THE CORNER HOUSE อาคารชัยพัฒนศิลป์ Creative Lifestyle Community ใจกลางย่านตลาดน้อย

โฉมใหม่ “THE CORNER HOUSE อาคารชัยพัฒนศิลป์” แลนด์มาร์กของคนรุ่นใหม่ในชุมชนตลาดน้อย เจริญกรุง 35 พร้อมก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์สำหรับทุกคน

หลังจากก้าวเข้าสู่การเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชุมชนตลาดน้อย เจริญกรุง 35 เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ล่าสุด The Corner House ณ อาคารชัยพัฒนศิลป์ ตึกอันโดดเด่นบนถนนเจริญกรุงใจกลางย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ได้รับการปรับโฉมและแต่งเติมความน่าสนใจในฐานะ Creative Lifestyle Community ที่ครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อมเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

นับตั้งแต่เปิดตัว The Corner House ก็มุ่งมั่นที่จะส่งต่อการเดินทางแห่งประสบการณ์เหนือระดับที่ไม่หยุดอยู่เพียงรสสัมผัสจากเมนูอาหารจานเด่นและเครื่องดื่มเลิศรส แต่รวมไปถึงการเป็นที่สุดแห่งพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และแหล่งความบันเทิงครบวงจรของย่านเจริญกรุง 35 ผ่านการเปิดตัวร้านอาหาร
บูติคพิเศษ และพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ ภายใต้พื้นที่ของอาคารชัยพัฒนศิลป์ โดยยึดโยงกับคีย์เวิร์ดสำคัญอย่าง ‘5 Senses Experience, Enjoyment of Food, Artistic, and Musical Elements’ ซึ่งนำมาสู่การเป็น Creative Lifestyle Community แลนด์มาร์กที่พลาดไม่ได้ของชุมชนตลาดน้อย

The Corner House โฉมใหม่มาพร้อมกับความตั้งใจที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่มองหาแรงบันดาลใจ ณ ใจกลางย่านเจริญกรุง พร้อมต้อนรับปี 2568 ด้วยแนวความคิด “Old Meets New” กับการผสมผสานเรื่องราวและเสน่ห์ของความเก่าเข้ากับไอเดียใหม่สุดสร้างสรรค์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Refining the Future: From Realism to Futurism” ที่จะเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านแรงบันดาลใจ โดยมีทั้งร้านอาหารหลากหลาย พื้นที่สำหรับจัดแสดงงานศิลปะ พื้นที่จัดอีเวนต์ เวิร์กช็อป และกิจกรรมพิเศษ รวมถึงความบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ และพลาดไม่ได้กับ The Corner House Rooftop บนชั้น 4 ที่จะเผยให้เห็นความงามของกรุงเทพฯ ในมุมมองที่แปลกใหม่ทั้งช่วงกลางวันและยามค่ำคืน อีกทั้งยังเปิดต้อนรับน้อง ๆ สัตว์เลี้ยง ให้มาร่วมเพลิดเพลินไปด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนได้ค้นพบแรงบันดาลใจและสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจ

สำหรับร้านอาหารที่จะเปิดประสบการณ์ด้านรสสัมผัสสุดล้ำใน The Corner House นำทัพโดย “Liana Fine Dining” ภัตตาคารรูปแบบไฟน์ ไดนิ่งที่พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2568 กับการมอบประสบการณ์ดินเนอร์รูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ ผ่านการเปิดม่านโชว์กรรมวิธีรังสรรค์เมนูจานพิเศษให้ทุกคนได้เลือกรับประทานและรับชมกันแบบส่วนตัว พร้อมด้วยหลากหลายเมนูสร้างสรรค์จากอีกกว่า 5 ร้านอาหารและภัตตาคารสุดยูนีคภายใต้ชายคาของอาคารชัยพัฒนศิลป์ ที่จะร่วมส่งต่อโมเมนต์ชวนจดจำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็น “SARNIES & Friends” กับการรังสรรค์เมนูระดับงานศิลป์ผ่านแรงบันดาลใจจากศิลปะที่ตีความขึ้นใหม่สู่มื้ออาหารรูปแบบ Futuristic หรือเมนูมากรายละเอียดจาก “Dek Nuea Asian Fusion” ที่นำวัตถุดิบตามฤดูกาลมาใช้ในการสร้างสรรค์จานพิเศษ โดดเด่นด้วยรสชาติเหนือระดับและเฉดสีน่าสนใจ รวมไปถึงเมนูของหวานที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อเปิดประตูด้านรสชาติรูปแบบใหม่ให้กับทุกคนที่ได้ลิ้มลองจาก Juitee x Akkara” และหลากหลายเมนูชาสูตรออแกนิคจาก “Tearaphy” ที่เข้าคู่กับเมนูคาวและหวานได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มแก้วพิเศษสำหรับสายปาร์ตี้กับ “Yellow Cloud Craft Beer” ที่นำเสนอเสน่ห์ของเมนูคราฟต์เบียร์จากหลากหลายจังหวัดในประเทศไทย

