Universal Studio Japan (USJ) เต็มวัน: ตะลุยโลก Super Nintendo และ Harry Potter อย่างจุใจ!

Universal Studio Japan (USJ) เต็มวัน: ตะลุยโลก Super Nintendo และ Harry Potter อย่างจุใจ!

วันนี้ขอพาทุกคนไปตะลุย Universal Studio Japan (USJ) กันแบบเต็มวัน! การมาครั้งนี้จุดหมายหลักของผมคือสองโซนสุดฟิน นั่นก็คือ Super Nintendo World™ และ The Wizarding World of Harry Potter™ เตรียมตัวให้พร้อมกับความสนุกสนานและความตื่นเต้นที่รออยู่ข้างหน้า!

Super Nintendo World™: โลกแห่งเกมส์ที่กลายเป็นจริง!

เริ่มต้นวันด้วยการเข้าสู่โลกแห่ง Super Nintendo World™ ที่นี่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเกมส์จริงๆ! เราเริ่มที่การเล่น Mario Kart: Koopa’s Challenge เครื่องเล่นสุดมันส์ที่ใช้เทคโนโลยี AR ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังขับรถโกคาร์ทแข่งกับเหล่าตัวละครจากมาริโอ ความตื่นเต้นเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการโค้ง การแซง หรือการใช้ไอเทมต่างๆ ทำให้รู้สึกสนุกสุดๆ!

หลังจากนั้น ผมก็ได้ไปลองเล่นเครื่องเล่นอื่นๆ เช่น Yoshi’s Adventure เครื่องเล่นที่ได้นั่งหลังโยชิ สนุกสนานเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว และยังได้เดินสำรวจพื้นที่ต่างๆ ทั้งตื่นเต้นและความน่ารัก

The Wizarding World of Harry Potter™: เวทมนตร์ที่ชวนฝัน!

จากโลกแห่งเกมส์ เราเดินทางเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์ ที่ The Wizarding World of Harry Potter™ ความตื่นตาตื่นใจเริ่มต้นตั้งแต่เดินเข้ามาใน Hogsmeade หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ ถ่ายรูปคู่กับฮอกวอตส์ (Hogwarts)  เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังเลย! และแน่นอน เราไม่พลาดที่จะลองเครื่องดื่ม Butterbeer รสชาติหวานมัน หอมกลิ่นเนย เป็นเครื่องดื่มที่ต้องลองเมื่อมาที่นี่

ไฮไลท์สำคัญคือ Harry Potter and the Forbidden Journey™ เครื่องเล่นสุดมันส์ที่ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังบินไปกับแฮร์รี่และเพื่อนๆ ความตื่นเต้น ความตื่นเต้น และความสวยงามของฉากต่างๆ ทำให้ประทับใจมาก!

สรุป:
USJ เต็มวันของผมสามารถเต็มอิ่มไปกับทั้ง 2โซน แบบเน้นๆ แต่ถ้าเพื่อนๆอยากเล่นให้ครบทุกโซนอาจจะต้องวางแผนให้ดี เพราะแต่ละเครื่องเล่นต้องใช้เวลาต่อคิวนานพอสมควร

Arashiyama ในฤดูใบไม้แดง ความงดงามเหนือคำบรรยาย เที่ยวง่ายๆ ใกล้เกียวโต

Arashiyama ในฤดูใบไม้แดง ความงดงามเหนือคำบรรยาย ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย

ทุกครั้งที่ผมมาเยือนเกียวโต ต้องแวะไปเมือง Arashiyama ทุกครั้งไป ซึ่งครั้งนี้ ผมได้สัมผัสกับความงดงามของฤดูใบไม้ร่วงอย่างเต็มที่ แม้ว่าฟ้าจะไม่เป็นใจ เพราะผมมาเยือนในวันที่ฝนโปรยปราย แต่ความงดงามของสีสันใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนสี ผสานกับความเขียวชอุ่มของป่าไผ่ กลับสร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและน่าหลงใหลอย่างเหลือเชื่อ

 

