BAKE URBAN สมศักดิ์ศรีคาเฟ่ ‘น้องแดน Cullen HateBerry’ เป็นคาเฟ่ที่มอบความสุขและความอร่อย

TravelEatDrinkReview – นาทีนี้คงไม่มีใครไม่พูดถึง BAKE URBAN คาเฟ่เปิดใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์คิวยาวล้นทะลักซอยอ่อนนุช 7 ตั้งแต่วันแรก! บอกได้เลยว่ากระแสของร้านนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และแน่นอนว่าคำถามสำคัญคือ เบื้องหลังความฮอตนี้ มีดีอะไรซ่อนอยู่ และคำตอบที่ได้ก็คือ… มันดีงามสมคำร่ำลือจริงๆ ครับ!

🐧 คอนเซ็ปต์สุดคิ้วท์และบรรยากาศที่อบอุ่น

ตัวร้านโดดเด่นมาแต่ไกลด้วยโทนสีฟ้าพาสเทลสบายตา ตัดกับโลโก้มาสคอต “ปังกวิ้น” 🐧 สุดน่ารัก ที่สะท้อนคาแรคเตอร์ความสดใส ขี้เล่น ของน้องแดน (คิม อินฮยอน) ได้เป็นอย่างดี ภายในร้านตกแต่งสไตล์มินิมอล เน้นความโปร่งสบาย ให้ความรู้สึกเหมือนได้เข้ามาพักในบ้านหลังเล็กๆ ที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

🥐 เจาะลึกเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด: เมื่อความเป็นไทยและเกาหลีมาเจอกัน

ไฮไลท์ของ BAKE URBAN คือการนำแรงบันดาลใจจากรสชาติที่คุ้นเคยของไทยและเกาหลีมาผสมผสานในเบเกอรี่และเครื่องดื่มได้อย่างสร้างสรรค์และลงตัวสุดๆ

✨🥐 Signature Croissants: ดาวเด่นที่ต้องลอง!

🥥 ครัวซองต์ข้าวหลาม: เมนูนี้คือที่สุด! เป็นการผสมผสานที่เหนือความคาดหมาย ครัวซองต์อบมากรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ข้าวเหนียวมูนนุ่มๆ ที่มีเนื้อมะพร้าวอ่อนแทรกอยู่ ราดด้วยกะทิรสเค็มมัน ทุกคำที่กัดเข้าไปคือความกลมกล่อมลงตัว หวาน เค็ม มัน หนึบ ครบรส เป็นเมนูที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องสั่ง!”

🌶 ครัวซองต์กะเพรา: ใครจะคิดว่ากะเพราจะอยู่ในครัวซองต์ได้! แต่ที่นี่ทำออกมาได้อร่อยมาก รสชาติกะเพราไม่จัดจ้านจนเกินไป มีครีมซอสสูตรพิเศษที่ช่วยเชื่อมรสชาติของไส้และแป้งครัวซองต์เนยหอมๆ เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

🌭 ครัวซองต์ไส้อั่ว / บูลโกกิ: สำหรับสาย savory ยังมีไส้อั่วที่หอมเครื่องเทศกำลังดี และบูลโกกิที่ให้รสชาติเกาหลีแท้ๆ เหมือนวาร์ปไปกินที่โซลเลยทีเดียว

✨️🍰 เค้กและของหวานอื่นๆ ที่ดีงามไม่แพ้กัน

🐧 Penguin Cake: เค้กมูสหน้าตาน่ารักรูปปังกวิ้น เนื้อเนียนนุ่ม สอดไส้เบอร์รี่รสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

🥃 Tiramisu: ทีรามิสุที่นี่เนื้อเค้กชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นมัทฉะเข้มข้นแต่ไม่ขม เป็นอีกตัวที่อร่อยจนอยากสั่งเบิ้ล

🍌 Banoffee: ทำออกมาได้ดีตามมาตรฐาน ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป กล้วยและคาราเมลเข้ากันสุดๆ

✨️☕️ เครื่องดื่มคุณภาพที่ใส่ใจทุกแก้ว

☕️ กาแฟ (Coffee): คอกาแฟต้องประทับใจแน่นอน Latte (คั่วกลาง) ของที่นี่ทำได้ดีเยี่ยม กาแฟหอมมาก รสชาติดี มีความเข้มที่พอดี ดื่มแล้วสดชื่น เป็นกาแฟคุณภาพที่หลายคนอยากมีไว้ใกล้ๆ ออฟฟิศเลย

🧋 ชา (Non-Coffee): Royal Milk Tea และ Premium Matcha Latte คือดีงามมาก หอมชาและมัทฉะแท้ๆ รสชาติกลมกล่อม หากเลือกระดับความหวานน้อย (25%) จะได้รสที่กำลังดีเลยทีเดียว

🍹 โซดา (Soda): Honey Lemon Soda สดชื่นมาก! หอมน้ำผึ้งและเลมอน ความซ่ากำลังดี มาในแพ็คเกจจิ้งกระป๋องซีลฝาที่ช่วยรักษาความซ่าไว้ได้นาน

บทสรุป: คุ้มค่าการรอคอยหรือไม่?

BAKE URBAN ไม่ใช่แค่คาเฟ่ของยูทูบเบอร์ชื่อดังที่ขายแค่กระแส แต่เป็นร้านที่เปี่ยมไปด้วย “คุณภาพ” และ “ความใส่ใจ” ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคิดค้นเมนูที่สร้างสรรค์ การคัดเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงการบริการ ทุกอย่างทำออกมาด้วยใจจริงๆ

แม้คิวจะยาว แต่ถ้าได้ลิ้มลองแล้วจะเข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงยอมรอ เป็นคาเฟ่ที่มอบความสุขและความอร่อยได้ตั้งแต่คำแรกจริงๆ และสมควรยกให้เป็นหนึ่งในร้านเด่นแห่งปีได้อย่างไม่ต้องสงสัย! ✨

ข้อมูลร้าน

* 📍 ที่ตั้ง: อ่อนนุช ซอย 7

* ⏰ เวลาเปิด-ปิด: 7:00 – 19:00 น. (เปิดทุกวัน)

* 📱 ติดตามข่าวสาร: Instagram: @bakeurban / LINE Official: @bakeurban

ตะลุยโลกไดโนเสาร์เสมือนจริงใจกลางกรุง Jurassic World: The Experience เปิดประตู 8 สิงหาคมนี้ ณ เอเชียทีค

“Jurassic World: The Experience” แหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

เตรียมคำราม! ตะลุยโลกไดโนเสาร์ใจกลางกรุงกับ Jurassic World: The Experience ที่เอเชียทีค 🦖

ข่าวดีสำหรับชาวกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยว! เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อ Jurassic World: The Experience นิทรรศการไดโนเสาร์เสมือนจริงสุดอลังการระดับโลก เตรียมมาเปิดประสบการณ์สุดกระหึ่มให้คุณได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 นี้ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น

ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญนี้จะเนรมิตพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็นเกาะ “อิสลา นูบลาร์” (Isla Nublar) ที่จะพาคุณหลุดเข้าไปในจักรวาลภาพยนตร์ Jurassic World อย่างสมจริง ตื่นตาตื่นใจไปกับเหล่าไดโนเสาร์แอนิเมทรอนิกส์ขนาดเท่าของจริงที่เคลื่อนไหวและส่งเสียงคำรามราวกับมีชีวิต!

