ททท. ชู “Exciting South : ปักษ์ใต้ แอดเวนเจอร์” ท้าทายทุกขีดจำกัด กระตุ้นเศรษฐกิจใต้ พร้อมชวนประกวดหนังสั้น ชิงรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

ททท. ชวนสายลุยเปิดประสบการณ์ใหม่! “Exciting South : ปักษ์ใต้ แอดเวนเจอร์” ท้าทายทุกขีดจำกัด กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ พร้อมประกวดหนังสั้น ชิงรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปลุกอะดรีนาลีน ชวนนักเดินทางสายผจญภัยสัมผัสประสบการณ์สุดมันส์ในดินแดนปักษ์ใต้ กับโครงการ “Exciting South : ปักษ์ใต้ แอดเวนเจอร์” พร้อมกิจกรรมประกวดหนังสั้น “Exciting South Short Film Challenge” ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

ภาคใต้ : สวรรค์ของนักผจญภัย
ภาคใต้ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย หาดทรายขาว แต่ยังเป็นขุมทรัพย์ของกิจกรรมผจญภัยหลากหลายรูปแบบ ทั้งทะเล ป่าเขา น้ำตก และวัฒนธรรมที่โดดเด่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวปี 2566 พบว่ามีการเดินทางท่องเที่ยวภาคใต้สูงถึง 70% และเพิ่มขึ้นอีก 25.73% ในปี 2567 โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยววัย 18-35 ปี ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ รักกิจกรรมกลางแจ้ง ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และพร้อมแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย

7 หมวดกิจกรรมสุดมันส์ : ท้าทายทุกขีดจำกัด
นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า “ททท. มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและน่าจดจำ ภายใต้แคมเปญ ‘สุขทันที ที่เที่ยวไทย’ โครงการ “Exciting South : ปักษ์ใต้ แอดเวนเจอร์” จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อชวนนักท่องเที่ยวสายลุยไปพิชิตจุดหมายใหม่ ๆ และสนุกกับ 7 หมวดกิจกรรมกระตุ้นอะดรีนาลีน ได้แก่

  • Trekking & Hiking: เดินป่า ปีนเขา สัมผัสธรรมชาติอันงดงาม
  • Water Adventure: กีฬาทางน้ำ ดำน้ำ สำรวจโลกใต้ทะเล
  • Rock Climbing & Rappelling: ปีนหน้าผา โรยตัว ท้าทายความกล้า
  • Off-road & ATV: ขับรถลุย สนุกกับเส้นทางสุดโหด
  • Zipline & Paragliding: โหนสลิง บินร่ม สัมผัสความตื่นเต้นเหนือจินตนาการ
  • Caving & Spelunking: สำรวจถ้ำ ลอดถ้ำ ผจญภัยในโลกใต้ดิน
  • Eco Adventure: ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

การท่องเที่ยวแนวผจญภัยไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้น แต่ยังส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสร้างรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น ททท. จึงมุ่งมั่นประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อกระตุ้นการจองและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจท่องเที่ยวในภาคใต้”

“Exciting South Short Film Challenge : โชว์ไอเดียสุดสร้างสรรค์”
ททท. ชวนนักเดินทางสายผจญภัย ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวสุดมันส์ในภาคใต้ ผ่านกิจกรรมประกวดหนังสั้น ภายใต้แนวคิด “ตะลุยให้โลกจำ” ความยาว 3-10 นาที ชิงรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท เปิดรับผลงานทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีม เปิดรับผลงาน วันนี้ – 16 พฤษภาคม 2568 และประกาศผล 1 มิถุนายน 2568
🔺อ่านกติกาและเงื่อนไขร่วมกิจกรรม รายละเอียดรางวัล และช่องทางส่งผลงานทาง🔗 https://linktr.ee/exciting.south