โฉมใหม่ของ The Corner House พร้อมปลุกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศอันอบอวลด้วยกลิ่นอายของงานศิลป์และการผสมผสานกิจกรรมที่หลากหลายในรูปแบบ Creative Lifestyle Community ที่ครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ให้ทุกคนได้จุดประกายแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ผ่านประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์เหนือระดับของชุมชนตลาดน้อย

ลิสต์ร้านอาหารดัง วิวเด็ด! ที่ ไอคอนสยาม ชมพลุยิ่งใหญ่เต็มตางาน Amazing Thailand Countdown 2025

ไอคอนสยามเปิดลายแทงร้านอาหารดัง วิวเด็ด! ชวนปักหมุดความอร่อยต้อนรับศักราชใหม่ ด้วยร้านอาหารชื่อดังริมน้ำเจ้าพระยา พร้อมชมพลุรักษ์โลกสุดยิ่งใหญ่ ในงาน Amazing Thailand Countdown 2025 ที่ทุกคนรอคอย

เดือนแห่งความสุขและเทศกาลเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอยได้มาถึงแล้ว! ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีร้านอาหารดังในบรรยากาศริมน้ำกว่า 21 ร้าน ชวนปักหมุดความอร่อยต้อนรับศักราชใหม่ปี 2025 กับเมนูความอร่อยระดับพรีเมียมจากลิสต์ร้านดังบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมวิวเด็ดจากพลุตระการตาในค่ำคืนของงานเคานต์ดาวน์ระดับโลก Amazing Thailand Countdown 2025 ที่ไอคอนสยามได้อัดแน่นกิจกรรมความสุข พร้อมตอกย้ำการเป็น Global Countdown Destination ที่ใครก็ต้องมา

สำหรับผู้ที่หลงรักในรสสัมผัสของเมนูอาหารไทย ขอแนะนำ

ร้าน CAFÉ CHILLI ชั้น G โซน The Veranda ร้านอาหารอีสานแท้ๆ ที่นำอาหารอีสานมายกระดับจัดจานและปรับรสชาติให้แซ่บถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ นำทัพความอร่อยด้วยเนื้อวัวออสเตรเลียย่างถ่าน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสชาติจัดจ้านที่สามารถผสานรสชาติ หวาน เปรี้ยว เค็ม แซ่บ เข้ากับเนื้อได้เป็นอย่างดี หรือเมนูแนะนำตลอดกาลอย่างผัดไทยกุ้งแม่น้ำ ที่นอกจากกุ้งแม่น้ำจะมีขนาดใหญ่จนใกล้ขนาดจานแล้ว ยังสามารถดึงรสและกลิ่นของซอสผัดไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทยออกมาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ส่วนจานโปรดของลูกค้าประจำหลายๆ คน ก็คือส้มตำนัตตี้อะโวคาโด เมนูซิกเนเจอร์ของ CAFÉ CHILLI อะโวคาโดเกรดดีโรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่กรุบกรอบและหวานมันตัดรสกับน้ำส้มตำสุดแซ่บก็แนะนำว่าไม่ควรพลาดด้วยเช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-030-1848

ถัดมากับร้าน กับข้าว’ กับปลา ชั้น 5 ร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นที่มาจากเครือร้านอาหารไอเบอร์รี่ที่รักษามาตรฐานความอร่อยในระดับเดียวกันไว้ได้เป็นอย่างดี เสิร์ฟด้วยรสชาติที่ปรุงรสมาแบบเข้มข้น ไม่หวงทั้งวัตถุดิบและเครื่องปรุง มีเมนู Signature คือน้ำพริกสตรอว์เบอร์รี ที่นำสตรอว์เบอร์รีรสชาติหวานอมเปรี้ยวหั่นชิ้นมาคลุกเคล้ากับน้ำพริกกะปิจนกลายเป็นเครื่องจิ้มผักสดชั้นยอดที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง สั่งมาคู่กับต้มยำกุ้งแม่น้ำที่เสิร์ฟมาในหม้อไฟร้อนๆ หอมกลิ่นเครื่องต้มยำตลบอบอวลทันทีที่ยกมาเสิร์ฟ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Line Official : @kubkaokubpla 