เริ่มต้นทริปด้วยการเติมคาเฟอีน โดยแวะดื่มกาแฟที่ร้าน % Arabica ร้านกาแฟที่มีชื่อเสียง กาแฟหอมกรุ่น รสชาติเข้มข้น ดื่มคู่กับวิว Arashiyama ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและฟนสุดๆ

ต่อด้วยการไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่วัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji) วัดเซนที่มีชื่อเสียง ภายในวัดรายล้อมด้วยต้นไม้สีแดงสด แม้ฝนจะตกปรอยๆ แต่ความชุ่มชื้นทำให้สีสันของใบไม้ดูสดใสยิ่งขึ้น ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องลอดผ่านเมฆหมอก สร้างเงาที่สวยงาม เหมือนภาพวาด

เดินออกมาด้านหลังวัดตะเจอกับป่าไผ่แห่ง Arashiyama ที่โด่งดัง คือป่าไผ่ซางาโน (Sagano Bamboo Forest) ป่าไผ่ที่สูงใหญ่ แผ่กิ่งก้านสาขา ปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ การเดินท่ามกลางป่าไผ่ในวันที่ฝนตก เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เสียงฝนกระทบใบไผ่ สร้างเสียงที่ไพเราะ กลายเป็นเสียงดนตรีธรรมชาติที่แสนไพเราะ แสงแดดที่ส่องลอดผ่านกอไผ่และเมฆหมอก สร้างลวดลายที่สวยงาม เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แม้จะเปียกฝนบ้าง แต่ก็คุ้มค่า

จากนั้น ผมเดินไปยังสะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) สะพานไม้ที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำ เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นภูเขาและแม่น้ำที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้สีแดง เหลือง และส้ม แม้จะเปียกฝนเล็กน้อย แต่ความงดงามของวิวก็ไม่ลดลง นักท่องเที่ยวบางส่วนยังคงมาเยือนที่นี่ ต่างพากันเก็บภาพความประทับใจ

สำหรับมื้อกลางวัน ผมเลือกทานที่ร้าน Seisyuan 清修庵 ร้านอาหารที่มีวิวสุดอลังการ สามารถมองเห็นวิวิว Arashiyama และ สะพานโทเก็ตสึเคียวได้อย่างเต็มตา ทำให้มื้ออาหารอร่อยขึ้นไปอีก บรรยากาศดีมาก อาหารก็อร่อย เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้เลยก็ว่าได้

ผมเดินต่อไปยังจุดชมวิวมุมสูง Arashiyama Park Observation Deck ที่สามารถมองเห็นวิว Arashiyama ได้อย่างเต็มตา ใบไม้เปลี่ยนสีเต็มพื้นที่ สร้างวิวทิวทัศน์ที่งดงามราวกับภาพวาด คุ้มค่ากับการเดินขึ้นมา ที่จุดชมวิวนี้มีนักท่องเที่ยวไม่เยอะ อาจจะเป็นเพราะอยู่นอกเหนือแผนการเที่ยวของกรุ๊ปทัวร์

ฝนยังคงตกหนักขึ้นเรื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมเลยตัดสินใจ เข้าไปหลบฝนในคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น ที่บังเอิญเจอแถวๆเชิงสะพานสะพานโทเก็ตสึเคียว กับร้าน Chavaty โดยผมเลือกดื่มชาเขียวรสชาติละมุน กลิ่นหอม ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ คู่กับ Financier อร่อยมากๆ

ทริป Arashiyamaในช่วงใบไม้แดงครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ความงดงามของธรรมชาติ ทั้งสีสันใบไม้และความเขียวขจีของป่าไผ่ ความสวยของวัด และรสชาติของกาแฟและชา ล้วนแล้วแต่สร้างความประทับใจ แม้ฝนจะตก แต่ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับทริปนี้ รวมถึงมื้ออาหารกลางวันที่ Seisyuan ที่ทำให้ทริปนี้สมบูรณ์แบบ แนะนำหากใครมาเที่ยวเกียวโตอยากให้ทุกคนมาเยือน Arashiyama แม้ไม่ได้อยู่ในช่วงใบไม้แดง ก็สวยแตกต่างกัน โดยเฉพาะช่วงซากุระบาน สวยจับใจมากๆ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