Jurassic World: The Experience เนรมิตพื้นที่รวมกว่า 6,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็นโลกแห่งการผจญภัยที่จะพาผู้เข้าชมทุกวัน เข้าสู่จักรวาลของภาพยนตร์แฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง Jurassic World จาก Universal Pictures และ Amblin Entertainment โดยผสมผสานวิทยาศาสตร์และการเรียนรู้เข้ากับความบันเทิงระดับโลกอย่างลงตัว ซึ่งผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับประสบการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจระหว่างการเดินทางสำรวจความมหัศจรรย์ของเกาะ Isla Nublar (อิสลา นูบลาร์) ท่ามกลางฝูงไดโนเสาร์แอนิเมทรอนิกส์เสมือนจริง และฉากจำลองที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฉากสุดอลังการในภาพยนตร์ Jurassic World เต็มอิ่มกับการหลบหลีกและเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พร้อมดื่มด่ำไปกับความมหัศจรรย์เหนือจินตนาการบนเกาะแห่งนี้ที่รอให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตนเอง

ร่วมประสบการณ์การผจญภัยใน Jurassic World: The Experience ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น  

1.  Origins of Wonder ต้นกำเนิดแห่งความมหัศจรรย์ ก้าวเข้าสู่ศูนย์ต้อนรับอันยิ่งใหญ่ตระการตา ที่ซึ่งความ มหัศจรรย์ของเกาะอิสลา นูบลาร์ กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านภาพและเสียงอันสมจริงราวกับหลุดเข้าไปในโลกภาพยนตร์  

2.  Arrival at Isla Nublar เดินทางสู่เกาะ อิสลา นูบลาร์ ความตื่นเต้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณเดินทางมาถึงเกาะ อิสลา นูบลาร์ กับประตูทางเข้า Jurassic World อันเป็นเอกลักษณ์ที่ตั้งตระหง่านพร้อมต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกที่เหล่าไดโนเสาร์ดึกดำบรรพ์กลับขึ้นมาโลดแล่นอีกครั้ง

3.  A Close Encounter with Giants เผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่แห่งโลกล้านปี เหนือยอดไม้สูงเสียดฟ้า คุณจะได้สัมผัสช่วงเวลาสุดระทึกเมื่อได้เผชิญหน้ากับ บราคิโอซอรัส (Brachiosaurus) ร่างยักษ์ที่เคลื่อนไหวอย่างสง่างามท่ามกลางสายหมอก และเบื้องล่างยังมีแขกพิเศษอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่พร้อมปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาการให้อาหาร

4.  The Petting Zoo สัมผัสไดโนเสาร์รุ่นเยาว์ โอกาสพิเศษที่คุณจะได้ใกล้ชิดกับเหล่าสมาชิกวัยเยาว์ ตั้งแต่ลูกไดโนเสาร์จอมซนที่กำลังทดสอบความแข็งแรงของตัวเอง ไปจนถึงเจ้าตัวน้อยขี้เล่นวัยอยากรู้อยากเห็นที่กำลังเรียนรู้โลกใบใหม่ ประสบการณ์ที่จะพาคุณโลดแล่นเข้าสู่ความมหัศจรรย์ของ Jurassic World   

5.  The Predator Pavilion ดินแดนนักล่าดึกดำบรรพ์ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเมื่อคุณก้าวเข้าสู่พื้นที่ของเหล่านักล่าแห่งโลกล้านปี ดินแดนของไดโนเสาร์กินเนื้อที่น่าเกรงขามที่สุดของ Jurassic World ที่แม้คุณอาจจะเคยเห็น เวโลซีแรปเตอร์ (Velociraptor) มาแล้วในจอภาพยนตร์ แต่ก็ไม่มีอะไรเทียบได้กับการเผชิญหน้าตัวจริงได้เลย

6.  The Observation Deck จุดชมวิว หอสังเกตการณ์สุดไฮเทคค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ป่าดงดิบหนาทึบ ที่ซึ่ง อินโดไมนัส เร็กซ์ (Indominus rex) นักล่าสุดอันตรายกำลังเคลื่อนไหวและเฝ้ามองคุณอยู่ จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น หนทางรอดเดียวคือต้องหนีเท่านั้น!

7.  A Fight for Survival ผจญภัยเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงสัญญาณเตือนดังกึกก้องทั่วผืนป่าในขณะที่คุณกำลังเดินลัดเลาะผ่านช่องทางซ่อมบำรุงแคบ ๆ เสียงคำรามอันทรงพลังสะท้อนไปทั่วทางเดินจนรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงสันหลัง ก่อนที่ คาร์โนทอรัส (Carnotaurus) จะพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนคุณต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด

8.   Lost in the Jungle หลงในป่าดงดิบ ลัดเลาะเอาชีวิตรอดจนมาสู่ใจกลางป่าดงดิบอันมืดมิด พบกับเศษซากจากอดีตกับป้าย Jurassic Park ที่หลงเหลืออยู่ และรถจี๊ปที่ถูกเถาวัลย์ปกคลุมจนเกือบมิด ความเงียบอันน่าขนลุกปกคลุมไปทั่วผืนป่า จนกระทั่ง ไดโลโฟซอรัส (Dilophosaurus) ก้าวออกมา พร้อมกับแผงคอสีสันสดใสที่กางออกเสมือนงูแผ่แม่เบี้ย

9.  Caged Up กรงปริศนา กรงนกยักษ์สูงเสียดฟ้าปรากฏอยู่เบื้องหน้า เงาของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ร่อนผ่านม่านหมอกที่ปกคลุมอยู่เหนือหัว ในขณะที่เสียงกรีดร้องดังขึ้น เทอราโนดอน (Pteranodon) พุ่งชนผนังกรง จะงอยปากเฉียดขอบแผงกั้นห่างจากคุณไปเพียงไม่กี่นิ้ว ในขณะที่ สไตกิโมล็อค (Stygimoloch) ยืนจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนพ่นลมหายใจเสียงแหลมใส่

10. The Final Escape การหลบหนีครั้งสุดท้าย ห้องวิจัยที่ดูปลอดภัยอาจให้ความอุ่นใจได้เพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าอันน่าเกรงขามของ ทีเร็กซ์ (T. rex) กำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาทุกขณะ ราชินีแห่งไดโนเสาร์ส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วป่าก่อนที่ประตูทางออกจะปิดลงทันเวลาอย่างหวุดหวิด

Refuge – At Last รอดชีวิตในที่สุด หลังจากผู้เข้าชมได้เผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่แห่งยุคดึกดำบรรพ์ สบตากับตำนานที่ยังมีชีวิต และรอดพ้นจากการผจญภัยอันน่าตื่นตาตื่นใจมาได้ นี่คือประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณจะไม่มีวันลืมกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ใช้เวลารังสรรค์ขึ้นกว่า 65 ล้านปี

ร้านขายของที่ระลึก Jurassic World: The Experience Retail Store

เลือกซื้อของที่ระลึกและสินค้าลิขสิทธิ์แท้เฉพาะของ Jurassic World ภายในร้านค้า Jurassic World: The Experience Retail Store ซึ่งออกแบบมาในธีมพื้นที่หลบภัยในโลกยุคดึกดำบรรพ์ พร้อมพบกับอีกหนึ่งไฮไลต์สุดพิเศษอย่างกะโหลกฟอสซิลของทีเร็กซ์ ถือเป็นจุดหมายสุดท้ายของการผจญภัยในโลกจูราสสิค ที่ซึ่งเรื่องราวจบลง แต่ตำนานยังคงถูกกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบัน

Jurassic World: The Experience Hatch Dome

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ตั้งอยู่ติดกันกับ Jurassic World: The Experience คือ “Hatch Dome” (แฮ็ธช์ โดม) พื้นที่อินเทอร์แอคทีฟสุดล้ำที่รวมร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก Jurassic World: The Experience Retail Store และนิทรรศการด้านความยั่งยืนแบบ 4D จาก AWC ภายใต้แนวคิด Better World, Better Future” เปิดประสบการณ์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวด้านความยั่งยืนอย่างน่าทึ่ง โดยการเดินทางสุดพิเศษนี้จะพาผู้เข้าชมย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ ก่อนจะออกเดินทางต่อไปสัมผัสกับโลกอนาคตที่ขับเคลื่อนโดยการกระทำของมนุษย์ เพื่อจุดประกายความตระหนักรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการร่วมกันสร้างโลกที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

Jurassic World: The Experience Fossil & Flame Restaurant

พร้อมเปิดตัว “Jurassic World: The Experience Fossil & Flame Restaurant” (ฟอสซิล แอ็นด์ เฟลม) ห้องอาหาร Jurassic World แห่งแรกนอกธีมพาร์ค ซึ่งผสานเรื่องเล่าจากภาพยนตร์เข้ากับประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างเต็มอรรถรส ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับเมนูและบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจักรวาล Jurassic World อย่างแท้จริง สร้างประสบการณ์สุดพิเศษที่ผสมผสานรสชาติ ประสบการณ์จากภาพยนตร์ และจินตนาการเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ข้อมูลสำคัญและราคาบัตร
📍 สถานที่: เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น กรุงเทพฯ
🗓 วันเปิดตัว: 8 สิงหาคม 2568
🎫 ราคาบัตร:
👶เด็ก (อายุ 3-10 ปี): เริ่มต้นที่ 579 บาท
🧑 ผู้ใหญ่ (อายุ 11 ปีขึ้นไป): เริ่มต้นที่ 769 บาท
🎟การจำหน่ายบัตร
🔸️ รอบพรีเซล (สำหรับผู้ลงทะเบียน Waitlist): เริ่ม 8 กรกฎาคม 2568
🔸️ รอบบุคคลทั่วไป: เริ่ม 11 กรกฎาคม 2568

แฟนพันธุ์แท้สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จองบัตรรอบพรีเซลได้ก่อนใครที่เว็บไซต์ www.jurassicworldexperience.com/th แนะนำให้รีบจองล่วงหน้าเพราะคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าชมเป็นจำนวนมาก!

เตรียมตัวและครอบครัวของคุณให้พร้อม แล้วไปสัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะทำให้คุณไม่มีวันลืม ณ Jurassic World: The Experience Bangkok!

#JWExperience #DinosinBKK #AsiatiqueTheRiverfrontDestination #AWC
#เที่ยวเก่งกินก็เก่ง #TravelEatDrinkReview #เก่งรีวิว

“Tohoku Four Seasons & Tohoku Kizuna Festival” ที่ EXPO 2025 Osaka รวมที่สุดของเทศกาลหน้าร้อน 6 จังหวัดโทโฮคุในหนึ่งเดียว

“Tohoku Four Seasons & Tohoku Kizuna Festival” ที่ EXPO 2025 Osaka
รวมที่สุดของเทศกาลหน้าร้อน 6 จังหวัดโทโฮคุในหนึ่งเดียว

หนึ่งในไฮไลต์สุดยิ่งใหญ่ของ EXPO 2025 Osaka, Kansai, Japan ระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา คือการจัดงาน “Tohoku Four Seasons & Tohoku Kizuna Festival” ที่ได้รวบรวมมนต์เสน่ห์จากภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นมาไว้ ณ จุดเดียว โดยเฉพาะ ขบวนพาเหรด Tohoku Kizuna Festival ซึ่งนำเอาเทศกาลหน้าร้อนชื่อดังทั้ง 6 แห่งของโทโฮคุ มาร่วมแสดงอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

ประวัติความเป็นมา: จากน้ำตา…สู่รอยยิ้ม

ต้นกำเนิดของ Tohoku Kizuna Festival เริ่มขึ้นจากความสูญเสียครั้งใหญ่ในเหตุการณ์ แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี 2011 หรือที่รู้จักในชื่อ “The Great East Japan Earthquake” เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงผู้สูญเสีย และเป็นสัญลักษณ์แห่งการรวมพลังใจ (“Kizuna” แปลว่า “สายใยผูกพัน”) เพื่อการฟื้นฟูภูมิภาคโทโฮคุ

เทศกาลนี้เป็นผู้สืบทอดจิตวิญญาณจาก Tohoku Rokkon Festival และโดยปกติจะจัดหมุนเวียนใน 6 เมืองหลวงของจังหวัดในโทโฮคุ ทว่าปีนี้ ได้รับเกียรติให้มาจัดแสดงพิเศษที่งาน World Expo ในโอซาก้า

เทศกาลที่รวม “ที่สุดของที่สุด” จากโทโฮคุ

ในงานปีนี้ ได้รวมเอาเทศกาลฤดูร้อนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศของทั้ง 6 จังหวัด ได้แก่:

🏮 Aomori Nebuta Festival (อาโอโมริ)

โคมไฟนักรบลุกโชน สาดแสงแห่งตำนาน”
📅 วันที่จัด: 2 – 7 สิงหาคม ของทุกปี
เทศกาลฤดูร้อนสุดยิ่งใหญ่ของจังหวัดอาโอโมริที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก จุดเด่นอยู่ที่ ขบวนโคมไฟเนบุตะขนาดยักษ์ ส่องแสงเจิดจ้าในยามค่ำคืน โดยมีรูปนักรบ เทพเจ้า หรือตัวละครจากวรรณกรรมปรากฏในรูปแบบศิลปะกระดาษวาชิพร้อมแสงไฟภายใน ขบวนจะเคลื่อนไปท่ามกลางเสียงกลองไทโกะและการเต้น “ฮาเนโตะ” ที่มีจังหวะสนุกสนาน

🥁 Morioka Sansa Odori Festival (อิวาเตะ)

ร่ายรำแห่งกลองสะท้านฟ้า เมืองโมริโอกะ”
📅 วันที่จัด: 1 – 4 สิงหาคม ของทุกปี
ถือเป็นเทศกาลเต้นรำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในด้านจำนวนกลองและนักแสดง ผู้ร่วมขบวนหลายพันคนจะร่ายรำด้วยจังหวะกลองไทโกะ ขลุ่ย และเสียงร้องประสานอย่างสนุกสนาน เทศกาลนี้ถือกำเนิดจากตำนานการขอบคุณเทพเจ้าที่ขับไล่ภูตผีจากเมืองไปได้

🎐 Akita Kanto Festival (อาคิตะ)