สายปาร์ตี้ต้องปักหมุดกับร้านวิวดี บรรยากาศเลิศ 

ร้านวิวแบบพาโนรามาที่ต้องมา  ร้าน Fallabella River Front ชั้น 6 โซนทัศนานคร เทอเรซ ร้านอาหารฟิวชั่นไทย-อิตาเลียน ที่ปัจจุบันขยายความฟิวชั่นไปถึงอาหารจีนและอาหารญี่ปุ่นให้เข้ากับความทันสมัยและหรูหราของร้านได้เป็นอย่างดี โดยทางร้านมีเมนูเด็ดอย่างปลากะพงทอดพริกเกลือ มาผัดกับเครื่องพริกจนเกิดกลิ่นหอมคลุ้ง หรือจะ Fallabella Rustica เมนูพิซซ่าหน้าปิดที่อบจากเตาถ่านของร้าน ให้แป้งสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ด้วยมอสซาเรลล่าชีสอย่างดี พาร์มาแฮม และน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล เป็นจานที่ใครก็ไม่ควรพลาด ทั้งนี้ Fallabella ยังมีบริการค็อกเทล ม็อกเทล และเครื่องดื่มอีกมากมาย แต่ที่พลาดไม่ได้ต้องม็อกเทล Oh Thai เครื่องดื่มซิกเนเจอร์รสหวานซ่าที่ใช้ลิ้นจี่ มะนาว และตะไคร้เป็นส่วนผสมหลัก โดยกลิ่นสมุนไพรไทยอย่างตะไคร้จะช่วยเพิ่มองค์ประกอบของมื้ออาหารให้ครบรสได้เป็นอย่างดี หรือสายคราฟเบียร์ที่ Fallabella ไอคอนสยามก็รวบรวมจากเหล่าผู้ผลิตชาวไทยหลากหลายเจ้ามาให้ทุกคนได้มีโอกาสมาลิ้มลองกันด้วยเช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 096-892-6425

ชวนสัมผัสรสชาติอาหารฟิวชั่นชั้นเยี่ยม และคาเฟ่ชั้นเลิศ

ร้านครัวซองต์ชื่อดัง James Boulangerie ชั้น 6 ร้านครัวซองต์ระดับตำนานที่มาพร้อมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบจัดเต็ม การันตีความเป็นตำนานด้วยเชฟผู้มีดีกรีเป็นแชมป์ผู้พิชิตเชฟกระทะเหล็กอาหารหวานแห่งรายการ Iron Chef Thailand หรือ เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ทางร้านเลือกสรรค์วัตถุดิบที่พรีเมียมที่สุดมาสร้างเป็นรสชาติให้เป็นเลิศที่สุดจนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นครัวซองต์ที่มีเนื้อสัมผัสภายนอกกรอบและข้างในเป็นโพรงสวยเด่น เมื่อกัดเข้าไปแล้วจะได้สัมผัสที่นุ่มหนึบและหอมเนยฟุ้งไปทั่วทั้งปาก และพิเศษยิ่งกว่ากับ Black Horse ครัวซองต์ที่ทำมาจากแป้ง Black Cocoa แห่งฝรั่งเศส มีไส้เป็นถั่วแดงและชาเขียวที่บินตรงจากญี่ปุ่น มีเสิร์ฟเฉพาะสาขาไอคอนสยามเท่านั้น ส่วนเมนูอื่นๆ ที่ไม่ใช่ครัวซองต์ก็ขายดีและอร่อยไม่แพ้กัน อาทิ ครอฟเฟิลไก่ทอดกรอบ ที่กรอบแบบไม่ยอมกันทั้งครอฟเฟิลและไก่ทอด เสิร์ฟมาพร้อมซอสสไปซี่มาโยแบบฉ่ำๆ หรือเฟตตูชินีซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิลที่ไม่จบที่ความครีมมี่และหอมทรัฟเฟิล เพราะยังท็อปมาด้วยโฮตาเตะแบบบิ๊กไซส์ที่บินตรงมาจากทะเลญี่ปุ่น อร่อยเด็ดแบบพลาดไม่ได้ และทางร้านยังมีเมนูอาหารไทยอีกกว่า 70 รายการมาให้ลิ้มรสกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกทอดซอสไข่เค็ม, หมูฮ้องภูเก็ต, เขียวหวานแก้มวัว, ไส้อั่วครัวซองต์, ผัดไทกุ้งแม่น้ำ, ปลากะพงทอดซอสสามรส, กะเพราขาหมูเยอรมัน, ต้มยำกุ้งแม่น้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 092-701-2220 หรือ  LINE@ jamesboulangerie