วัดโทฟุคุจิ (Tōfukuji) กับสถานที่ชมสีสันใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดในเกียวโต

วัดโทฟุคุจิ (Tōfukuji) กับสถานที่ชมสีสันใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดในเกียวโต

ปลายเดือนพฤศจิกายน ผมได้ไปเยือนวัดโทฟุคุจิ (Tōfukuji) ในเกียวโต วัดเซนขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงเรื่องความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ปีนี้ใบไม้แดงมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความสวยงามของวัดแห่งนี้ลงเลยแม้แต่น้อย

วัดโทฟุคุจิ ก่อตั้งขึ้นในปี 1236 โดยตระกูลฟูจิวาระ เป็นวัดเซนหลักในเกียวโต และเป็นวัดหลักของนิกายรินไซ จุดไฮไลท์ที่ทุกคนมาเยือนต้องชมคือสะพานซูเท็นเคียว (Tsutenkyo Bridge) สะพานไม้ที่ทอดยาวข้ามหุบเขาที่รายล้อมไปด้วยต้นเมเปิ้ลนับร้อยต้น แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดพีคของสีสัน แต่ใบไม้สีแดง สีเหลือง สีส้มก็เริ่มผลิบานอย่างสวยงาม สร้างบรรยากาศที่แสนโรแมนติก การเดินบนสะพานไม้ยาว 100 เมตรที่ปกคลุมด้วยใบไม้หลากสีเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ

นอกจากสะพานซูเท็นเคียวแล้ว ภายในวัดยังมีสิ่งน่าสนใจอีกมากมายที่เข้าชมได้ฟรี เช่น ประตูซันมง (Sanmon Gate) ประตูเซนที่เก่าแก่ที่สุด สูงถึง 22 เมตร และวิหารฮอนโด (Hondo) วิหารใหญ่ที่ได้รับการบูรณะใหม่ รวมถึงอาคารต่างๆ ในยุคมูโรมาจิ (Muromachi Period)

แม้ว่าใบไม้แดงจะมาช้ากว่าปกติ แต่การมาเยือนวัดโทฟุคุจิในช่วงปลายพฤศจิกายนก็เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า ปีถัดๆไป ใบไม้แดงคงกลับมาตรงเวลานัด!

#TravelEatDrinkReview #เที่ยวเก่งกินก็เก่ง #เก่งรีวิว #Tofukuji #Kyoto #เกียวโต #รีวิวญี่ปุ่น

ใบไม้แดงแล้วที่ วัดคิโยมิซุเดระ สถานที่ห้ามพลาด!!เมื่อไปเยือนเกียวโต  

ใบไม้แดงแล้วที่ วัดคิโยมิซุเดระ สถานที่ห้ามพลาด!!เมื่อไปเยือนเกียวโต

วัดคิโยมิซุเดระ (清水寺) หรือ “วัดน้ำใส” ตั้งอยู่บนเนินเขาฮิงาชิยามะ เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างประวัติศาสตร์ ความเชื่อทางจิตวิญญาณ และทิวทัศน์อันงดงาม วัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเกียวโต โด่งดังจากระเบียงไม้และวิวทิวทัศน์อันน่าทึ่ง

สุดฟิน!! เมื่อไปยืนอยู่บนระเบียงไม้สูง 13 เมตร ล้อมรอบด้วยต้นเมเปิลแดงฉ่ำ ระเบียงไม้ที่สร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียวนี้ กับวิวพาโน อันกว้างไกลของเมืองเกียวโต ซึ่งถ้าเพื่อนๆมา ในฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระจะแต่งแต้มภูมิทัศน์ด้วยสีชมพูอ่อนหวาน ขณะที่ฤดูใบไม้ร่วงจะสว่างไสวไปด้วยใบเมเปิลสีแดงและสีส้ม

นอกเหนือจากระเบียงชมวิวอันโดดเด่นแล้ว ที่มาของชื่อวัดก็คือ น้ำตกโอโตวะ ไหลลงมาเป็นสามสาย เชื่อกันว่าน้ำแต่ละสายจะประทานพรที่แตกต่างกัน ได้แก่ อายุยืนยาว ความสำเร็จในการเรียน และความโชคดีในเรื่องความรัก