ศิลปะการทรงโคมไฟ สู่ฟากฟ้าแห่งพลังจิต”
📅 วันที่จัด: 3 – 6 สิงหาคม ของทุกปี
นักแสดงในเทศกาลนี้จะแสดงทักษะการทรงเสาโคมไฟยักษ์ “คันโต” ที่บรรจุโคมไฟกว่า 40 ดวงด้วยท่วงท่าละเอียดอ่อน เช่น บนหน้าผาก ไหล่ หรือสะโพก เสาแต่ละต้นมีน้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัมและสูงถึง 12 เมตร ถือเป็นการอธิษฐานขอให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรดีในปีนั้น ๆ

✨ Sendai Tanabata Festival (มิยางิ)

เทศกาลแห่งดวงดาว ความหวัง และสีสัน”
📅 วันที่จัด: 6 – 8 สิงหาคม ของทุกปี
แม้ต้นแบบ Tanabata จะมาจากวันที่ 7 กรกฎาคม แต่ที่เซนไดจัดในเดือนสิงหาคมตามปฏิทินจันทรคติแบบญี่ปุ่น เทศกาลนี้มีชื่อเสียงในด้าน ตุงกระดาษประดับที่สูงและสวยงาม ห้อยจากไม้ไผ่และเรียงรายไปทั่วเมือง เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความฝัน และคำอธิษฐานของผู้คน

🌸 Yamagata Hanagasa Festival (ยามากาตะ)

ระบำหมวกดอกไม้แห่งความสุข”
📅 วันที่จัด: 5 – 7 สิงหาคม ของทุกปี
ขบวนรำ “ฮานะกาสะ” นี้เต็มไปด้วยพลังบวกและความอ่อนช้อย นักรำจะสวมชุดยูกาตะและถือ หมวกฟางที่ประดับด้วยดอกไม้สีสด ร่ายรำไปพร้อมเสียงเพลงพื้นบ้าน “ฮานากาสะ ออนโดะ” ที่ติดหูและชวนขยับตาม บรรยากาศของเทศกาลเต็มไปด้วยความสนุกสนานและกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่น

👣 Fukushima Waraji Festival (ฟุกุชิมะ)

ก้าวย่างแห่งศรัทธา ด้วยรองเท้า Waraji ยักษ์”
📅 วันที่จัด: สุดสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม (โดยปกติมักเป็น วันศุกร์-อาทิตย์แรก)
ในเทศกาลนี้จะมีขบวนแห่ รองเท้า Waraji ยักษ์ ยาวกว่า 12 เมตร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังและความเชื่อในโชคดี ผู้ร่วมขบวนจะร้องเพลงประจำเทศกาลและเต้นประกอบอย่างครึกครื้น เทศกาลนี้มีต้นกำเนิดจากศรัทธาในศาลเจ้า Higashi-Honganji และกลายเป็นงานรวมใจคนทั้งเมืองฟุกุชิมะ

ตลอดระยะเวลา 3 วัน มีนักแสดงกว่า 550 คน เข้าร่วมขบวนพาเหรดและกิจกรรมมากมาย แม้จะมีฝนตกในวันเสาร์ ทำให้บางกิจกรรมต้องย้ายขึ้นเวทีในร่ม แต่ในวันอาทิตย์ ขบวนพาเหรดได้จัดเต็มสองรอบกลางแจ้งอย่างอลังการ

สัมผัสฤดูกาลทั้งสี่ของโทโฮคุในที่เดียว

นอกจากขบวนพาเหรดแล้ว ภายในงานยังจัดโซน “Tohoku Four Seasons” ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวโทโฮคุในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น:

  • บูธนิทรรศการจากทั้ง 6 จังหวัด
  • กิจกรรมเวิร์กช็อปงานหัตถกรรมท้องถิ่น
  • โซนชิมอาหารท้องถิ่นยอดนิยม
  • เวทีแสดงศิลปะวัฒนธรรม
  • มาสคอตท้องถิ่นและ MYAKU-MYAKU มาสคอตของ EXPO 2025 มาร่วมสร้างสีสัน

ความสำคัญเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความร่วมมือของภูมิภาคโทโฮคุในการฟื้นฟูจากภัยพิบัติ แต่ยังเป็นเวทีในการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาของท้องถิ่นออกสู่สายตาชาวโลก ด้วยเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้มาเยือนภูมิภาคที่เปี่ยมด้วยธรรมชาติ ศิลปะ อาหาร และจิตวิญญาณ

ททท. ชู “Exciting South : ปักษ์ใต้ แอดเวนเจอร์” ท้าทายทุกขีดจำกัด กระตุ้นเศรษฐกิจใต้ พร้อมชวนประกวดหนังสั้น ชิงรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

ททท. ชวนสายลุยเปิดประสบการณ์ใหม่! “Exciting South : ปักษ์ใต้ แอดเวนเจอร์” ท้าทายทุกขีดจำกัด กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ พร้อมประกวดหนังสั้น ชิงรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปลุกอะดรีนาลีน ชวนนักเดินทางสายผจญภัยสัมผัสประสบการณ์สุดมันส์ในดินแดนปักษ์ใต้ กับโครงการ “Exciting South : ปักษ์ใต้ แอดเวนเจอร์” พร้อมกิจกรรมประกวดหนังสั้น “Exciting South Short Film Challenge” ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

ภาคใต้ : สวรรค์ของนักผจญภัย
ภาคใต้ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย หาดทรายขาว แต่ยังเป็นขุมทรัพย์ของกิจกรรมผจญภัยหลากหลายรูปแบบ ทั้งทะเล ป่าเขา น้ำตก และวัฒนธรรมที่โดดเด่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวปี 2566 พบว่ามีการเดินทางท่องเที่ยวภาคใต้สูงถึง 70% และเพิ่มขึ้นอีก 25.73% ในปี 2567 โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยววัย 18-35 ปี ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ รักกิจกรรมกลางแจ้ง ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และพร้อมแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย

7 หมวดกิจกรรมสุดมันส์ : ท้าทายทุกขีดจำกัด
นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า “ททท. มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและน่าจดจำ ภายใต้แคมเปญ ‘สุขทันที ที่เที่ยวไทย’ โครงการ “Exciting South : ปักษ์ใต้ แอดเวนเจอร์” จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อชวนนักท่องเที่ยวสายลุยไปพิชิตจุดหมายใหม่ ๆ และสนุกกับ 7 หมวดกิจกรรมกระตุ้นอะดรีนาลีน ได้แก่

  • Trekking & Hiking: เดินป่า ปีนเขา สัมผัสธรรมชาติอันงดงาม
  • Water Adventure: กีฬาทางน้ำ ดำน้ำ สำรวจโลกใต้ทะเล
  • Rock Climbing & Rappelling: ปีนหน้าผา โรยตัว ท้าทายความกล้า
  • Off-road & ATV: ขับรถลุย สนุกกับเส้นทางสุดโหด
  • Zipline & Paragliding: โหนสลิง บินร่ม สัมผัสความตื่นเต้นเหนือจินตนาการ
  • Caving & Spelunking: สำรวจถ้ำ ลอดถ้ำ ผจญภัยในโลกใต้ดิน
  • Eco Adventure: ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

การท่องเที่ยวแนวผจญภัยไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้น แต่ยังส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสร้างรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น ททท. จึงมุ่งมั่นประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อกระตุ้นการจองและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจท่องเที่ยวในภาคใต้”