4 เส้นทางแอดเวนเจอร์ : รอให้คุณไปพิชิต
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดท้าทายในดินแดนปักษ์ใต้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง
• Facebook Page: Exciting South – ปักษ์ใต้แอดเวนเจอร์
• LINE Official Account : @exciting.south

#ท้าทายทุกเส้นทางAdventureทุกMoment #ExcitingSouth #ปักษ์ใต้แอดเวนเจอร์

ร้านอาหารคำหอม ชวนคลายร้อนด้วย “ข้าวแช่” สูตรเฉพาะของเชฟเอียน กิตติชัย จากวัตถุดิบพรีเมียมทั่วไทย

ร้านอาหารคำหอม ชวนคลายร้อนด้วย “ข้าวแช่” สูตรเฉพาะของเชฟเอียน กิตติชัย จากวัตถุดิบพรีเมียมทั่วไทย

ร้านอาหารคำหอมโรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ ขอเชิญทุกท่านดื่มด่ำกับรสชาติความอร่อยแบบไทยๆ ในช่วงฤดูร้อนนี้ กับเมนู “ข้าวแช่” สูตรเฉพาะของเชฟเอียน กิตติชัย ที่คัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมจากทั่วประเทศไทยมาปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมเสิร์ฟความสดชื่นตลอดเทศกาล

ข้าวแช่ของห้องอาหารคำหอม ไม่ใช่แค่เพียงอาหารคลายร้อน แต่เป็นการรวบรวมงานฝีมือการทำอาหารไทยแท้ๆ ที่สืบทอดกันมา ด้วยข้าวหอมมะลิหุงเรียงเม็ด น้ำอบดอกไม้ออร์แกนิก และเครื่องเคียง 9 ชนิด ที่โดดเด่นด้วยรสชาติและเนื้อสัมผัสอันลงตัว ได้แก่:

• ลูกกะปิทอดกรอบ (กะปิผสมกุ้งแห้งและมะพร้าวขูด ปั้นเป็นก้อนแล้วทอดจนกรอบ)
• หอมทอดไส้ปลาช่อนและหอมแดง (หอมแดงทอดสอดไส้เนื้อปลาช่อนบดและหอมแดง)
• พริกแห้งทอดไส้ปลาช่อนและกุ้ง (พริกแห้งทอด สอดไส้เนื้อปลาช่อนและกุ้งบด)
• พริกหยวกยัดไส้ไก่และกุ้ง (พริกหยวกสอดไส้เนื้อไก่และกุ้ง ห่อไข่ทอด)
• ไชโป๊วหวานผัดไข่ (หัวไชโป๊วหวานผัดกับไข่)
• หมูเปียก (หมูบดนึ่งปรุงรสด้วยปลาเค็ม)
• ปลายี่สนหวาน (เนื้อปลาตากแห้งฉีกฝอยปรุงรสหวาน)
• หมูฝอยหวาน (หมูฉีกฝอยปรุงรสหวาน)
• ไข่แดงเค็มทอด (ไข่แดงเค็มทอดจนกรอบ)

ปิดท้ายด้วยของหวาน ส้มฉุนลอยแก้ว (ผลไม้ตามฤดูกาลและมะกรูดฝาน ในน้ำเชื่อมหอมอ่อนๆ) ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น

เชฟเอียน กิตติชัย ได้เน้นย้ำถึงการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงจากทั่วประเทศ เช่น ข้าวหอมมะลิจากยโสธร เทียนหอมจากกรุงเทพฯ มะยงชิดจากนครนายก น้ำตาลมะพร้าวจากสมุทรสงคราม กะปิจากพัทลุง และไข่เค็มจากสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและหอมกรุ่น

ข้าวแช่ชุดพิเศษของห้องอาหารคำหอม พร้อมเสิร์ฟแล้วตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 12 พฤษภาคม 2568 ในช่วงมื้อกลางวัน (12:00 – 15:00 น.)
ราคาชุดละ 750++ บาท (รับประทานที่ร้าน) และ 1,790+ บาท (สั่งกลับบ้าน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่:
โทร +66 2 666 3333 หรือ www.khumhomrestaurant.com
สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก:
• Accor Plus: ส่วนลดสูงสุด 50% (รับประทานที่ร้าน) และ 10% (สั่งกลับบ้าน)
• ALL – Accor Live Limitless: คะแนนสะสม คูณสอง