สายปิ้งย่างเลิฟเวอร์ ขอแนะนำ

ร้านปิ้งย่างชื่อดัง Nice Two Meat U ชั้น 5 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Nice to Meat U on Cruise ผ่านโซน Outdoor ที่มีทำเลการปิ้งย่างขนานไปกับริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนได้ความรู้สึกเหมือนได้กินข้าวบนเรือสำราญ นอกจากนี้ที่ไอคอนสยามยังมี Soju Bar ที่ตกแต่งเหมือนคาสิโน สร้างบรรยากาศให้ดูคึกคัก มีชีวิตชีวา ช่วยให้มื้อนี้เป็นปิ้งย่างที่สมบูรณ์แบบทั้งรสชาติและบรรยากาศอย่างถ่องแท้ ส่วนเนื้อสัตว์ก็มีทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัว และพิเศษขึ้นไปอีกเพราะว่าทางร้านจะส่งพนักงานมาย่างเนื้อให้จานต่อจาน ย่างโดยใช้ความร้อน เทคนิค และเวลาที่เหมาะสมกับเนื้อแต่ละชิ้นส่วนเพื่อให้ได้ความนุ่ม อร่อย และชุ่มฉ่ำมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกันนี้ทางร้านยังมีเมนูปูทะเลดองซีอิ๊วเกาหลีที่คัดมาเฉพาะปูทะเลตัวโตๆ เนื้อหวานๆ เอามาดองกับซีอิ๊วที่ทางร้านปรุงรสมาแล้วให้ได้รสชาติพอเหมาะพอดี กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ พร้อมเมนูอาหารเกาหลีอื่นๆ อย่างซุปกิมจิหรือข้าวผัดกิมจิชีสยืดก็เข้ากันได้ดีแบบสุดๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง LINE OA : @nicetwomeatu เท่านั้น

ร้านอาหารจีนรสชาติแบบต้นตำรับ 

ร้าน Hong Bao ชั้น 5 ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งที่ชูจุดเด่นด้วยเมนูอาหารจีนแบบต้นตำรับ ทางร้านมีเมนูติ่มซำที่ขายดีตลอดกาลอย่างก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ ที่นำกุ้งตัวใหญ่ตามฤดูกาลจากทะเลอันดามันมาปรุงรสให้หอมน้ำมันงาไปชุบแป้งทอดแล้วห่อด้วยแป้งก๋วยเตี๋ยวสูตรโฮมเมดที่เหนียวนุ่มเพราะความสดใหม่ เสิร์ฟมาแบบตัดชิ้นพอดีคำ กินคู่กับซอสสูตรพิเศษของทางร้านจะได้ทั้งความนุ่มนอกกรอบใน และหมูกรอบของ Hong Bao ที่แตกต่างจากที่อื่นด้วยเครื่องเทศทั้ง 24 ชนิดที่เป็นสูตรลับของทางร้านและเทคนิคการอบหมูให้สุกช้าๆ จนได้เนื้อสัมผัสที่ทั้งกรอบและยังชุ่มฉ่ำ พร้อมกันนี้ยังมีเต้าหู้ Hakka นึ่ง เมนูที่ชื่ออาจจะฟังดูแปลกไปหน่อยแต่ถ้าได้สั่งมาลองแล้วจะได้พบกับเต้าหู้ที่เนื้อนิ่มราวกับสำลี เสิร์ฟมาร้อนๆ กินคู่กับหมูสับผัดซอสที่ร้านมาบนเต้าหู้ก็อร่อยไม่แพ้เมนูอื่นๆ เลยเช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 065-245-3626 และ 062-598-3688

มาร่วมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศในค่ำคืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ไปกับมื้ออาหารสุดพิเศษท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาสุดตระการตา พร้อมชมพลุรักษ์โลกสุดยิ่งใหญ่ที่  “ไอคอนสยาม”    สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟฟ้าสายสีทอง ลงสถานีเจริญนคร G2 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM

 

Jérôme Cheesecake Flagship Store แห่งแรกนอกญี่ปุ่น เชฟ 3 ดาวมิชลิน ที่ไอคอนสยาม

Jérôme Cheesecake Flagship Store แห่งแรกนอกญี่ปุ่น ชีสเค้กจากฝีมือเชฟระดับ 3 ดาวมิชลิน พร้อมเสิร์ฟเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ได้ลิ้มรส กับครั้งแรก ที่ไอคอนสยาม!