“Exciting South Short Film Challenge : โชว์ไอเดียสุดสร้างสรรค์”
ททท. ชวนนักเดินทางสายผจญภัย ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวสุดมันส์ในภาคใต้ ผ่านกิจกรรมประกวดหนังสั้น ภายใต้แนวคิด “ตะลุยให้โลกจำ” ความยาว 3-10 นาที ชิงรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท เปิดรับผลงานทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีม เปิดรับผลงาน วันนี้ – 16 พฤษภาคม 2568 และประกาศผล 1 มิถุนายน 2568
🔺อ่านกติกาและเงื่อนไขร่วมกิจกรรม รายละเอียดรางวัล และช่องทางส่งผลงานทาง🔗 https://linktr.ee/exciting.south

4 เส้นทางแอดเวนเจอร์ : รอให้คุณไปพิชิต
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดท้าทายในดินแดนปักษ์ใต้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง
• Facebook Page: Exciting South – ปักษ์ใต้แอดเวนเจอร์
• LINE Official Account : @exciting.south

#ท้าทายทุกเส้นทางAdventureทุกMoment #ExcitingSouth #ปักษ์ใต้แอดเวนเจอร์

ร้านอาหารคำหอม ชวนคลายร้อนด้วย “ข้าวแช่” สูตรเฉพาะของเชฟเอียน กิตติชัย จากวัตถุดิบพรีเมียมทั่วไทย

ร้านอาหารคำหอม ชวนคลายร้อนด้วย “ข้าวแช่” สูตรเฉพาะของเชฟเอียน กิตติชัย จากวัตถุดิบพรีเมียมทั่วไทย

ร้านอาหารคำหอมโรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ ขอเชิญทุกท่านดื่มด่ำกับรสชาติความอร่อยแบบไทยๆ ในช่วงฤดูร้อนนี้ กับเมนู “ข้าวแช่” สูตรเฉพาะของเชฟเอียน กิตติชัย ที่คัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมจากทั่วประเทศไทยมาปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมเสิร์ฟความสดชื่นตลอดเทศกาล

ข้าวแช่ของห้องอาหารคำหอม ไม่ใช่แค่เพียงอาหารคลายร้อน แต่เป็นการรวบรวมงานฝีมือการทำอาหารไทยแท้ๆ ที่สืบทอดกันมา ด้วยข้าวหอมมะลิหุงเรียงเม็ด น้ำอบดอกไม้ออร์แกนิก และเครื่องเคียง 9 ชนิด ที่โดดเด่นด้วยรสชาติและเนื้อสัมผัสอันลงตัว ได้แก่:

• ลูกกะปิทอดกรอบ (กะปิผสมกุ้งแห้งและมะพร้าวขูด ปั้นเป็นก้อนแล้วทอดจนกรอบ)
• หอมทอดไส้ปลาช่อนและหอมแดง (หอมแดงทอดสอดไส้เนื้อปลาช่อนบดและหอมแดง)
• พริกแห้งทอดไส้ปลาช่อนและกุ้ง (พริกแห้งทอด สอดไส้เนื้อปลาช่อนและกุ้งบด)
• พริกหยวกยัดไส้ไก่และกุ้ง (พริกหยวกสอดไส้เนื้อไก่และกุ้ง ห่อไข่ทอด)
• ไชโป๊วหวานผัดไข่ (หัวไชโป๊วหวานผัดกับไข่)
• หมูเปียก (หมูบดนึ่งปรุงรสด้วยปลาเค็ม)
• ปลายี่สนหวาน (เนื้อปลาตากแห้งฉีกฝอยปรุงรสหวาน)
• หมูฝอยหวาน (หมูฉีกฝอยปรุงรสหวาน)
• ไข่แดงเค็มทอด (ไข่แดงเค็มทอดจนกรอบ)

ปิดท้ายด้วยของหวาน ส้มฉุนลอยแก้ว (ผลไม้ตามฤดูกาลและมะกรูดฝาน ในน้ำเชื่อมหอมอ่อนๆ) ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น

เชฟเอียน กิตติชัย ได้เน้นย้ำถึงการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงจากทั่วประเทศ เช่น ข้าวหอมมะลิจากยโสธร เทียนหอมจากกรุงเทพฯ มะยงชิดจากนครนายก น้ำตาลมะพร้าวจากสมุทรสงคราม กะปิจากพัทลุง และไข่เค็มจากสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและหอมกรุ่น

ข้าวแช่ชุดพิเศษของห้องอาหารคำหอม พร้อมเสิร์ฟแล้วตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 12 พฤษภาคม 2568 ในช่วงมื้อกลางวัน (12:00 – 15:00 น.)
ราคาชุดละ 750++ บาท (รับประทานที่ร้าน) และ 1,790+ บาท (สั่งกลับบ้าน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่:
โทร +66 2 666 3333 หรือ www.khumhomrestaurant.com
สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก:
• Accor Plus: ส่วนลดสูงสุด 50% (รับประทานที่ร้าน) และ 10% (สั่งกลับบ้าน)
• ALL – Accor Live Limitless: คะแนนสะสม คูณสอง

ห้องอาหารคำหอม
ชั้นล็อบบี้ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ
2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร 02 666 3333 | www.khumhomrestaurant.com

#ข้าวแช่ #ห้องอาหารคำหอม #เมอเวนพิค #อาหารไทย #คลายร้อน #วัตถุดิบพรีเมียม

ปักหมุดจุดท่องเที่ยว สิงคโปร์ จาก MV “Man in The Moon” ของวง Coldplay

การท่องเที่ยวสิงคโปร์ปักหมุดจุดน่าไป ใน MV ใหม่ Man in The Moon จาก Coldplay เฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสถานที่ในสิงคโปร์ในกับอัลบั้ม ‘Moon Music (Full Moon Edition)

กรุงเทพมหานคร, 11 กุมภาพันธ์ 2568 – Coldplay เปิดตัวมิวสิควิดีโอเพลง ‘Man in The Moon‘ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเพลงที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ใน Moon Music (Full Moon Edition) อัลบั้มชุดพิเศษของ Moon Music ซึ่งเป็นอัลบั้มล่าสุดที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งทั่วโลกของ Coldplay

Coldplay กล่าวว่า “ขณะที่อยู่ในสิงคโปร์ เราได้ถ่ายวิดีโอและบันทึกภาพของผู้คนหนุ่มสาวที่มีชีวิตชีวาที่เราได้พบ เราสนใจที่จะถ่ายสิ่งต่างๆ ในสถานที่ที่เราไม่เคยถ่ายทำมาก่อน และรวมผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันสนุกมากที่ได้จัดปาร์ตี้กลางน้ำที่มีแต่พวกเราและตัวนากแสนน่ารัก”