ห้องอาหารคำหอม
ชั้นล็อบบี้ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ
2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร 02 666 3333 | www.khumhomrestaurant.com

#ข้าวแช่ #ห้องอาหารคำหอม #เมอเวนพิค #อาหารไทย #คลายร้อน #วัตถุดิบพรีเมียม

THE CORNER HOUSE อาคารชัยพัฒนศิลป์ Creative Lifestyle Community ใจกลางย่านตลาดน้อย

โฉมใหม่ “THE CORNER HOUSE อาคารชัยพัฒนศิลป์” แลนด์มาร์กของคนรุ่นใหม่ในชุมชนตลาดน้อย เจริญกรุง 35 พร้อมก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์สำหรับทุกคน

หลังจากก้าวเข้าสู่การเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชุมชนตลาดน้อย เจริญกรุง 35 เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ล่าสุด The Corner House ณ อาคารชัยพัฒนศิลป์ ตึกอันโดดเด่นบนถนนเจริญกรุงใจกลางย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ได้รับการปรับโฉมและแต่งเติมความน่าสนใจในฐานะ Creative Lifestyle Community ที่ครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อมเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

นับตั้งแต่เปิดตัว The Corner House ก็มุ่งมั่นที่จะส่งต่อการเดินทางแห่งประสบการณ์เหนือระดับที่ไม่หยุดอยู่เพียงรสสัมผัสจากเมนูอาหารจานเด่นและเครื่องดื่มเลิศรส แต่รวมไปถึงการเป็นที่สุดแห่งพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และแหล่งความบันเทิงครบวงจรของย่านเจริญกรุง 35 ผ่านการเปิดตัวร้านอาหาร
บูติคพิเศษ และพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ ภายใต้พื้นที่ของอาคารชัยพัฒนศิลป์ โดยยึดโยงกับคีย์เวิร์ดสำคัญอย่าง ‘5 Senses Experience, Enjoyment of Food, Artistic, and Musical Elements’ ซึ่งนำมาสู่การเป็น Creative Lifestyle Community แลนด์มาร์กที่พลาดไม่ได้ของชุมชนตลาดน้อย

The Corner House โฉมใหม่มาพร้อมกับความตั้งใจที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่มองหาแรงบันดาลใจ ณ ใจกลางย่านเจริญกรุง พร้อมต้อนรับปี 2568 ด้วยแนวความคิด “Old Meets New” กับการผสมผสานเรื่องราวและเสน่ห์ของความเก่าเข้ากับไอเดียใหม่สุดสร้างสรรค์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Refining the Future: From Realism to Futurism” ที่จะเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านแรงบันดาลใจ โดยมีทั้งร้านอาหารหลากหลาย พื้นที่สำหรับจัดแสดงงานศิลปะ พื้นที่จัดอีเวนต์ เวิร์กช็อป และกิจกรรมพิเศษ รวมถึงความบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ และพลาดไม่ได้กับ The Corner House Rooftop บนชั้น 4 ที่จะเผยให้เห็นความงามของกรุงเทพฯ ในมุมมองที่แปลกใหม่ทั้งช่วงกลางวันและยามค่ำคืน อีกทั้งยังเปิดต้อนรับน้อง ๆ สัตว์เลี้ยง ให้มาร่วมเพลิดเพลินไปด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนได้ค้นพบแรงบันดาลใจและสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจ

สำหรับร้านอาหารที่จะเปิดประสบการณ์ด้านรสสัมผัสสุดล้ำใน The Corner House นำทัพโดย “Liana Fine Dining” ภัตตาคารรูปแบบไฟน์ ไดนิ่งที่พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2568 กับการมอบประสบการณ์ดินเนอร์รูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ ผ่านการเปิดม่านโชว์กรรมวิธีรังสรรค์เมนูจานพิเศษให้ทุกคนได้เลือกรับประทานและรับชมกันแบบส่วนตัว พร้อมด้วยหลากหลายเมนูสร้างสรรค์จากอีกกว่า 5 ร้านอาหารและภัตตาคารสุดยูนีคภายใต้ชายคาของอาคารชัยพัฒนศิลป์ ที่จะร่วมส่งต่อโมเมนต์ชวนจดจำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็น “SARNIES & Friends” กับการรังสรรค์เมนูระดับงานศิลป์ผ่านแรงบันดาลใจจากศิลปะที่ตีความขึ้นใหม่สู่มื้ออาหารรูปแบบ Futuristic หรือเมนูมากรายละเอียดจาก “Dek Nuea Asian Fusion” ที่นำวัตถุดิบตามฤดูกาลมาใช้ในการสร้างสรรค์จานพิเศษ โดดเด่นด้วยรสชาติเหนือระดับและเฉดสีน่าสนใจ รวมไปถึงเมนูของหวานที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อเปิดประตูด้านรสชาติรูปแบบใหม่ให้กับทุกคนที่ได้ลิ้มลองจาก Juitee x Akkara” และหลากหลายเมนูชาสูตรออแกนิคจาก “Tearaphy” ที่เข้าคู่กับเมนูคาวและหวานได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มแก้วพิเศษสำหรับสายปาร์ตี้กับ “Yellow Cloud Craft Beer” ที่นำเสนอเสน่ห์ของเมนูคราฟต์เบียร์จากหลากหลายจังหวัดในประเทศไทย

โฉมใหม่ของ The Corner House พร้อมปลุกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศอันอบอวลด้วยกลิ่นอายของงานศิลป์และการผสมผสานกิจกรรมที่หลากหลายในรูปแบบ Creative Lifestyle Community ที่ครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ให้ทุกคนได้จุดประกายแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ผ่านประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์เหนือระดับของชุมชนตลาดน้อย

อองตอง ข้าวซอย x โลเคิลส์ หาดใหญ่ รังสรรค์ 3 เมนูพิเศษ บุกหาดใหญ่ กับโปรเจ็คต์พิเศษ “อองตอง อองใต้”

“อองตอง อองใต้” โปรเจ็คต์พิเศษ ที่ “อองตอง ข้าวซอย” ร่วมกับ “โลเคิลส์ หาดใหญ่” นำทัพอาหารเหนือระดับมิชลินไกด์ รังสรรค์ 3 เมนูพิเศษ บุกหาดใหญ่

อองตอง ข้าวซอย” แบรนด์ข้าวซอยเจ้าดังระดับตำนานจากเชียงใหม่ ร่วมมือกับ “โลเคิลส์ หาดใหญ่” ร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังในหาดใหญ่ ขนเมนูอาหารเหนือมาเยือนแดนใต้ ในโปรเจ็คต์พิเศษ “อองตอง อองใต้” การันตีความดีงามด้วยการยอมรับให้เป็นร้านมิชลินไกด์ ถึง 4 ปีติดต่อกัน โดยนอกจากจะเป็นการเสิร์ฟเมนูขึ้นชื่ออย่าง ข้าวซอยไก่, ข้าวซอยคั่วแห้งไก่, ขนมจีนน้ำเงี้ยว แล้ว ยังมีเมนูพิเศษสำหรับการล่องใต้ครั้งนี้โดยเฉพาะถึง 3 เมนู