ใหม่!! Universal Studios Japan เตรียมเปิดตัวโซน “Donkey Kong Country” 11 ธ.ค.นี้

สัมผัสความตื่นเต้นใหม่! Universal Studios Japan เตรียมเปิดตัวโซน “Donkey Kong Country” 11 ธันวาคม 2024

โอซาก้า, ญี่ปุ่น — Universal Studios Japan (USJ LLC) เตรียมยกระดับประสบการณ์ความสนุกใน SUPER NINTENDO WORLD ด้วยการเปิดตัวโซนใหม่ “Donkey Kong Country” ที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 ธันวาคม 2024 นี้ โดยโซนใหม่นี้จะขยายพื้นที่ของ SUPER NINTENDO WORLD ออกไปอีกถึง 70% เพื่อต้อนรับการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่

สำรวจ “The Golden Temple” กับรายละเอียดที่น่าทึ่ง

The Golden Temple” วิหารทองคำสุดอลังการในป่าลึก พร้อมให้คุณดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของซากปรักหักพังลึกลับที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากด่านในเกม Donkey Kong เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน แขกผู้เข้าชมจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของเกมอย่างแท้จริง พร้อมเพลิดเพลินกับงานศิลปะและภาพจิตรกรรมฝาผนังที่จะกระตุ้นความทรงจำของแฟนเกม

สุดยอดเครื่องเล่นใหม่ “Mine Cart Madness” ที่ไม่มีใครเหมือน

เตรียมพบกับประสบการณ์รถไฟเหาะสุดล้ำ “Mine Cart Madness” ที่จะพาคุณทะยานผ่านป่าเขตร้อนอันหนาทึบในภารกิจช่วย Donkey Kong และ Diddy Kong ปกป้องกล้วยทองคำอันล้ำค่าจาก Tiki Tak Tribe

  • เครื่องเล่นนี้ออกแบบด้วยระบบรางสุดล้ำที่ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลัง “กระโดดข้ามช่องว่าง” บนรางรถไฟเก่าๆ
  • พร้อมความตื่นเต้นที่ไม่คาดคิด เช่น การถูกยิงออกจากถังไม้ และการหักเลี้ยวสุดหวาดเสียว
  • พัฒนาร่วมกับทีมงานสร้างสรรค์จาก Nintendo นำโดย ชิเกรุ มิยาโมโตะ

มุมมองจากผู้สร้าง

แดเนียล เกรียร์ โปรดิวเซอร์จาก Universal Creative กล่าวว่า

“เราอยากให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับป่าฝนเขตร้อนและสถานที่ที่พวกเขาคุ้นเคยจากเกม Donkey Kong ในโลกแห่งความจริง ด้วยเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งการมองเห็นและความรู้สึก มันจะเป็นการผจญภัยสุดตื่นเต้นที่ไม่เหมือนใคร!”

ประสบการณ์ที่ครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว

โซน “Donkey Kong Country” ยังมาพร้อมกับร้านอาหารและร้านค้าสุดพิเศษ ที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์แห่งการผจญภัยในโลกของ Donkey Kong

Universal Studios Japan พร้อมพาทุกท่านก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ของความสนุกครั้งยิ่งใหญ่ รอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสบการณ์ใหม่สุดพิเศษนี้ก่อนการเปิดตัว!

Café Kitsuné Bangkok คาเฟ่สัญชาติฝรั่งเศส-ญี่ปุ่นชื่อดัง เปิดที่เมืองไทยแล้ว

รีวิว Café Kitsuné Bangkok คาเฟ่สัญชาติฝรั่งเศส-ญี่ปุ่นชื่อดังมาเปิดที่เมืองไทยแล้ว ตั้งอยู่ที่ Emquartier ชั้น G ในช้อป Maison Kitsuné มีหลายเมนูเครื่องดื่ม โดยเฉพาะกาแฟที่ผ่านกระบวนการคั่วจากโรงคั่ว Kitsuné ที่จังหวัดโอกายาม่า ประเทศญี่ปุ่น