มิวสิควีดีโอเพลงนี้ถ่ายทำโดยมีฉากหลังเป็นทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของสิงคโปร์ โดยมีทั้งสถานที่อันโดดเด่นและสถาน ที่ที่เป็น Hidden gems ในสิงคโปร์ ตั้งแต่ Marina Bay สุดตระการตา ไปจนถึง Fort Canning Park ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน รวมไปถึงย่านใกล้เคียงที่มีชีวิตชีวา มิวสิควีดีโอเพลง ‘Man in The Moon’ มีนักแสดงรุ่นใหม่จากภูมิหลังและอัตลักษณ์ที่หลากหลาย ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มคนที่มีความสามารถในสิงคโปร์ ตั้งแต่นักคอสเพลย์ไปจนถึงเหล่าครีเอทีฟที่กล้าคิดกล้าทำ โดยมีสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสิงคโปร์เป็นฉากหลัง ที่ซึ่งผู้คนจากพื้นเพและเรื่องราวที่แตกต่างมารวมตัวกัน สื่อถึงธีมเพลงที่กล่าวถึงความสามัคคีและประสบการณ์ที่ผู้คนเหล่านี้มีร่วมกันโดยไม่ถูกกีดกั้นด้วยความแตกต่าง ฉากสุดท้ายแสดงให้เห็นถึงคนรุ่นใหม่ที่มารวมกันกับ Coldplay บนเวทีลอยน้ำที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับมิวสิควีดีโอเพลงนี้ และร่วมร้องท่อนคอรัสด้วยกัน

มิวสิควิดีโอเพลงนี้กำกับโดย Ben Mor ผู้กำกับชื่อดังจากผลงานมิวสิควีดีโอเพลง ‘Hymn For The Weekend’ ของ Coldplay โดยร่วมมือกับ Warner Music Singapore และการท่องเที่ยวสิงคโปร์

เพลง ‘Man in The Moon’ ถ่ายทำในเดือนมกราคม 2024 ระหว่างการหยุดพักทัวร์คอนเสิร์ต Music of the Spheres World Tour ของวงที่สิงคโปร์ โดยมีการจัดงานปาร์ตี้สุดพิเศษสำหรับแฟน ๆ Coldplay เพื่อเฉลิมฉลองอัลบั้ม Moon Music ที่สิงคโปร์ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2025 บนชั้นดาดฟ้า SkyPark ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ของ Marina Bay Sands ซึ่งเป็นสถานที่ฉายมิวสิควิดีโอรอบ Premiere

ดู MV ‘Man in The Moon’ 

กำกับโดย Ben Mor

Fort Canning Park (ในมิวสิควิดีโอนาทีที่ 1:57 – 1:59 และ 2:03 – 2:05)

สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง

สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิงถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนเนินเขาตอนกลางของสิงคโปร์ ใกล้กับถนนออชาร์ด และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของสิงคโปร์ (National Museum) แต่เดิมสวนสาธารณะแห่งนี้มีชื่อว่าบูกิต ลารางกาน (Bukit Larangan) หรือ ‘เนินเขาต้องห้าม’ ในภาษามาเลย์ ปัจจุบันมีพื้นที่ 18 เฮคเตอร์ เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจ เช่น โบราณวัตถุสำหรับผู้สนใจในประวัติศาสตร์ ลานสนามหญ้ากลางแจ้งสำหรับจัดคอนเสิร์ต และโรงแรมฟอร์ทแคนนิง (Hotel Fort Canning) โรงแรมสไตล์บูติกด้วยเช่นกัน จุดเด่นของสวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิงได้แก่ มาริไทม์ คอร์เนอร์ แอท ฟอร์ท แคนนิง (Maritime Corner @ Fort Canning) ที่บอกเล่าเรื่องราววิวัฒนาการของสิงคโปร์ตั้งแต่เป็นเมืองท่าจนมาเป็นศูนย์กลางทางทะเลระดับสากล และฟอร์ทเกต (Fort Gate) ซากป้อมปราการที่ยังเหลืออยู่ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19  นอกจากนี้ยังมี Spice Garden, ASEAN Sculpture Garden และ Battle Box ที่เคยเป็นจุดรวมพลใต้ดินของทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

Gardens by the Bay (ในมิวสิควิดีโอนาทีที่ 2:10 – 2:13)

การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์

การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ ครอบคลุมพื้นที่ 100 เฮกตาร์ริมน้ำในอ่าวมารีน่า มีสิ่งก่อสร้างแห่งอนาคต 2 แห่ง มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยเพื่อประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ดีขึ้น ได้แก่ เรือนกระจกปรับอากาศ Flower Dome (ฟลาวเวอร์โดม) และ Cloud Forest (คลาวด์ฟอเรสต์) ซึ่งมีชื่ออยู่ในบันทึกสถิติโลกกินเนสส์เมื่อปี 2015 ในฐานะเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไม่เพียงเท่านั้นยังมีซูเปอร์ทรี (Supertree) อันโดดเด่นให้ชื่นชม เนื่องจากสวนแนวตั้งสูง 25 ถึง 50 เมตร และยังสามารถเดินเที่ยวบนทางเดินลอยฟ้า OCBC Skyway ระยะทาง 128 เมตร รวมทั้งชมวิวมุมสูงของสวนและทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวมารีน่าได้ที่ Supertree Observatory

Jewel Changi Airport (ในมิวสิควิดีโอนาทีที่ 1:33 – 1:36 และ 1:39 – 1:40)

แหล่งท่องเที่ยวในสนามบินชางงีของประเทศสิงคโปร์ที่มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเลือกทำได้หลากหลาย ทั้งน้ำตก HSBC Rain Vortex ที่เป็นไฮไลท์สำคัญของ Jewel Changi น้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้มีความสูงถึง 40 เมตร, Shaw Theatres Jewel โรงภาพยนตร์ระบบ IMAX ที่เหมาะสำหรับการชมภาพยนตร์สำหรับครอบครัวที่เดินทางมากับเด็กๆ,  Changi Experience Studio สตูดิโอโลกเสมือนจริงที่สามารถเล่นเกมและชมการแสดงต่าง ๆ , Canopy Park สนามเด็กเล่นชั้นบนสุดของ Jewel รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันร่มรื่น รวมถึงร้านค้าและร้านอาหารชื่อดังต่าง ๆ

Level Up – Arcade and Live Music Bar (ในมิวสิควิดีโอนาทีที่ 2:46 – 2:53)

บาร์ Level Up – Arcade and Live Music ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือคลาร์ก คีย์ (Clarke Quay) ซึ่งศูนย์กลางของการพบปะสังสรรค์ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นบาร์หรือร้านอาหาร บาร์แห่งนี้มีคอนเซปต์คือไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง เน้นบรรยากาศเป็นกันเอง มีตู้เกมสไตล์เรโทร การเล่นดนตรีสดจากศิลปินท้องถิ่นชื่อดัง และมีเครื่องดื่มให้เลือกมากมายเพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้ร่วมใช้เวลาด้วยกันอย่างสนุกสนาน

MacPherson Neighbourhood (ในมิวสิควิดีโอนาทีที่ 1:15 – 1:17)

ย่านแม็กเฟอร์สัน อีกหนึ่งในย่านที่เต็มไปด้วยศิลปะที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนตั้งอยู่ใจกลางเมืองของประเทศสิงคโปร์ โดยได้รับการตั้งชื่อตามผู้พันโรนัลด์ แม็กเฟอร์สัน ผู้ออกแบบ Saint Andrews Cathedral ที่ห้องโถงชั้นหนึ่งของตึกที่ถนน Pipit จะได้พบกับภาพที่ทำซ้ำภาพ Starry Night ของ Van Gogh วาดโดยกลุ่มศิลปะ Social Creatives ภาพบนฝาผนังนี้ได้รับรางวัล Special Community Project Award และเป็นส่วนหนึ่งของความคิดริเริ่มที่จะเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะในชุมชนให้เป็นพื้นที่แสดงศิลปะสำหรับประชาชน

