- Stay together กาแฟสกัดเย็น ผสมผสานกับน้ำลิ้นจี่
- Chocolate No.49 ช็อกโกแลตมีรสชาติที่กลมกล่อมมาก หอม หวาน มัน
- Sunset Lover ส่วนผสมของ Yuzu, Honey, Lemon,Lime สดชื่น เปรี้ยวหวานลงตัว

Featured posts


WTF COFFEE CAMP คาเฟ่สไตล์แคมป์ปิ้งริมน้ำตก ท่ามกลางป่าเขาธรรมชาติสุดๆ บรรยากาศชิลล์มากๆ กาแฟหลักร้อยบรรยากาศหลักร้อยล้าน โดยกาแฟที่นี่เป็นแบรนด์ดังที่คุ้นเคยอย่าง CASA LAPIN ซึ่งการันตีถึงความอร่อยอยู่แล้ว ซึ่งเราสามารถเลือกกาแฟได้ตามความชอบทั้งเครื่องชงปกติ หรือใครต้องการความชิลล์ต้องเป็นแบบ Slow bar ก็มีเช่นกัน สามารถเลือกเมล็ดกาแฟได้ตามความต้องการเลยทีเดียว นอกจากกาแฟแล้ว ยังมีครัวซองต์ (Croissant) หลากหลายรสให้เลือกทานอีกด้วยร้านตั้งอยู่ใน กังสดาล รีสอร์ท โป่งแยง อ.แม่ริม ใครเดินขึ้นลงไม่ไหว ไม่ต้องกังวล เพราะมีรถกอล์ฟรับส่ง จากที่จอดรถมาที่คาเฟ่ และ จากคาเฟ่กลับขึ้นที่จอดรถ
จะบอกว่าแค่เห็นวิวจากข้านบนก็สวยแทบหยุดหายใจแล้ว การได้ลงมาสั่งกาแฟหอมๆ ละเลียดคาเฟอีน ริมน้ำตก และลำธาร แทบจะบอกว่าหาคาเฟ่ที่ไหนไม่ได้ที่จะให้บรรยากาศแบบนี้
WTF COFFEE CAMP เปิดให้บริการทุกวัน
จันทร์-ศุกร์ 09:00 – 18:00 น.
เสาร์-ศุกร์ 07:00 – 18:00 น.
Facebook ร้าน WTF COFFEE CAMP : https://www.facebook.com/wtfcoffeecamp







รีวิว Café Kitsuné Bangkok คาเฟ่สัญชาติฝรั่งเศส-ญี่ปุ่นชื่อดังมาเปิดที่เมืองไทยแล้ว ตั้งอยู่ที่ Emquartier ชั้น G ในช้อป Maison Kitsuné มีหลายเมนูเครื่องดื่ม โดยเฉพาะกาแฟที่ผ่านกระบวนการคั่วจากโรงคั่ว Kitsuné ที่จังหวัดโอกายาม่า ประเทศญี่ปุ่น

ร้านกาแฟรร้านนี้มีเมนูที่อยากชวนให้ลองก็จะมี Fox Latte, Uji Fizz, La Fleur, และ Fox Shortbread ที่ต้องเอามาถ่ายรูป ทั้งน่ารักและอร่อย
.
ผมไปถึงร้านวันพุธ เวลา 16.00 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในการต่อคิวเข้าร้าน แต่เนื่องจากจำนวนที่นั่งมีน้อย จึงต้องแย่งที่นั่งกันบ้าง แต่ถ้าไม่มีที่นั่งก็สามารถใส่ถุงกลับบ้านได้

📍 พิกัด: ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ลง BTS สถานีพร้อมพงษ์
#Cafekitsune #Maisonkitsunebangkok #Cafekitsunebangkok #TEDRBangkok #รีวิวคาเฟ่ #คาเฟ่กรุงเทพ #คาเฟ่เปิดใหม่ #คาเฟ่น่านั่ง #TravelEatDrinkReview

ร้านกาแฟที่มีความหมายว่า เต็มไปด้วยความสนุกสนานและปลอดภัย ซึ่งเปิดต้อนรับคอ Cafe Hopper วันแรกเมื่อ 5 ก.ค. ที่ผ่านมานี่เอง!!
ร้านอยู่ตรงแถวศาลหลักเมืองขอนแก่น ถนนที่ตัดมาจากมาทางสถานีรถไฟขอนแก่น ตัวอาคารที่นำมาเป็นคาเฟ่นั้นได้รับการรีโนเวทมาจากบ้านไม้โบราณ 2 ชั้น อายุกว่า 65 ปี หากใครมาดื่มกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่ม ทั้งชิมเค้กแล้ว ยังเหมือนได้มาชมพิพิทธภัณฑ์ เรียนรู้ประวัติของขอนแก่นในยุคบุกเบิกอีกด้วย