Jérôme Cheesecake นำเข้าโดยบริษัท คชา บราเธอร์ส จำกัด เจ้าของแบรนด์ของหวานชื่อดังจาก Kyo Roll En, Mont Blanc และ Oyatsu no Jikan เปิดตัว Flagship Store แห่งแรกนอกญี่ปุ่น ครบครันที่สุดหนึ่งเดียวในไทย! ที่ไอคอนสยาม มาพร้อม 5 รสชาติสุด Exclusive ของ Basque Cheesecake ชีสเค้กหน้าไหม้ชื่อดังอันดับหนึ่งจาก Ginza โตเกียว โดยเชฟ Jérôme Quilbeuf อดีต Head Chef จาก ‘Sant Pau’ ร้านอาหารที่ได้ 3 ดาวมิชลินกว่า 15 ปีในประเทศสเปน พบกับเมนูที่เป็นไฮไลต์ที่สุด Exclusive Only @ICONSIAM กับ Fresh Truffle Basque Cheesecake ที่ใช้วัตถุดิบสุดหรูประจำฤดูกาล ทำจากเห็ดทรัฟเฟิลดำสดๆ จากฝรั่งเศส กลิ่นหอมฟุ้งเป็นเอกลักษณ์ ผสานความนุ่มละมุนของชีสเค้กหน้าไหม้ ละลายในปาก ฝนทรัฟเฟิลกันแบบสดๆ ต่อหน้า มีให้เลือกทั้งแบบทานที่ร้าน หรือแบบซื้อกลับบ้านแบบทั้งก้อนเป็นของฝากสุดประทับใจ

นอกจากนี้พลาดไม่ได้กับอีกหนึ่งเมนูใหม่ Signature ‘4 in 1’ Basque Cheesecake 4 หน้า อร่อยครบทั้ง 4 รสชาติยอดนิยมในกล่องเดียว ทั้งสูตร Original ต้นตำรับ Matcha Basque Cheesecake ที่ใช้ Uji Matcha ชาเขียวที่ขึ้นชื่อว่าคุณภาพดีที่สุดในโลกจากเกียวโต Durian Basque Cheesecake เนื้อเค้กทำจากทุเรียนหมอนทองแท้ๆ หอมหวานมันทุกคำ รส Exclusive มีเฉพาะที่ไทย และ New! Thai Tea Basque Cheesecake หอม เข้มข้นในแบบไทยๆ จากใบชา Organic เปิดตัวครั้งแรกในโลก ที่สาขาไอคอนสยาม

สำหรับ Jérôme Cheesecake ในทุกขั้นตอนมีสูตร Signature recipe ลับเฉพาะ และเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุด แบบเดียวกับที่ใช้ในร้านอาหาร 3 ดาวมิชลิน เช่น ผลิตภัณฑ์นมจากฮอกไกโดและชีสจากแคว้นบาสก์ ประเทศสเปน ทำให้ภายในระยะเวลา 2 ปีกว่า กลายเป็นชีสเค้กยอดนิยมอันดับหนึ่งในกรุงโตเกียว ทำให้นักท่องเที่ยว และแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ Blue Bottle Coffee และ Nespresso Japan ต่างก็เลือก Jérôme Cheesecake เป็น Partner ในการมา Collaboration ร่วมกัน

นอกจากนี้ยังมีเมนูยอดฮิตอย่าง Mont Blanc อร่อยสุดฟินไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นกับเกาลัดญี่ปุ่นบดเนื้อเนียนผสม Matcha

และเครื่องดื่มชา กาแฟ Specialty Coffee จากโรงคั่ว Hands and Heart พร้อมเปิดบริการแล้ววันนี้ที่ชั้น G โซน The Veranda ไอคอนสยาม

“FRINGE” คาเฟ่เปิดใหม่ ที่ เชียงใหม่ สไตล์เกาหลี นึกว่านั่งอยู่กรุงโซล!!! ดีไซน์อบอุ่น มุมถ่ายรูปเพียบ!

“FRINGE” คาเฟ่เปิดใหม่ ที่ เชียงใหม่ สไตล์เกาหลี นึกว่านั่งอยู่กรุงโซล!!! ดีไซน์อบอุ่น มุมถ่ายรูปเพียบ!