ร้านกาแฟรร้านนี้มีเมนูที่อยากชวนให้ลองก็จะมี Fox Latte, Uji Fizz, La Fleur, และ Fox Shortbread ที่ต้องเอามาถ่ายรูป ทั้งน่ารักและอร่อย

.
ผมไปถึงร้านวันพุธ เวลา 16.00 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในการต่อคิวเข้าร้าน แต่เนื่องจากจำนวนที่นั่งมีน้อย จึงต้องแย่งที่นั่งกันบ้าง แต่ถ้าไม่มีที่นั่งก็สามารถใส่ถุงกลับบ้านได้

📍 พิกัด: ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ลง BTS สถานีพร้อมพงษ์

#Cafekitsune #Maisonkitsunebangkok #Cafekitsunebangkok #TEDRBangkok #รีวิวคาเฟ่ #คาเฟ่กรุงเทพ #คาเฟ่เปิดใหม่ #คาเฟ่น่านั่ง #TravelEatDrinkReview

Lucky Pierrot Hamburger Hakodate ไม่ได้กินเหมือนมาไม่ถึง ฮาโกะดาเตะ ฮอกไกโด

Lucky Pierrot ร้านอาหารกึ่งฟาสต์ฟู้ดที่มีแฮมเบอร์เกอร์เป็นตัวชูโรง แห่งเมืองฮาโกะดาเตะ ที่ฮอกไกโด คำว่า “ラッキーピエロ- ลัคกี้พีเอโร่แปลว่าเจ้าตัวตลกผู้โชคดีซึ่งใครมาที่ฮาโกะดาเตะแล้วไม่ได้แวะมาชิมเมนูยอดฮิตอย่างไชนีสชิคเก้นเบอร์เกอร์ก็อาจจะกล่าวได้ว่ามาไม่ถึงฮาโกะดาเตะก็ว่าได้

หน้าร้านตกแต่งได้แบบสะดุดตามาก กับการตกแต่งแนว Circus Style ตัวตลกสีสันสดใส อีกทั้งแต่ละเมนูนั้นยังอร่อยด้วยการผสมผสานระหว่างอาหารอเมริกันกับญี่ปุ่น

ตอนนี้ Lucky Pierrot มีทั้งหมด 17 ร้านทั่วเมืองฮาโกดาเตะ ส่วนผมนั้นไปสาขาตรง Marina Suehiro ซึ่งเป็นร้านใหญ่ที่มีจำนวนที่นั่งถึง 154 ที่นั่ง และแบ่งเป็นโซนต่างๆคล้ายๆอยู่ในสวนสนุกก็ว่าได้  Lucky Pierrot สาขานี้อยู่ไม่ไกลกับสาขาแรกที่เปิดตั้งแต่ปี 1987 อย่าง สาขา Bay Area Head Shop ที่เป็นร้านเล็กๆ แต่น่ารัก ที่มีชิงช้า และม้าไม้ด้วย

Lucky Pierrot สาขา Marina Suehiro
เบอร์โทร : 0138-27-5000(+81-138-27-5000)
ที่ตั้ง : 14-17 Suehiro-chou, Hakodate-shi, Hokkaido Japanease
การเดินทาง : ใกล้ Kanemori red brick warehouse group. JR Hakodate Station 5minute-car , เดิน 21 นาที
วันเวลา เปิด-ปิด : จันทร์ศุกร์ , อาทิตย์ , วันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00 . – 24:30 .
                       เสาร์ 10:00 . – 1:30 . วันถัดไป

Lucky Pierrot สาขา  Bay Area Head Shop
เบอร์โทร : 0138-26-2099(+81-138-26-2099)
ที่ตั้ง : 23-18 Suehiro-chou, Hakodate-shi, Hokkaido Japanease
การเดินทาง : ใกล้ Kanemori red brick warehouse group. JR Hakodate Station 5minute-car , เดิน 20 นาที
วันเวลา เปิด-ปิด : จันทร์ศุกร์ , อาทิตย์ , วันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00 . – 24:30 .
                       เสาร์ 10:00 . – 1:30 . วันถัดไป