คาเฟ่แห่งนี้เดิมเป็นบ้านชาวจีนกึ่งปูนกึ่งไม้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2498 โดยเจ้าของบ้านนายเปงมง แซ่จู (จูตะวิริยะ) ชาวจีนแต้จิ๋ว เดินทางจากมลฑลกวางตุ้ง มาประกอบกิจการค้าและเลี้ยงสัตว์ในอำเภอบ้านไผ่ แล้วขยายกิจการมาในพื้นที่ตัวเมืองขอนแก่น ใกล้สถานีรถไฟ เขาจึงสร้างบ้านหลังนี้นี่เอง!!

ร้าน รักอัน คอฟฟี่ เป็นคาเฟ่ที่มี 2ชั้น มีมุมสวยๆ กับเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ ให้ถ่ายรูปเช็คอินเพียบเลย!!

เมนูที่สั่งคือ
มัทฉะลาเต้เย็น
เค้กลิ้นจี่ อร่อย หอมลิ้นจี่ ไม่หวานมาก

ที่ตั้ง ร้าน Rak An Coffee จ.ขอนแก่น
แถวศาลหลักเมืองขอนแก่น เส้นมาทางสถานีรถไฟ เยื้องร้านอาหมวยโกปี๊
วันเวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 8.30 – 18.00 น.
โทร : 095-6510199
Facebook : https://www.facebook.com/RakanCoffeekk
Google map : https://goo.gl/maps/64FWiZwXjRjkLi7L6


































#รีวิวขอนแก่น #TEDRKhonKaen #TravelEatDrinkReview #รีวิวคาเฟ่ #คาเฟ่ #cafe
#คาเฟ่ขอนแก่น #ขอนแก่น #reviewkhonkaen #khonkaen
คาเฟ่เปิดใหม่ย่าน ม.เกษตร ร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น อบอุ่น น่ารักมาก ที่นี่นอกจากจะมีเครื่องดื่ม อย่าง กาแฟ ชา โซดา ขายแล้ว ยังมี ขนมหวานโฮมเมด ย้ำว่าทำที่หลังร้านจริงๆ เพราะผมแอบมองเข้าไปเห็น ซึ่งรสชาติขนมนั้นผมต้องยกนิ้วให้เลย เพราะอร่อย สดใหม่จริงๆ นอกจากนี้ที่ร้านยังมีอาหารญี่ปุ่นขายอีกด้วย ถ้าใครมาถึงแล้วหิวก็สั่งมาทานได้ก่อนจะตบท้ายด้วยขนม และ ถ้ารู้สึกร้อนก็กินไอศครีมโยเกิร์ตซอฟท์เสิร์ฟ จะกินแบบเพลนๆ หรือจะตกแต่งสวยงามแบบในเมนูก็สามารถเอามาถ่ายรูปเก๋ๆลง IG ได้อีกด้วย
เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 07.00 – 20.00 น.
การเดินทาง เดินทางโดย BTS ลงสถานีเสนานิคม เดินมาขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ ที่ปากซอยพหลโยธิน34 ราคา 15 บาทฅ
ติดต่อ โทร 095-9461645
Instagram @natang.cafe
facebook https://www.facebook.com/NatangCAFE
https://www.youtube.com/watch?v=AHip1_CkaQg


เป้าหมายของการมาที่ วอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงของ สหรัฐอเมริกา คือ การเยี่ยมชมสถานที่เที่ยวสำคัญรอบๆ National Mall และการชมซากุระที่บานสะพรั่งหลายพันต้นแถวๆ Tidal Basin

การไปชมซากุระบานครั้งนั้นที่ วอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา ผมโชคดีมากๆ เนื่องจากไปถึงวันที่ซากุระหลายพันต้นพร้อมใจกันบานแบบ Full Bloom แถมสภาพอากาศก็เป็นใจ ถึงแม้อุณหภูมิจะหนาวจัด แต่แสงแดดนั้นเป็นใจเหลือเกิน ทำให้การมาครั้งนี้ประทับใจสุดๆ