FRINGE” ตั้งอยู่หัวมุมสี่แยกสะพานนครพิงค์ อาคารเด่นเท่สะดุดตา ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ ที่ไม่ซ้ำแบบ แต่จัดวางลงตัวแบบจึ้งมากๆ ในร้านมีหลายมุมให้เลือกถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็น ตรงเคาท์เตอร์ชงกาแฟ , กระจกเงาบานใหญ่ , โซฟาด้านหน้าให้แสงธรรมชาติสวยๆ , มุมในร้านที่จัดวางด้วยโต๊ะ เก้าอี้ไม้ และ ของตกแต่งวินเทจ หรือ สวนกลางร้าน จะมุมไหนก็ปังไม่แพ้กัน สต๊อกภาพโพสต์ลง IG ได้แบบจุกๆไปเลย!!!

.
ช่วงซอฟท์โอเพนนิ่ง โต๊ะอาจจะเต็ม แนะนำให้โทรไปเพื่อจองโต๊ะก่อน
☎️โทร : 082 573 4334
⏰️เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 21.00 น. (อาจเปลี่ยนแปลง)
📍GPS : https://maps.app.goo.gl/82id9guWgaW6ygZVA
📲IG : fringe.th

Kaen Ground คาเฟ่ขอนแก่น ได้สิทธิ์ขึ้นชมวิวหลักล้าน ขอนแก่น แบบ 360 องศา

Kaen Ground คาเฟ่ขอนแก่น ได้สิทธิ์ขึ้นชมวิวหลักล้าน ขอนแก่น แบบ 360 องศา

Kaen Ground ตัวคาเฟ่บรรยากาศดีมากๆ เหมาะสำหรับนั่งชิลล์ หรือนั่งทำงาน ที่นี่ตกแต่งในสไตล์อีสานโมเดิร์น ที่มีการใช้วัสดุอย่างไม้ อิฐ โทนสีส้มเหลือง ทำให้รู้สึกอบอุ่น

ในส่วนของเครื่องดื่ม ผมเลือกดื่มชาที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่คาเฟ่ Kaen Ground อย่าง Matcha Yuzu Sunset ที่อร่อย หอมชา และได้รสชาติสดชื่นจาก ยูสุ อีกด้วย สำหรับขนม จริงๆแล้วผมตั้งใจมาชิม ทิมเบอร์ริง แต่มาถึงช้าจึงหมดไปแล้วอย่างน่าเสียดาย ผมจึงเลือกทาน Pistachio Paris Brest อร่อยหอมมันแบบผู้ดีปารีส :p

เมื่อย่างก้าวเข้ามาที่คาเฟ่ Kaen Ground นอกจากจะประทับใจในตัวร้านแล้ว พนักงานยังให้คำแนะนำที่ดีอีกด้วย

ที่สำคัญหากเรามาใช้บริการที่ คาเฟ่ Kaen Ground แล้ว เราสามารถขึ้นไปดูวิวหลักล้านของเมืองขอนแก่นได้แบบ 360 องศา ที่ชั้น 24 อีกด้วย พิเศษ หากซื้อเครื่องดื่ม ขนม ใน Kaen Ground ครบ 300 บาท ต่อท่านขึ้นไป จะได้มีสิทธิ์เดินเข้าไปบนสกายวอล์กกระจกใส ที่เห็นถึงด้านล่างอีกด้วย!! แนะนำมาตอนพระอาทิตย์กำลังตก ท้องฟ้าสีละมุน กับดวงอาทิตย์กลมโต สวยแทบหยุดหายใจ!!

ใครที่แวะมา ขอนแก่น และ อยากสัมผัสที่สุดของคาเฟ่ Kaen Ground แวะมากันได้เลย คาเฟ่ที่นี่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของโรงแรม ad Lib Khon Kaen ในตึกอาคารสำนักงานสุดหรูกลางเมืองขอนแก่นอย่าง Khon Kaen Innovation Center

LV Café ( Le Café) และ Restaurant (Gaggan) ที่ Louis Vuitton เตรียมเปิดที่ Gaysorn Amarin ที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่องหน้าช้อป LV Café ( Le Café) และ Restaurant (Gaggan) ที่ Louis Vuitton เตรียมเปิดที่ Gaysorn Amarin ราชประสงค์ ที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ราคา
Lunch (Food – 8 Courses): THB 4,000++
Lunch (Wine Journey): THB 3,500++
Dinner (Food – 17 Courses): THB 8,000++
Dinner (Wine Journey): THB 6,000++

