั้นกว่าด้วยการมีสิทธิ์เลือกระหว่าง “รับ Voucher ตั๋วชมภาพยนตร์” จำนวน 3 ใบ หรือ “สิทธิ์การชม FILM BUFFET” ตลอดทั้งโปรแกรม   เริ่มตั้งแต่วันที่ 7-31 ตุลาคม 2562 จำนวน 150 เรื่อง ทุกประเภท, ทุกภาษา, ทุกเวทีรางวัล, ทุกรสชาติ และทุกอารมณ์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาพยนตร์ที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม อีกทั้งในการชมภาพยนตร์ครั้งต่อ ๆ ไป ก็สามารถใช้บัตรสมาชิกเป็นส่วนลด 20 บาท จากราคาปกติ 160 บาท อีกด้วย

ส่วนท่าไม้ตายต่อมา คือ ขบวนพาเหรด ภาพยนตร์สุดคลาสสิคระดับตำนาน ที่จะจัดฉาย แบบพิเศษสุดในวีคสุดท้ายของทุกเดือน และแทบทุกเรื่องจัดว่าอยู่ในลิสต์ “ต้องดูให้ได้สักครั้งก่อนตาย” เช่น Tokyo Story” (1953) ของปรมาจารย์ผู้กำกับคนสำคัญชาวญี่ปุ่น “ยาซูจิโร โอซุ” , Maurice (1987) โดยผู้กำกับ “เจมส์ ไอเวอร์รี่”, หนังเจ้าของรางวัลออสการ์ที่ใคร ๆ หลงรัก Forrest Gump” (1994) หรือ ผลงานต้นแบบตลอดกาลของผู้กำกับ “วู้ดดี้ อัลเลน” เรื่อง Manhattan” (1979) เป็นต้น

พร้อมกันนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของ HOUSE SAMYAN” จะมีการจัดกิจกรรมเพิ่มเติมอย่าง ต่อเนื่อง อาทิ Special Screening การจัดเสวนาหลังการฉายภาพยนตร์จบ ทลายเส้นแบ่งระหว่างคน ดูกับคนทำหนัง, กูรูหนัง, นักเขียน และคอลัมนิสต์ ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การตี ความความสงสัย ให้เกิดความหมายใหม่ ๆ สะท้อน

ถึงคุณงามความดีของภาพยนตร์ว่าเป็นเพื่อนแท้ที่อยู่ได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และเป็นการสร้างโลกให้สวย ขึ้นด้วยมิตรภาพที่มาจากความแตกต่าง กันผ่านสิ่งที่เรียกว่า “ภาพยนตร์”

รวมทั้งเทศกาลเพื่อคอหนังและชาว HOUSE แบบไม่ธรรมดา 3 เทศกาลต่อปี ไม่ว่าจะเป็น DIY Fest ให้ผู้ชม เลือกหนังที่ ตัวเองอยากดูผ่านการเปิดโหวตบนฐาน House fanbase, หนังลับ Secret House ที่ผู้ชมจะไม่รู้โปรแกรม มาก่อน จึงต้องไปร่วมลุ้นกันเองในโรงภาพยนตร์, House No.1 Films พาไปชมภาพยนตร์ดัง เรียนรู้บริบทการชมภาพยนตร์ ของผู้คนทั่วโลกที่ไม่ใช่มีเพียงฮอลลีวู้ด และเทศกาลภาพยนตร์ลูกโซ่ การฉายเรื่องที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่กลับเชื่อม โยงกันได้อย่างน่าเหลือเชื่อคนรัก ภาพยนตร์ที่อยากออกผจญภัยให้สุดขอบก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจกันไว้ให้ดี

และเพื่อให้โรงภาพยนตร์ HOUSE SAMYAN” ต่อยอดความสำเร็จอย่างไร้ขีดจำกัด จึงได้ผสมผสานความ ร่วมสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคนี้  ด้วยการเปิดให้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน ทั้งในระบบ iOS และ Android (สามารถค้นหาคำว่า House Cinema ได้ใน App Store และ Google Play Store) ซึ่งสามารถเช็ครอบฉาย ซื้อตั๋ว ได้เสร็จสรรพ

นอกจากการฉายหนัง HOUSE ยังเปิดพื้นที่สำหรับเรียนรู้ รวบรวมความบันเทิงหลากหลายแขนง เอาไว้เข้า ด้วยกัน ทั้งงานแสดงดนตรี ร้านหนังสือเพื่อคนรักการอ่าน งานแสดงศิลปะ การจัดงานแข่งสำหรับ คนอยากโชว์ของ และการใช้ฟลอร์เพื่อออดิชั่นสำหรับคนมีฝัน สำหรับนักเรียน-นักศึกษาผู้สนใจสายงานภาพยนตร์ ทาง HOUSE SAMYAN” ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความฝันของคนรุ่นใหม่ให้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์ นักศึกษา เพื่อยก ระดับผลงานให้ออกสู่สายตาสังคมมากยิ่งขึ้น และรู้จักพวกเขาที่กำลังจะเดินหน้าเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไทยในอนาคต

ปิดท้ายด้วยความสะดวกสบายขั้นสุดของการเดินทางมายัง HOUSE SAMYAN” สามารถมาโดย MRT ลงสถานี “สามย่าน” ทางออก 2 ,  BTS ลงสถานี “สยาม” แล้วต่อ Shuttle Van ฟรี จากบริเวณหน้า Center Point of Siam Square , รถประจำทางสาย 4, 21, 29, 34, 40, 46, 47, 50, 67, 93, 109, 172, 177, 187, 501, 507, 529  และ ปอ.113