คลิกอ่าน เที่ยว Washington D.C. / New York / Boston ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day4 ]
คลิกอ่าน เที่ยว Boston / New York / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day2 ]
คลิกอ่าน เที่ยว New York / Boston / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day1 ]
ถึงแม้ซากุระจะเหมือนกับที่ญี่ปุ่น เพราะทางการญี่ปุ่นได้มอบให้เพื่อมาปลูกกว่า 3000 ต้นนั่นเอง แต่ผมบอกได้เต็มปากว่าบรรยากาศนั้นไม่เหมือนกันเลย อาจจะเพราะด้วยสถาปัตยกรรม ผู้คน และ อาหาร นั้นต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ดอกซากุระที่บานสะพรั่ง ก็ทำให้หัวใจของผมนั้นพองโตอิ่มใจได้เสมอ

ผมออกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว โดยมาน้องเอ๋ ผู้ใจดี เป็นคนขับพาผมและเพื่อนๆ ออกจาก นิวยอร์ก มายัง กรุงวอชิงตัน ดีซี ตั้งแต่เช้ามืด โดยคาดหวังว่าจะมาถึงก่อนเที่ยง ดังนั้นพวกเรามีเวลาเพียงแค่ช่วงบ่ายไม่ถึง 5 ชั่วโมงเท่านั้นในการสำรวจ เพราะฉะนั้นเราจึงมุ่งหน้าไปยังที่เที่ยวจุดหมายสำคัญ ซึ่งเดินเที่ยวรอบบริเวณ National Mall ได้เท่านั้น

ผมเริ่มการเดินทางครั้งนี้ที่หน้าสถานีรถไฟ Washington Union Station ที่นี่คือศูนย์รวมการเดินทางของเมือง สถาปัตยกรรมสวยๆ บวกกับ ซากุระสีขาวบานสะพรั่ง ทำใหชุ่มชื่นหัวใจได้ดีจริงๆ
สถานที่แห่งนี้มีผู้เดินทางกว่า 40 ล้านคนต่อปี เป็นศูนย์การการเดินทางที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย รถไฟ รถบัส รถเมล์ แล้วยังมีร้านค้าให้ช้อปปิ้ง รวมทั้งร้านอาหารที่หลากหลายอีกด้วย ตัวอาคารมีสถาปัตกรรมเป็นเเบบนีโอคลาสสิก สร้างเสร็จในปี 1908 เพดานทำด้วยหินแกรนิตสีขาว ปะด้วยทอง 22 กะรัต ใช้ทองไปทั้งสิ้น 70 ปอนด์ โดยในโถงหลักเราตะลึงกับความงดงามของเพดาน ที่สถาปนิกชื่อ Daniel Burnham ได้ออกแบบตกแต่งในศิลปะ Beaux Arts

เรามาถึงที่นี่ก็เกือบเที่ยงแล้วจึงไปทานอาหารกันที่ food court ที่อยู่ชั้นล่างของสถานี ซึ่งมีอาหารหลากหลายให้เลือกทาน หลังจากอิ่มกันแล้วก็ได้เวลาออกสำรวจ รอบๆ National Mall เราเดินออกมาทางด้านหน้าของสถานี จะพบกับ Freedom Bell ซึ่งเป็นระฆังที่ถอดแบบมาจาก Liberty Bell ที่เมืองฟิลาเดเฟีย โดยใหญ่กว่าของจริง 2 เท่า ที่ที่เราจะไปถ่ายรูปกันต่อคือ อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (United States Capitol)

ใครมาที่กรุง วอชิงตัน ดีซี ต้องมาที่ United States Capitol แห่งนี้แน่นอน เพราะเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการเป็นเมืองหลวงก็ว่าได้ อาคารรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา (United States Capitol) เป็นสถานที่ที่วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรมารวมตัวกันเพื่อหารือ อภิปราย และพิจารณานโยบายระดับประเทศมานานกว่า 2 ศตวรรษ อาคาแห่งนี้ทางด้านตะวันออกของเนชันแนล มอลล์ (National Mall) และได้รับการคัดเลือกการออกแบบโดยอดีตประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ในปี ค.ศ. 1793 ถูกจัดให้เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของโลก! ที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งใครที่สนใจเรื่องราวของกฎหมาย การปกครอง และชอบงานศิลปะ ก็ต้องไม่พลาดเข้าชมด้านใน
เวลาเข้าชมคือ 8:40 น.-15:20 น. สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมสามารถติดต่อที่ ศูนย์นักท่องเที่ยว (U.S. Capital Visitor Center) เปิดวันจันทร์ถึงวันเสาร์ 8:30 น. -16:30 น. และสามารถจองวันเวลาเข้าชมได้ที่ https://tours.visitthecapitol.gov/cvc#.WxDxBTaUckt ไม่มีค่าเข้าชม