1.ข้าวซอยผัดสะตอซอสกะปิกุ้ง : เลือกเมนูซิกเนเจอร์ของอองตอง ก็คือข้าวซอยคั่วแห้งมาทำกับเมนูอาหารใต้ที่ชอบ โดยนำเส้นข้าวซอยไปคั่วกับซอสกะปิใต้แท้ๆ ผัดกับกุ้ง กับสะตอสดๆ ทำให้รสชาติเข้ากันได้ดีมากถือว่าเป็นจาน Signature ของครั้งนี้เลย

2.ไส้อั่วคั่วกลิ้ง : ไส้อั่วถือเป็นเมนูแรกๆที่ต้องนึกถึงของอาหารเหนือ ในทางกลับกับคั่วกลิ้งก็จะเป็นตัวแทนของอาหารใต้ เมนูนี้จึงเป็นการผสานทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันโดยนำคั่วกลิ้งมายัดในไส้อั่ว และทำให้ไส้อั่วมีรสชาติจัดจ้าน เผ็ดถึงเครื่อง เมนูนี้ต้องพลาดไม่ได้

3.ไก่ทอดเฮลัง : ถ้ามาหาดใหญ่ไม่ได้กินไก่ทอดถือว่ามาไม่ถึง เช่นเดียวกันกับมาเชียงใหม่ต้องกินฮังเล ไอเดียนี้จึงเป็นต้นกำเนิดของเมนูไก่ทอดเฮลัง หรือ ไก่ทอดฮังเล นั้นเอง โดยเราหมักซอสฮังเลกับไก่ ทิ้งไว้ข้ามคืนให้เข้าเนื้อและเอามาทอดให้หนังกรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ จานนี้รับประกันความอร่อยแบบใหม่ แบบสับ แน่นอนครับ

การเยือนใต้ครั้งนี้ของ “อองตอง ข้าวซอย” ถือเป็นการบุกเบิกไอเดียใหม่ๆ เป็นการถ่ายทอดเสน่ห์อาหารเหนือสู่ภาคใต้หาดใหญ่ พร้อมกับผสมผสานวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองภาคสู่จานพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน การมาครั้งนี้ได้รับคำเชิญจากร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังในหาดใหญ่อย่าง “โลเคิลส์ หาดใหญ่” โดยเมนูเหนือของอองตอง ข้าวซอย จะพร้อมเสิร์ฟให้รับประทานได้ที่ร้าน “โลเคิลส์ หาดใหญ่” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 มกราคมนี้เท่านั้น

อองตอง ข้าวซอย เป็นแบรนด์ข้าวซอยชื่อดังจากจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทั้งนักชิม และคนรักอาหารเหนือมายาวนานกว่า 6 ปี และได้รับเกียรติให้เป็นร้าน “มิชลินไกด์” ติดต่อกันถึง 4 ปี จากความพิถีพิถันของจานอาหารแต่ละจานที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ คุณภาพของวัตถุดิบ อีกทั้งรสชาติที่คงเสน่ห์ของวัฒนธรรมอาหารเหนือเอาไว้อย่างครบถ้วน รายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.facebook.com/ongtongkhaosoi

 

ลิสต์ร้านอาหารดัง วิวเด็ด! ที่ ไอคอนสยาม ชมพลุยิ่งใหญ่เต็มตางาน Amazing Thailand Countdown 2025

ไอคอนสยามเปิดลายแทงร้านอาหารดัง วิวเด็ด! ชวนปักหมุดความอร่อยต้อนรับศักราชใหม่ ด้วยร้านอาหารชื่อดังริมน้ำเจ้าพระยา พร้อมชมพลุรักษ์โลกสุดยิ่งใหญ่ ในงาน Amazing Thailand Countdown 2025 ที่ทุกคนรอคอย

เดือนแห่งความสุขและเทศกาลเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอยได้มาถึงแล้ว! ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีร้านอาหารดังในบรรยากาศริมน้ำกว่า 21 ร้าน ชวนปักหมุดความอร่อยต้อนรับศักราชใหม่ปี 2025 กับเมนูความอร่อยระดับพรีเมียมจากลิสต์ร้านดังบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมวิวเด็ดจากพลุตระการตาในค่ำคืนของงานเคานต์ดาวน์ระดับโลก Amazing Thailand Countdown 2025 ที่ไอคอนสยามได้อัดแน่นกิจกรรมความสุข พร้อมตอกย้ำการเป็น Global Countdown Destination ที่ใครก็ต้องมา