Lucky Pierrot สาขา Marina Suehiro
Lucky Pierrot สาขา Marina Suehiro อยู่ใกล้กับ Hakodate Bay Area
Lucky Pierrot สาขา Bay Area Head Shop
Lucky Pierrot สาขา Bay Area Head Shop เป็นร้านสาขาแรกสุด เป็นจุดเริ่มต้นของตำนานร้านแฮมเบอร์เกอร์ของ Hakodate ทั้ง 17 สาขา

บรรยากาศภายในร้าน Lucky Pierrot สาขา Marina Suehiro จะมีเคาท์เตอร์บาร์ยาวๆให้เราไปสั่งอาหารและจ่ายเงิน เราสามารถสั่งทั้งของคาว เครื่องดื่ม และ ไอศครีมได้จากที่นี่

เมนูที่ผมสั่งวันนี้เป็นเซ็ตเมนูยอดฮิตอย่างไชนีสชิคเก้นเบอร์เกอร์” Chinese Chicken Burger อัดแน่นด้วยไก่กรอบชิ้นโตๆที่มีซอสจีน มีรสชาติ หวานๆเปรี้ยวๆ และ Original Lucky-Potato (French fries) ที่ดริปด้วยชีส และไม่พลาดชิมเครื่องดื่ม Guarana juice ที่ทำมาจากเมล็ดกัวรานา ที่มีรสชาติคล้าย โคคาโคล่า ไอ้เจ้า Guarana นี่มันเป็นไม้เลื้อยพันธุ์พื้นเมืองในเวเนซูเอล่า และทางตอนเหนือของประเทศบราซิล อยู่ในเขตป่าฝนอเมซอน 

ที่นี่ยังมีของฝาก ของที่ระลึก สามารถซื้อกลับบ้านได้

เครื่องดื่ม Guarana juice สามารถกดซื้อได้จากตู้ที่หน้าร้าน สามารถเก็บกระป๋องกลับบ้านเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย

ชวนเที่ยว ฟุกุชิมะ (Fukushima) เมืองชิลๆ ที่น่าลอง

จังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima) หนึ่งในความงดงามทางธรรมชาติของภูมิภาคโทโฮขุ ประเทศญี่ปุ่น เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจ  มีเมืองเล็กๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมชาติที่น่าไปสัมผัสมากมาย อาทิ Shirakawa, Koriyama, Tamura, Aizu ฯลฯ หากมีเวลาปลีกตัวจากความวุ่นวายในตัวเมือง อยากให้ลองมาท่องเที่ยวแบบสบายๆ ทางธรรมชาติดูบ้าง เริ่มจาก

ปราสาทสึรุกะ (Tsuruga Castle)

ปราสาทนกกระเรียนมีทั้งหมด 5 ชั้น โดดเด่นด้วยผนังสีขาวตัวกับสีหลังคากระเบื้องสีแดง ซึ่งเป็นปราสาทสีแดงเพียงแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในญี่ปุ่น ภายในอาคารเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของปราสาทสึรุกะและศิลปะ วัฒนธรรมสมัยก่อนของดินแดนไอซุวาคามัตสึ หากขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตัวปราสาทจะได้พบบรรยากาศสวยงามจากมุมสูง ธรรมชาติ ภูเขาที่รายล้อมได้อีกด้วย บรรยากาศรอบปราสาทสวยงามมาก ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ในปราสาทที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นตะวันออก และยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งใน 100 ปราสาทขึ้นชื่อของญี่ปุ่น



Yunokami onsen station

สถานียุโนะคามิออนเซ็น (Yunokami Onsen) เป็นสถานีรถไฟเล็กๆ บรรยากาศน่ารัก เป็นเมืองออนเซนชั้นดีแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น อาคารตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม โอบล้อมไปด้วยหุบเขา มีบ่อน้ำร้อนสำหรับแช่เท้าที่ใช้บริการได้ฟรีด้วย เดินทางจากสถานี AIZU-WAKAMATSU สาย Aizu railway for AIZU TAJIMA มาลงที่ Yunokami Onsen Station ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

Ashinomaki-Onsen Station (สถานีแมว)