เวลา
Lunch: 12:00 & 12:30
Dinner: 18:00 & 19:00
Private Dining Room: 18:00 & 19:00

Le Café และ Gaggan at Louis Vuitton เริ่มเปิดรับจองแล้วตั้งแต่ตอนนี้ สำหรับเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ที่ https://www.sevenrooms.com/reservations/lecafelouisvuitton

Louis Vuitton เปิด คาเฟ่ และ ร้านอาหาร ดังนี้

คาเฟ่:

  • Le Café V ชั้น 4 Maison Louis Vuitton Osaka, ญี่ปุ่น
  • สิงคโปร์ (เปิดเร็วๆนี้)
  • Gaysorn Amarin ราชประสงค์ (เปิดเร็วๆนี้)
  • Le Café Maison Louis Vuitton, Avenue Montaigne, ฝรั่งเศส
  • LV Dream Café 26 Quai de la Mégisserie, ฝรั่งเศส

ร้านอาหาร:

  • • Sugalabo V ชั้น 4 Maison Louis Vuitton Osaka, ญี่ปุ่น
  • • Le Restaurant Louis Vuitton Cheval Blanc Paris, ฝรั่งเศส
  • • Bistrot Louis Vuitton Osaka, ญี่ปุ่น
  • • Sushi B by Akira Back Beverly Hills, California, สหรัฐอเมริกา
  • • Odette National Gallery Singapore, สิงคโปร์
  • • Gaggan at Louis Vuitton Gaysorn Amarin ราชประสงค์ (เปิดเร็วๆนี้)

หมายเหตุ: Louis Vuitton เคยเปิดร้านอาหารป๊อปอัปที่ St. Tropez ร่วมกับเชฟ Arnaud Donckele และเชฟ Maxime Frédé ไปเมื่อหน้าร้อนปีที่แล้ว

GREEN & BEEN คาเฟ่สวยวิวสุดอลังการของหมู่ตึกย่านหลังสวน ซ่อนตัวอยู่ในตึก OCC – One City Centre

GREEN & BEEN คาเฟ่สวยวิวสุดอลังการของหมู่ตึกย่านหลังสวน ตั้งอยู่ในตึก OCC – One City Centre ตึกสำนักงานเปิดใหม่ที่สูงที่สุดในไทย ร้านเปิดรับแสงธรรมชาติสวย มีมุมถ่ายรูปที่ปังมาก ส่วนเครื่องดื่ม ขนม สั่งอะไรก็อร่อย ไวป์ดีสุดๆ นั่งชิลล์ๆได้ทั้งวัน GREEN & BEEN จึงกลายเป็นร้านที่ฮอตฮิตของกลุ่มคาเฟ่ฮอปเปอร์

เมนูของร้านมีทั้งกาแฟ ชา น้ำผลไม้ ขนมอบ และแซนด์วิช กาแฟของพวกเขาทำจากเมล็ดกาแฟคั่วสด และขนมอบของพวกเขาก็ทำสดใหม่ทุกวัน

GREEN & BEEN
⏰️เวลา : เปิด-ปิด วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-19.00 น.

ที่ตั้ง :  ชั้น 2 ตึก OCC – One City Centre (BTS สถานีเพลินจิต)

https://maps.app.goo.gl/82G4zSJD3icEmvRJ7?g_st=ic

JIAN CHA ชาพรีเมียมดอกคามิเลีย ต้นตำรับจีน แห่งแรกแห่งเดียวในไทย ส่งตรงความหอมอร่อยสู่ สยาม พารากอน และ ดิอัพ พระราม 3  

JIAN CHA ชาพรีเมียมดอกคามิเลีย ต้นตำรับจีน แห่งแรกแห่งเดียวในไทย ส่งตรงความหอมอร่อยสู่ สยาม พารากอน และ ดิอัพ พระราม 3

Jian cha (เจี้ยนชา) เครื่องดื่มชา สูตรต้นตำหรับราชวงศ์ จากประเทศจีน โดย 3 ซีอีโอไฟแรง คุณพลอย-สุอาภา อังควิศาลพงศ์ ,คุณแฮป-ภาณุวัชร วัฒนกิจรุ่งโรจน์ และ คุณ Peter Peng tao 