ทั้งนี้หากต้องการรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปได้ที่ www.facebook.com/housesamyan หรือ www.housesamyan.com

MAKE YOURSELF AT HOUSE
ประสบการณ์ดูหนังที่คุณหาไม่ได้จากที่ไหน

เมื่อนึกถึง HOUSE SAMYAN” ไม่ใช่เพียงสถานที่ของคนรักหนัง
แต่คือ “บ้าน” สำหรับทุกคนตลอดไป

เที่ยวย้อนวัยเด็ก พิพิธภัณฑ์ของเล่น “Tooney Toy Museum” กับ  “มีน-พีรวิชญ์”

เมื่อเราโตขึ้น บางครั้งก็อยากที่จะย้อนวัยไปสู่ช่วงสนุกๆในวัยเด็ก วันนี้ มีน-พีรวิชญ์ เลยจะพาไปเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์ของเล่น “Tooney Toy Museum” ย่านนนทบุรี เดินชมตั้งแต่โซนการ์ตูน, โซนจินตนาการ และโซนภาพยนตร์ ซึ่งถูกจัดวางเรียงรายให้ชมไม่ต่ำกว่า 100,000 ชิ้น

ถึงแม้คิวงานแน่นทุกวัน สำหรับนักแสดงหนุ่มสุดฮอต “มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” ที่โด่งดังมาจาก ซีรีส์วาย และล่าสุดกำลังจะมีผลงาน ภาพยนตร์แอ็คชั่น-ดราม่า เรื่อง “สวยรหัสฆ่า BLOOD VALENTINE” ซึ่งเตรียมออกอากาศวันศุกร์ที่ 27 กันยายนนี้ เวลา 18.00 น.ทางช่อง “MONO29”(โมโนทเวนตี้ไนน์) ถึงแม้จะว่ามีงานถ่ายละคร พรีเซ็นเตอร์ รวมถึงงานอีเว้นท์ต่างๆ ก็ยังเจียดเวลาว่างเบรคตัวเอง พักผ่อนแบบ ย้อนวัย ด้วยการไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของเล่น “Tooney Toy Museum” ย่านนนทบุรี เดินชมตั้งแต่โซนการ์ตูน, โซนจินตนาการ และโซนภาพยนตร์  ซึ่งถูกจัดวางเรียงรายให้ชมไม่ต่ำกว่า 100,000 ชิ้น จนหนำใจ แล้วก่อนกลับ  “มีน” เล่าถึงความสนุกในครั้งนี้ว่า

“เป็นครั้งแรกครับที่ได้มาที่นี่ พอเข้ามาแล้วมันว้าวเลย อเมซิ่งมากเพราะมีตัวการ์ตูน หลาย ตัวที่เรารู้จัก ทำให้คิดถึงตอนเด็กๆ ครับ สำหรับผมจะชอบโคนัน, โดเรมอน,สคูบี้ดู, สนูปปี้ และ พวกการ์ตูนดิสนีย์ ซึ่งที่นี่ก็มีหลายตัวเลย นอกจากนี้มันยังมีพวกตัวซูเปอร์ฮีโร่ต่างๆ ตั้งแต่ กัปตัน อเมริกา, สไปเดอร์แมน, แบทแมน, ทอยสตอรี่ ที่เราเคยดูจากหนัง พวกการ์ตูนตอนเป็น คอมมิก เราก็อ่านมาเหมือนกันครับ ส่วนที่พีคๆ สำหรับผมคือที่นี่โมเดลกันดั้มเยอะมาก แบบมหาศาล จริงๆ  เห็นแล้วนึกถึงตอนเด็ก ผมเคยขอให้ที่บ้านซื้อ รอนานมากกว่าจะได้มาตัวนึง ซึ่งตอนเด็กๆ สำหรับเราราคามันแพงมากตัวหลายพันก็มี และก็หาซื้อค่อนข้างยากเพราะมันมีของแท้ของปลอม พอได้มาก็พยายามประกอบเอง ซึ่งมันยากมากต้องให้เวลากับมันจริงๆ พอแกะแล้วมันต้อง มี การฝน การเข้ามุม บางคนถึงกับลงสีใช้สเปรย์เลยครับ ผมว่ามันไม่ใช่ของเล่นเด็กธรรมดาทั่วไป มันเหมือนงานฝีมืองานนึงเลยนะ ด้วยความที่มันยากและต้องใช้เวลากับมันเยอะ ทุกวันนี้ผม ก็เปลี่ยนมาสะสมพวกของเล่นตามชุดอาหาร ที่เค้าประกอบมาให้ซึ่งที่บ้านมีเป็นร้อยๆ ตัวเลยครับ

การมาเที่ยวที่นี่อย่างแรกคือมันทำให้เรานึกถึง โมเม้นท์สมัยเด็ก ได้ย้อนกลับไปเห็น ตัวการ์ตูนหลายตัวที่เราเคยดู มันถูกนำมาสะสมไว้ที่นี่ มันทำให้เรารู้สึกว่าเคยผ่าน เรื่องราวเหล่านี้ มา ผ่านช่วงวัยนั้นมา ต้องตื่นเสาร์อาทิตย์ตั้งแต่เช้ามานั่งดูทีวีดูการ์ตูนพวกนี้ มันกลับไปนึกถึง ตอนนั้นอีกครั้ง รู้สึกสนุก ตื่นเต้นที่ได้กลับมาเจอตัวการ์ตูนเหล่านี้อีก ผมว่าที่นี่ไม่ใช่แค่เด็กที่มา เดินได้นะ ผู้ใหญ่ก็มาได้เพราะมันทำให้เรานึกถึงโมเม้นตอนเด็กๆ อีกครั้งนึงครับ”