ทาสแมวไม่ควรพลาด สถานีที่มีแมวเป็นคนดูแล โดยก่อนนี้มีนายสถานีสุดคูลทั้ง 3  “บัส, เลิฟ, โคทาโร่” ที่คอยเฝ้าดูแล ปัจจุบัน “บัส” ได้จากไปแล้ว จึงเหลือ “เลฟ และโคทาโร่ คอยดูแลอย่างไม่บกพร่อง หากใครมาท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปกับนายสถานีสุดเท่ได้ แต่ห้ามใช้แฟลช นะคะ  ในสถานีมีของฝาก ทั้งรูป ทั้งพวงกุญแจ หรือสินค้าอื่นๆ เกี่ยวกับน้องแมวเป็นที่ระลึกอีกด้วย

Sazaedo Temple

เป็นวัดรูปทรงหกเหลี่ยม สร้างจากไม้สูงสามชั้นดูสวยแปลกตา เอกลักษณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใครคือภายในเป็นบันไดวนออกแบบให้ทางเข้า และทางออกเป็นคนละเส้นทางกัน ส่วนด้านในตกแต่งสวยงาม มีรูปเคารพของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์หรือเจ้าแม่กวนอิม 33 องค์ให้ผู้คนได้มาสักการะ   ถือเป็นวัดที่สวยและแปลกตาที่สุดเป็นหนึ่งเดียวในโลก วิหารแห่งนี้ยังได้รับการจดทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติอีกด้วย

โรงเรียนซามุไร Nisshinkan

เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งระดับแนวหน้าในญี่ปุ่น ในการสอนวิถีการเป็นซามุไร มุ่งเน้น การทำสมาธิแบบเซน,พิธีชงชาและยิงธนูญี่ปุ่น เข้มงดทั้งด้านวิชาการ ศิลปะการต่อสู้ และฝึกฝนความอดทนทั้งร่างกายและจิตใจ หากต้องการหากิจกรรมทำสามารถมาที่นี่ได้ มีให้ได้เรียนรู้มากมาย อาทิ ยิงธนู ฟันดาบ นั่งสมาธิ วาดภาพ เป็นต้น

Tadami River Bridge

เส้นทางรถไฟสายทาดามิ เป็นเส้นทางมีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามเป็นที่สุด ทัศนียภาพเต็มไปด้วยธรรมชาติที่มีสีสันและมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะช่วงจังหวะที่รถไฟกำลังวิ่งข้ามสะพานนั้นถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด ต้องคอยเช็คเวลารถไฟวิ่งผ่านให้ดี มิฉะนั้นคุณอาจพลาดช่วงเวลาที่สวยงามได้ ซึ่งความสวยงามนี้สามารถเยี่ยมชมได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือหิมะตก รับรองได้ว่ามาแล้วจะไม่ผิดหวังเลยจริงๆ

GOLD HOUSE MEGURO

หากมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ไม่ควรพลาด  GOLD HOUSE MEGURO เป็นบริการพาไปตกปลาน้ำแข็ง ที่ ทะเลสาบอินะวะชิโระ (Inawashiro Lake)  นอกจากนี้ GOLD HOUSE MEGURO ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และเป็นสถานที่ติดต่อกิจกรรมต่างๆ ด้วย ซึ่งต้องนั่งเรือออกไปยังบ้านพักสำหรับตกปลากลางทะเลสาบ ภายในบ้านก็จะมีที่นั่งสำหรับตกปลาอยู่สองฝั่ง หันหน้าเข้าหากัน มีช่องตรงกลางเอาไว้สำหรับหย่อนเบ็ดตกปลา มีฮีทเตอร์ทำความร้อน สามารถนั่งตกได้อย่างสบายใจ ปลาที่ตกได้เรียกว่า ปลา Wakasagi เป็นปลาขนาดเล็ก นิยมนำมาทอดกรอบแบบเทมปุระ กินได้ทั้งตัว