Marina Bay (ในมิวสิควิดีโอนาทีที่ 0:29 – 0:34, 2:29 – 2:46 และ 3:05 – 3:49)

อ่าวมารีน่า เบย์

เป็นตัวแทนของความหรูหราและความทันสมัยตั้งแต่ร้านอาหารยอดนิยมไปจนถึงสถานที่พักผ่อนการเที่ยวชมอ่าวมารีน่าช่วยให้ได้รับประสบ การณ์ที่น่าประทับใจ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ไปจนถึงจนถึงวิวที่สวยที่สุดจากแซนด์ส สกายพาร์ค (Sands  SkyPark) ที่มารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) หรือการชมธรรมชาติที่การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) และ Supertree Grove นอกจากนี้ ยังมีแหล่ง ท่องเที่ยวอย่างมารีน่า เบย์ ครูซ เซ็นเตอร์ (Marina Bay Cruise Centre) และกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแข่งเรือมังกรและการแสดง ดนตรี

Marina Bay Sands (ในมิวสิควิดีโอนาทีที่ 3:01 – 3:05)

มารีน่า เบย์ แซนด์ส เป็นรีสอร์ทแบบครบวงจร ประกอบด้วยโรงแรมหรูหรา, ห้างสรรพสินค้าพรีเมี่ยม, และสระว่ายน้ำลอยฟ้าที่สามารถ รับชมทิวทัศน์แบบรอบด้าน พร้อมกับแซนด์ส สกายพาร์ค (Sands SkyPark) ที่เป็นจุดชมวิวบนชั้นดาดฟ้า สามารถเพลิดเพลินกับร้านบูติค และร้านอาหารชั้นนำที่เดอะ ช็อป (The Shoppes) นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ศิลปะ (ArtScience Museum) จัดแสดงนิทรรศการ ศิลปะและวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมต่างๆ ที่คาสิโน, ไนท์คลับ MARQUEE และโรงละครแซนด์ส (Sands Theatre) ที่มีการแสดงระดับโลก

Mountain Coffee at Geylang (ในมิวสิควิดีโอนาทีที่ 0:57 – 1:04)

Mountain Coffee เป็นร้านอาหารยอดนิยมที่ตั้งอยู่ในย่านเกลัง (Geylang) ของสิงคโปร์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง โดดเด่นในเรื่องอาหารจีน ประเภทผัดและทอด (tze char) ประกอบด้วยอาหารยอดนิยม เช่น หมาล่าเซียงกัว, ซี่โครงหมูซอสถั่วเหลือง, บี่หุ้นซุป XO ปลาดทอด (XO fish head bee hoon) นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักในเรื่องบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ปัจจุบันย่านเกลัง (Geylang) เต็มไปด้วยตึกแถวสีสันสดใส สุเหร่า วัด และบาร์ ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งรวมเชื้อชาติและศาสนาอันหลากหลาย ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความดั้งเดิมของสิงคโปร์ไว้อยู่

People’s Park Complex, Chinatown (ในมิวสิควิดีโอนาทีที่ 2:24 – 2:28)

ห้างสรรพสินค้าพีเพิลส์พาร์กคอมเพล็กซ์ (People’s Park Complex) ตั้งอยู่ในย่านไซน่าทาวน์ (Chinatown) เป็นอาคารสูงสีเหลืองเด่น ใช้ในเชิงพาณิชย์และเป็นที่อยู่อาศัย มีจุดเด่นคือเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ และมีการออกแบบลานกลาง (atrium) แห่งแรกในศูนย์การค้า โดยอาคารด้านล่างจะเป็นร้านค้า เช่นร้านนวดร้านขายมือถือและบริษัททัวร์นอกจากนี้สามารถรับชมทิวทัศน์ รอบเมืองสิงคโปร์ที่ชั้นดาดฟ้าของตึกนี้ได้อีกด้วย

S.E.A. Aquarium at Resorts World Sentosa (ในมิวสิควิดีโอนาทีที่ 0:24 – 0:27 และ 0:40 – 0:42)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซีอควาเรียม (S.E.A. Aquarium) ตั้งอยู่ที่รีสอร์ทเวิลด์ เซ็นโตซ่า (Resorts World Sentosa) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุด โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ Open Ocean Habitat ห้องจัดแสดงระบบนิเวศทางทะเลแบบเปิดผ่านกระจกใสขนาด x 8.3 เมตร ให้ความรู้สึกเหมือนจริง ราวกับอยู่ใต้ทะเล นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเลมากกว่า 100,000 ตัว เช่น ฉลามเสือดาว, ปลากระเบนราหู, และหมึกยักษ์แปซิฟิก ถือว่าอควาเรียมนี้รวบรวมสัตว์แต่ละระบบนิเวศไว้อย่างครบครัน

THE CORNER HOUSE อาคารชัยพัฒนศิลป์ Creative Lifestyle Community ใจกลางย่านตลาดน้อย

โฉมใหม่ “THE CORNER HOUSE อาคารชัยพัฒนศิลป์” แลนด์มาร์กของคนรุ่นใหม่ในชุมชนตลาดน้อย เจริญกรุง 35 พร้อมก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์สำหรับทุกคน

หลังจากก้าวเข้าสู่การเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชุมชนตลาดน้อย เจริญกรุง 35 เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ล่าสุด The Corner House ณ อาคารชัยพัฒนศิลป์ ตึกอันโดดเด่นบนถนนเจริญกรุงใจกลางย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ได้รับการปรับโฉมและแต่งเติมความน่าสนใจในฐานะ Creative Lifestyle Community ที่ครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อมเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

นับตั้งแต่เปิดตัว The Corner House ก็มุ่งมั่นที่จะส่งต่อการเดินทางแห่งประสบการณ์เหนือระดับที่ไม่หยุดอยู่เพียงรสสัมผัสจากเมนูอาหารจานเด่นและเครื่องดื่มเลิศรส แต่รวมไปถึงการเป็นที่สุดแห่งพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และแหล่งความบันเทิงครบวงจรของย่านเจริญกรุง 35 ผ่านการเปิดตัวร้านอาหาร
บูติคพิเศษ และพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ ภายใต้พื้นที่ของอาคารชัยพัฒนศิลป์ โดยยึดโยงกับคีย์เวิร์ดสำคัญอย่าง ‘5 Senses Experience, Enjoyment of Food, Artistic, and Musical Elements’ ซึ่งนำมาสู่การเป็น Creative Lifestyle Community แลนด์มาร์กที่พลาดไม่ได้ของชุมชนตลาดน้อย

The Corner House โฉมใหม่มาพร้อมกับความตั้งใจที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่มองหาแรงบันดาลใจ ณ ใจกลางย่านเจริญกรุง พร้อมต้อนรับปี 2568 ด้วยแนวความคิด “Old Meets New” กับการผสมผสานเรื่องราวและเสน่ห์ของความเก่าเข้ากับไอเดียใหม่สุดสร้างสรรค์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Refining the Future: From Realism to Futurism” ที่จะเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านแรงบันดาลใจ โดยมีทั้งร้านอาหารหลากหลาย พื้นที่สำหรับจัดแสดงงานศิลปะ พื้นที่จัดอีเวนต์ เวิร์กช็อป และกิจกรรมพิเศษ รวมถึงความบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ และพลาดไม่ได้กับ The Corner House Rooftop บนชั้น 4 ที่จะเผยให้เห็นความงามของกรุงเทพฯ ในมุมมองที่แปลกใหม่ทั้งช่วงกลางวันและยามค่ำคืน อีกทั้งยังเปิดต้อนรับน้อง ๆ สัตว์เลี้ยง ให้มาร่วมเพลิดเพลินไปด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนได้ค้นพบแรงบันดาลใจและสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจ

สำหรับร้านอาหารที่จะเปิดประสบการณ์ด้านรสสัมผัสสุดล้ำใน The Corner House นำทัพโดย “Liana Fine Dining” ภัตตาคารรูปแบบไฟน์ ไดนิ่งที่พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2568 กับการมอบประสบการณ์ดินเนอร์รูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ ผ่านการเปิดม่านโชว์กรรมวิธีรังสรรค์เมนูจานพิเศษให้ทุกคนได้เลือกรับประทานและรับชมกันแบบส่วนตัว พร้อมด้วยหลากหลายเมนูสร้างสรรค์จากอีกกว่า 5 ร้านอาหารและภัตตาคารสุดยูนีคภายใต้ชายคาของอาคารชัยพัฒนศิลป์ ที่จะร่วมส่งต่อโมเมนต์ชวนจดจำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็น “SARNIES & Friends” กับการรังสรรค์เมนูระดับงานศิลป์ผ่านแรงบันดาลใจจากศิลปะที่ตีความขึ้นใหม่สู่มื้ออาหารรูปแบบ Futuristic หรือเมนูมากรายละเอียดจาก “Dek Nuea Asian Fusion” ที่นำวัตถุดิบตามฤดูกาลมาใช้ในการสร้างสรรค์จานพิเศษ โดดเด่นด้วยรสชาติเหนือระดับและเฉดสีน่าสนใจ รวมไปถึงเมนูของหวานที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อเปิดประตูด้านรสชาติรูปแบบใหม่ให้กับทุกคนที่ได้ลิ้มลองจาก Juitee x Akkara” และหลากหลายเมนูชาสูตรออแกนิคจาก “Tearaphy” ที่เข้าคู่กับเมนูคาวและหวานได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มแก้วพิเศษสำหรับสายปาร์ตี้กับ “Yellow Cloud Craft Beer” ที่นำเสนอเสน่ห์ของเมนูคราฟต์เบียร์จากหลากหลายจังหวัดในประเทศไทย

โฉมใหม่ของ The Corner House พร้อมปลุกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศอันอบอวลด้วยกลิ่นอายของงานศิลป์และการผสมผสานกิจกรรมที่หลากหลายในรูปแบบ Creative Lifestyle Community ที่ครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ให้ทุกคนได้จุดประกายแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ผ่านประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์เหนือระดับของชุมชนตลาดน้อย

อองตอง ข้าวซอย x โลเคิลส์ หาดใหญ่ รังสรรค์ 3 เมนูพิเศษ บุกหาดใหญ่ กับโปรเจ็คต์พิเศษ “อองตอง อองใต้”

“อองตอง อองใต้” โปรเจ็คต์พิเศษ ที่ “อองตอง ข้าวซอย” ร่วมกับ “โลเคิลส์ หาดใหญ่” นำทัพอาหารเหนือระดับมิชลินไกด์ รังสรรค์ 3 เมนูพิเศษ บุกหาดใหญ่

อองตอง ข้าวซอย” แบรนด์ข้าวซอยเจ้าดังระดับตำนานจากเชียงใหม่ ร่วมมือกับ “โลเคิลส์ หาดใหญ่” ร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังในหาดใหญ่ ขนเมนูอาหารเหนือมาเยือนแดนใต้ ในโปรเจ็คต์พิเศษ “อองตอง อองใต้” การันตีความดีงามด้วยการยอมรับให้เป็นร้านมิชลินไกด์ ถึง 4 ปีติดต่อกัน โดยนอกจากจะเป็นการเสิร์ฟเมนูขึ้นชื่ออย่าง ข้าวซอยไก่, ข้าวซอยคั่วแห้งไก่, ขนมจีนน้ำเงี้ยว แล้ว ยังมีเมนูพิเศษสำหรับการล่องใต้ครั้งนี้โดยเฉพาะถึง 3 เมนู

1.ข้าวซอยผัดสะตอซอสกะปิกุ้ง : เลือกเมนูซิกเนเจอร์ของอองตอง ก็คือข้าวซอยคั่วแห้งมาทำกับเมนูอาหารใต้ที่ชอบ โดยนำเส้นข้าวซอยไปคั่วกับซอสกะปิใต้แท้ๆ ผัดกับกุ้ง กับสะตอสดๆ ทำให้รสชาติเข้ากันได้ดีมากถือว่าเป็นจาน Signature ของครั้งนี้เลย

2.ไส้อั่วคั่วกลิ้ง : ไส้อั่วถือเป็นเมนูแรกๆที่ต้องนึกถึงของอาหารเหนือ ในทางกลับกับคั่วกลิ้งก็จะเป็นตัวแทนของอาหารใต้ เมนูนี้จึงเป็นการผสานทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันโดยนำคั่วกลิ้งมายัดในไส้อั่ว และทำให้ไส้อั่วมีรสชาติจัดจ้าน เผ็ดถึงเครื่อง เมนูนี้ต้องพลาดไม่ได้

3.ไก่ทอดเฮลัง : ถ้ามาหาดใหญ่ไม่ได้กินไก่ทอดถือว่ามาไม่ถึง เช่นเดียวกันกับมาเชียงใหม่ต้องกินฮังเล ไอเดียนี้จึงเป็นต้นกำเนิดของเมนูไก่ทอดเฮลัง หรือ ไก่ทอดฮังเล นั้นเอง โดยเราหมักซอสฮังเลกับไก่ ทิ้งไว้ข้ามคืนให้เข้าเนื้อและเอามาทอดให้หนังกรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ จานนี้รับประกันความอร่อยแบบใหม่ แบบสับ แน่นอนครับ

การเยือนใต้ครั้งนี้ของ “อองตอง ข้าวซอย” ถือเป็นการบุกเบิกไอเดียใหม่ๆ เป็นการถ่ายทอดเสน่ห์อาหารเหนือสู่ภาคใต้หาดใหญ่ พร้อมกับผสมผสานวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองภาคสู่จานพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน การมาครั้งนี้ได้รับคำเชิญจากร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังในหาดใหญ่อย่าง “โลเคิลส์ หาดใหญ่” โดยเมนูเหนือของอองตอง ข้าวซอย จะพร้อมเสิร์ฟให้รับประทานได้ที่ร้าน “โลเคิลส์ หาดใหญ่” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 มกราคมนี้เท่านั้น

อองตอง ข้าวซอย เป็นแบรนด์ข้าวซอยชื่อดังจากจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทั้งนักชิม และคนรักอาหารเหนือมายาวนานกว่า 6 ปี และได้รับเกียรติให้เป็นร้าน “มิชลินไกด์” ติดต่อกันถึง 4 ปี จากความพิถีพิถันของจานอาหารแต่ละจานที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ คุณภาพของวัตถุดิบ อีกทั้งรสชาติที่คงเสน่ห์ของวัฒนธรรมอาหารเหนือเอาไว้อย่างครบถ้วน รายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.facebook.com/ongtongkhaosoi