จากการพัฒนาสูตรด้วยความพิถีพิถันจาก ดอกคามิเลีย ต้นกำเนิดที่แท้จริงของ ชา และการคัดสรรใบชาเกรดพรีเมี่ยม ทำให้เกิดชาในแบบฉบับ เจี้ยนชา ที่มีเมนูแตกต่าง และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนร้านชาทั่วไป โดยล่าสุดกับการ Grand opening พร้อมกัน 2 สาขา ณ สยาม พารากอน ชั้น 4 และ ดิอัพ พระราม 3 ชั้น G

กล่าวกันว่าจุดกำเนิดของ ชาคามิเลีย กว่า 4,700 ปี ที่แท้จริงเริ่มขึ้นเมื่อปี 2737 ปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิ์เสินหนง ของจีน ซึ่งมีฉายาในโบราณกาลว่า “กษัตริย์กสิกรรม” และเป็นคนแรกที่รู้จักการดื่มน้ำชา กำลังนั่งอยู่ ณ ใต้ต้นไม้ เพื่อรอคนรับใช้ของพระองค์ ต้มน้ำดื่ม (กล่าวกันว่าท่านดื่มเฉพาะน้ำที่ต้มแล้วเท่านั้น) ณ ตอนนั้น ใบไม้ได้ผลัดใบลงในน้ำที่กำลังต้ม ท่าจึงตัดสินใจลองดื่มน้ำ ที่คนรับใช้ของต้มขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งยอดชาที่ปลิวลงไปคือ คือดอกคามิเลีย ไซเนนซิส ดื่มดูก็เกิดความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก จึงเป็นที่ของวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวจีนจนปัจจุบัน

见茶 (Jiàn chá) ออกเสียงว่า เจี้ยน ฉา แบรนด์ตั้งใจคิดค้นตั้งแต่สูตรชา  ที่ยังคงความต้นตำรับแท้ของชาจีน แต่ได้เพิ่มเติมสูตรที่ร่วมสมัย ที่คิดค้นโดยใช้ ดอกคามิเลีย บ่มพิเศษจนออกมาเป็นชาที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์ ที่หาไม่ได้จากร้านชาทั่วไป และต่อยอดออกมาเป็นหลากหลายเมนู ซึ่งคอนเซปท์ร้านเสมือนส่งต่อวัฒนธรรมจากอดีต ร่วมสมัยกับปัจจุบัน ที่มีความเนี้ยบ เรียบหรู แต่เข้าถึงได้ง่าย

“เราอยากมอบประสบการณ์ที่เป็นมากกว่าร้านเครื่องดื่มชา ให้ลูกค้าของเราได้ลองชิมและสัมผัสประสบการณ์ จิบสุดยอดความหอม เพื่อ ผ่อนคลายอารมณ์ การหลับที่ดีขึ้น กลั่นออกมาจนเป็นคอนเซปท์รูปแบบใหม่ “Sip the most aromatic Tea of high Chinese dynasties.” พร้อม จิบชา ที่สุดของความหอมชาของราชวงศ์จีนชั้นสูง และความโดดเด่นของเราเน้น ชาที่มีความหอมแบบขีดสุด โดยใช้ใบชาคุณภาพ ผลไม้ที่สดใหม่ทุกวัน และวัตถุดิบที่เติมแต่งรสชาติอย่าง นมสด และความหวานที่กำลังดี ซึ่งเรามีเทคนิค การต้มชา ทุกๆ 4 ชั่วโมง เพื่อความสดใหม่ชองชาในทุกๆ แก้ว รวมไปถึงการบริการ และการจัดระเบียบคิว ไม่ให้ลูกค้าเข้าคิวนานเกินไป ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พลาดไม่ได้เลยคือ ชาคามิเลีย ที่มีเฉพาะร้านเรา ซึ่ง ดอกคามิเลีย คือต้นกำเนิดของชา เลยก็ว่าได้” คุณพลอย กล่าว

เจี้ยนชา เปิดให้บริการแล้วทั้ง 2 สาขา ณ โซน สยาม พารากอน ชั้น 4 และ ดิอัพ พระราม 3 ชั้น G และสามารถสั่งผ่านเดลิเวอรี่ผ่าน GRAB, LINEMAN พิเศษสำหรับลูกค้าหน้าร้าน โปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 1 เลือกคละได้ทุกเมนู signature ตามราคา ที่ซื้อ ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. 66 – 30 ธ.ค. 67 

(Limited 200 ออเดอร์ ต่อสาขา)

ติดตามข้อมูลข่าวสารของแบรนด์ได้ที่ Facebook, Instagram: Jian Cha Tea