Eiji Tsuburaya Museum

พิพิฑภัณฑ์สำหรับคุณ เอจิ สึบุรายะ (Eiji Tsuburaya) ผู้ให้กำเนิดยอดมนุษย์อุลตร้าแมน ฉายาเจ้าพ่อแห่งสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คของญี่ปุ่น (รวมถึง Godzilla) ) ภายในพิพิฑภัณฑ์จะมีประวัติและผลงานต่างๆ ของคุณ เอจิ สึบุรายะ (Eiji Tsuburaya) หุ่นจำลองก๊อตซิล่า และวีดีโอจำลองเรื่องราว สำหรับแฟนๆ ซุปเปอร์ฮีโร่รุ่นเก๋าจากญี่ปุ่นอย่างอุลตร้าแมน ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

Mushi Mushi Land

พิพิธภัณฑ์แมลงที่รวบรวมแมลงมากมาย หลากสายพันธุ์ แปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคยให้ได้สัมผัส อาทิ ด้วง แมงมุม แมลงทับ ฯลฯ

ถ้ำอาบูคุมาโดะ (Abukumado Cave)

ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำหินปูนเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่น มีความยาวราว 600 เมตร มีหินงอกหินย้อยมากจนเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในซีกโลกตะวันออกเลยทีเดียว ซึ่งกว่าจะสวยงามและใหญ่โตได้ขนาดนี้ใช้เวลามากถึง 80 ล้านปี  ภายในถ้ำอาบุคุมะโดนั้นเดินง่าย สะดวก  หินงอก หินย้อยรูปร่างสวยงาม มีจุดเด่นในถ้ำหลายจุด อาทิ การแสดงไฟภายในถ้ำ หินสะท้อนแสง  อีกทั้งยังมีหินหน้าตาแปลกๆ อย่าง โยไกโนะโท (Yokai no To – Tower of Ghosts) มีหน้าตาประหลาดทำให้เกิดจินตนาการไปต่างๆ นานา และ ฮาคุจิโนะทาคิ (Hakuji no Taki – White Porcelain Falls) หินรูปร่างเหมือนกับน้ำตก  จุดอลังการที่สุดของถ้ำ คือบริเวณห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 29 เมตร เรียกว่า ทาคิเนะโกะเท็น (Takine Goten) ซึ่งจะได้เห็นหินงอก หินย้อยขนาดใหญ่ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นและหายากได้ที่นี่

Hoshinomura Observatory

โฮชิโนะมุระ เท็นมนได เป็นหอดูดาว ที่อยู่ใกล้บริเวณถ้ำอาบูคุมาโดะ (Abukumado Cave) เป็นหอดูดาวกลางแจ้งที่มีกล้องขนาดใหญ่ ไว้ดูดาว ซึ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน  และภายในมีจัดแสดงแร่หิน หินสีต่างๆ และฟอสซิล ต่างๆ ด้วย

นอกจากสถานที่เที่ยวแล้ว ยังมีอาหารประจำถิ่นที่น่าสนใจอีกด้วย อาทิ

Sky Place Tokiwa:Yasai Curry

ข้าวแกงกะหรี่ผักรวม อาหารอร่อยอีกจานที่มีชื่อเสียงของเมือง Tamura  มาแล้วไม่ควรพลาด อุดมไปด้วยผักสดออแกนนิคหลายชนิดตามฤดูกาล สีสันน่ากิน รับรองไม่เคยทานที่ไหนแน่นอน

Sauce Katsu-don

อาหารอีกจานที่ได้รับความนิยมมากในประเทศญี่ปุ่น ซอสคัตสึด้ง คือข้าวราดหน้าด้วยหมูทงคัตสึธรรมดาๆ แล้วราดด้วย ซอสสูตรพิเศษของร้าน

Bannai Shokudo

ราเม็งสูตรนี้เป็นของร้านชื่อดัง บันไน โชกุโด (坂内食堂 – Bannai Shokudo) แห่งเมืองคิตะกะตะ ราเมงเส้นใหญ่ สดใหม่ที่นวดแป้งเองกับน้ำซุปต้มกระดูกแบบน้ำใสปรุงรสอย่างอร่อย สืบทอดคงามอร่อยนี้กันมานานไม่ต่ำกว่า 50 ปี ความพิเศษของคิตะคาตะราเมง คือเส้นที่หยัก และน้ำซุปที่รสชาติเบาๆ แต่รสชาติจัดเต็มความอร่อย