เมื่อเดินมาที่ด้านหน้าของ United States Capitol ก็จะได้เห็น National Mall แนวผืนหญ้าสีเขียวทอดยาวดูแล้วผ่อนคลาย สบายตา สวยสมกับฉายา “สนามหญ้าหน้าบ้านประเทศสหรัฐอเมริกา” (America’s Front Yard) ภาพท้องฟ้าโปร่งตัดกับ อนุสาวรีย์วอชิงตัน (Washington Monument) ที่สูงตระหง่านล้อมรอบไปด้วย อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (U.S. Capitol) และอนุสรณ์สถาน ลินคอล์น (Lincoln Memorial) ที่เราคุ้นตาในหนังฮอลลีวูดหลายเรื่อง
เนชันแนล มอลล์ (National Mall) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จากอนุสรณ์สถานลินคอล์นทางฝั่งตะวันตก ไปจบที่อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกาทางฝั่งตะวันออก โดยตั้งอยู่ระหว่าง ถนน Independence Avenue และถนน Constitution Avenue



สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) เป็นสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา และพิพิธภัณฑ์ ที่บริหารจัดการและได้รับทุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและจากผู้บริจาคต่าง ๆ รวมถึงรายได้การจำหน่ายออกร้านและค่าสมาชิกนิตยสาร
สถาบันสมิธโซเนียนก่อตั้งขึ้นตามความประสงค์ของนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เจมส์ สมิธสัน (James Smithson) ยกมรดกทั้งหมดให้แก่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อก่อตั้งองค์กรที่สามารถ “เพิ่มพูนและเผยแพร่ความรู้” ให้แก่มนุษยชาติ ปี ค.ศ. 1835
โดยสถานที่ที่นาสนใจ ได้แก่ Smithsonian Castle เป็นจุดหลักของ Smithsonian Institution จะเป็นที่รวบรวมประวัติสั้นๆ ของผู้ก่อตั้งคือ Jame Smithson สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แบบปราสาทในยุคศตวรรษที่ 19 และ มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมี 3 ที่ คือ National museum of Natural History, National museum of American History และ Air and Space Museum

อนุสาวรีย์วอชิงตัน (Washington Monument) เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลก! ด้วยความสูงกว่า 555 ฟุต ล่าสุดเรายังได้เห็น Spider-man มาช่วยกอบกู้วิกฤติที่นี่อีกด้วยในภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man: Homecoming (2017)

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ใจกลาง เนชันแนล มอลล์ ระหว่าง อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (United States Capitol) และ อนุสรณ์สถาน ลินคอล์น (Lincoln Memorial) ได้รับการอุทิศอย่างเป็นทางการ โดยประธานาธิบดี เชสเตอร์ อาร์เธอร์ (Chester Arthur) ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1885 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ ตุลาคมปี ค.ศ. 1888
ที่นี่เปิดทุกวัน เวลา 9:00 น.-17:00 น. ยกเว้น วันที่ 4 กรกฏาคม และ 25 ธันวาคม เข้าเยี่ยมชมรอบสุดท้ายเวลา 16:00 น. เด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป ไปจนถึงผู้ใหญ่ สามารถรับตั๋วระบุเวลาเข้าชมฟรีได้ ตั้งแต่เวลา 8:30 น. ดูข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับตั๋ววัน และเวลาเข้าชมได้ที่ https://www.nps.gov/wamo/planyourvisit/fees.htm

อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นาย อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) ประธานาธิบดีคนที่ 16 ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเนชันแนล มอลล์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หากมองจากที่ตั้งของ อนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่ 2 (National World War II Memorial) จะเห็นตัวอาคารภาพสะท้อนจากสระน้ำสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวไปจนถึงอนุสรณ์สถานลินคอล์น