สำหรับผู้ที่หลงรักในรสสัมผัสของเมนูอาหารไทย ขอแนะนำ

ร้าน CAFÉ CHILLI ชั้น G โซน The Veranda ร้านอาหารอีสานแท้ๆ ที่นำอาหารอีสานมายกระดับจัดจานและปรับรสชาติให้แซ่บถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ นำทัพความอร่อยด้วยเนื้อวัวออสเตรเลียย่างถ่าน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสชาติจัดจ้านที่สามารถผสานรสชาติ หวาน เปรี้ยว เค็ม แซ่บ เข้ากับเนื้อได้เป็นอย่างดี หรือเมนูแนะนำตลอดกาลอย่างผัดไทยกุ้งแม่น้ำ ที่นอกจากกุ้งแม่น้ำจะมีขนาดใหญ่จนใกล้ขนาดจานแล้ว ยังสามารถดึงรสและกลิ่นของซอสผัดไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทยออกมาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ส่วนจานโปรดของลูกค้าประจำหลายๆ คน ก็คือส้มตำนัตตี้อะโวคาโด เมนูซิกเนเจอร์ของ CAFÉ CHILLI อะโวคาโดเกรดดีโรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่กรุบกรอบและหวานมันตัดรสกับน้ำส้มตำสุดแซ่บก็แนะนำว่าไม่ควรพลาดด้วยเช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-030-1848

ถัดมากับร้าน กับข้าว’ กับปลา ชั้น 5 ร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นที่มาจากเครือร้านอาหารไอเบอร์รี่ที่รักษามาตรฐานความอร่อยในระดับเดียวกันไว้ได้เป็นอย่างดี เสิร์ฟด้วยรสชาติที่ปรุงรสมาแบบเข้มข้น ไม่หวงทั้งวัตถุดิบและเครื่องปรุง มีเมนู Signature คือน้ำพริกสตรอว์เบอร์รี ที่นำสตรอว์เบอร์รีรสชาติหวานอมเปรี้ยวหั่นชิ้นมาคลุกเคล้ากับน้ำพริกกะปิจนกลายเป็นเครื่องจิ้มผักสดชั้นยอดที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง สั่งมาคู่กับต้มยำกุ้งแม่น้ำที่เสิร์ฟมาในหม้อไฟร้อนๆ หอมกลิ่นเครื่องต้มยำตลบอบอวลทันทีที่ยกมาเสิร์ฟ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Line Official : @kubkaokubpla 

สายปาร์ตี้ต้องปักหมุดกับร้านวิวดี บรรยากาศเลิศ 

ร้านวิวแบบพาโนรามาที่ต้องมา  ร้าน Fallabella River Front ชั้น 6 โซนทัศนานคร เทอเรซ ร้านอาหารฟิวชั่นไทย-อิตาเลียน ที่ปัจจุบันขยายความฟิวชั่นไปถึงอาหารจีนและอาหารญี่ปุ่นให้เข้ากับความทันสมัยและหรูหราของร้านได้เป็นอย่างดี โดยทางร้านมีเมนูเด็ดอย่างปลากะพงทอดพริกเกลือ มาผัดกับเครื่องพริกจนเกิดกลิ่นหอมคลุ้ง หรือจะ Fallabella Rustica เมนูพิซซ่าหน้าปิดที่อบจากเตาถ่านของร้าน ให้แป้งสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ด้วยมอสซาเรลล่าชีสอย่างดี พาร์มาแฮม และน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล เป็นจานที่ใครก็ไม่ควรพลาด ทั้งนี้ Fallabella ยังมีบริการค็อกเทล ม็อกเทล และเครื่องดื่มอีกมากมาย แต่ที่พลาดไม่ได้ต้องม็อกเทล Oh Thai เครื่องดื่มซิกเนเจอร์รสหวานซ่าที่ใช้ลิ้นจี่ มะนาว และตะไคร้เป็นส่วนผสมหลัก โดยกลิ่นสมุนไพรไทยอย่างตะไคร้จะช่วยเพิ่มองค์ประกอบของมื้ออาหารให้ครบรสได้เป็นอย่างดี หรือสายคราฟเบียร์ที่ Fallabella ไอคอนสยามก็รวบรวมจากเหล่าผู้ผลิตชาวไทยหลากหลายเจ้ามาให้ทุกคนได้มีโอกาสมาลิ้มลองกันด้วยเช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 096-892-6425