ภายในมีรูปปั้นของท่านประธานาธิบดีลินคอล์น หนักกว่า 175 ตัน ที่ออกแบบโดยชาวฝรั่งเศส เดเนียล เชสเตอร์ (Daniel Chester) โดยรูปปั้นของท่านจะมองออกมาด้านนอกบ่งบอกถึงความมุมานะต่อสู้อย่างหนัก เพื่อรักษาและรวมประเทศนี้ให้เป็นหนึ่ง เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:30 น. – 22:00 น. ไม่มีค่าเข้าชม

ไวท์ เฮาส์ (White House) หรือ ที่เรามักจะเรียกกันว่า ทำเนียบขาว เป็นอาคารสำนักงานสีขาวตั้งสวยตระหง่าน มีประวัติความเป็นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1791 ใช้เวลาในการก่อสร้าง 8 ปี ต่อมาในปี ค.ศ. 1800 อดีตประธานาธิบดีจอร์น อดัม (John Adams) และภริยา เอบิเกล (Abigail) ได้ย้ายเข้ามาอยู่ นับเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐที่เข้ามาพำนักในไวท์เฮาส์แห่งนี้ พวกเราถ่ายรูปแค่ด้านนอกก็พอ เพราะไม่ได้เตรียมตัวขอเข้าชมภายใน และเนื่องจากมีเวลาที่จำกัดมากๆ ส่วนใครอยากเข้าชมด้านใน ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.whitehouse.gov/about-the-white-house/tours-events/

มาถึงสถานที่สุดท้ายของทริปกรุงวอชิงตันดีซีของผมในวันนี้ที่มีเวลาจำกัดเพียงครึ่งวัน และเป็นวัตถุประสงค์หลักของการมาที่นี่ในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ นั่นก็คือการมาชม ซากุระ กว่า 3000 ต้น ที่บานสะพรั่งรอบๆบริเวณอ่างเก็บน้ำไทดอล (Tidal Basin) ซึ่งซากุระรอบๆบริเวณนี้ถูกปลูกเมื่อปี 1912 โดยได้รับมอบจากผู้ว่าการกรุงโตเกียวนั่นเอง ซึ่งในช่วงที่เราไปก็ช่วงวันหยุดสงกรานต์บ้านเรานั่นเอง และเป็นโชคดีมากๆ ที่ ซากุระ กำลังบานแบบ Full Bloom พอดีเลย ก็เลยแฮปปี้กันยกแก๊งค์ทีเดียว


ฉากหลังของความสวยงามของดอกซากุระ ก็คือ อนุสรณ์สถานโทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson Memorial) สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับ โทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา และผู้เขียนคำประกาศเอกราช ออกแบบโดย สมเด็จประสันตะปาปา จอร์น รัสเซลล์ (John Russell) ในปี ค.ศ.1925 ซึ่งมีความคล้ายกับวิหารแพนธีออน (Pantheon) ในกรุงโรม ผสมผสานเข้ากับสถาปัตยกรรมแบบ นีโอคลาสสิคอล (Neoclassical) ที่ท่านประธานาธิบดีโทมัส เจฟเฟอร์สันชื่นชอบ โครงสร้างของที่นี่เป็นแบบเปิดโล่ง โดยรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของ โทมัส เจฟเฟอร์สัน มีความสูง 19 ฟุต


เป็นที่น่าเสียดายจริงๆที่เรามีเวลาจำกัด เพียงแค่ช่วงบ่ายเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น ในการท่องเที่ยวเยี่ยมชมเมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ กรุงวอชิงตัน ดีซี แห่งนี้ จึงทำได้เพียงเดินชม ถ่ายภาพสวยๆ เช็คอิน Instagram รอบๆบริเวณ National Mall เท่านั้น ยังมีสถานที่น่าสนใจมากมายในกรุงวอชิงตัน ดีซี ให้ได้เที่ยวอีกเพียบเลย อีกทั้ง พิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institution ที่น่าสนใจมากๆทั้ง 3 แห่ง อย่าง National museum of Natural History, National museum of American History และ Air and Space Museum เราก็พลาดไป เอาเป็นว่าถ้าใครมีเวลาสัก 2 วันเต็มๆ น่าจะเพียงพอกับกรุงวอชิงตัน ดีซี แห่งนี้ ผมจึงคาดหวังว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาเติมเต็มสิ่งที่พลาดไปอีกครั้ง แต่จุดประสงค์การมาชม ซากุระ บานอันเลื่องชื่อก็ถือว่าสำเร็จ และฟินกันสุดๆ จึงอาจเรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการมาเยือน กรุงวอชิงตัน ดีซี เพียงครึ่งวันแล้วก็ว่าได้