ชวนสัมผัสรสชาติอาหารฟิวชั่นชั้นเยี่ยม และคาเฟ่ชั้นเลิศ

ร้านครัวซองต์ชื่อดัง James Boulangerie ชั้น 6 ร้านครัวซองต์ระดับตำนานที่มาพร้อมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบจัดเต็ม การันตีความเป็นตำนานด้วยเชฟผู้มีดีกรีเป็นแชมป์ผู้พิชิตเชฟกระทะเหล็กอาหารหวานแห่งรายการ Iron Chef Thailand หรือ เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ทางร้านเลือกสรรค์วัตถุดิบที่พรีเมียมที่สุดมาสร้างเป็นรสชาติให้เป็นเลิศที่สุดจนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นครัวซองต์ที่มีเนื้อสัมผัสภายนอกกรอบและข้างในเป็นโพรงสวยเด่น เมื่อกัดเข้าไปแล้วจะได้สัมผัสที่นุ่มหนึบและหอมเนยฟุ้งไปทั่วทั้งปาก และพิเศษยิ่งกว่ากับ Black Horse ครัวซองต์ที่ทำมาจากแป้ง Black Cocoa แห่งฝรั่งเศส มีไส้เป็นถั่วแดงและชาเขียวที่บินตรงจากญี่ปุ่น มีเสิร์ฟเฉพาะสาขาไอคอนสยามเท่านั้น ส่วนเมนูอื่นๆ ที่ไม่ใช่ครัวซองต์ก็ขายดีและอร่อยไม่แพ้กัน อาทิ ครอฟเฟิลไก่ทอดกรอบ ที่กรอบแบบไม่ยอมกันทั้งครอฟเฟิลและไก่ทอด เสิร์ฟมาพร้อมซอสสไปซี่มาโยแบบฉ่ำๆ หรือเฟตตูชินีซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิลที่ไม่จบที่ความครีมมี่และหอมทรัฟเฟิล เพราะยังท็อปมาด้วยโฮตาเตะแบบบิ๊กไซส์ที่บินตรงมาจากทะเลญี่ปุ่น อร่อยเด็ดแบบพลาดไม่ได้ และทางร้านยังมีเมนูอาหารไทยอีกกว่า 70 รายการมาให้ลิ้มรสกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกทอดซอสไข่เค็ม, หมูฮ้องภูเก็ต, เขียวหวานแก้มวัว, ไส้อั่วครัวซองต์, ผัดไทกุ้งแม่น้ำ, ปลากะพงทอดซอสสามรส, กะเพราขาหมูเยอรมัน, ต้มยำกุ้งแม่น้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 092-701-2220 หรือ  LINE@ jamesboulangerie

สายปิ้งย่างเลิฟเวอร์ ขอแนะนำ

ร้านปิ้งย่างชื่อดัง Nice Two Meat U ชั้น 5 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Nice to Meat U on Cruise ผ่านโซน Outdoor ที่มีทำเลการปิ้งย่างขนานไปกับริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนได้ความรู้สึกเหมือนได้กินข้าวบนเรือสำราญ นอกจากนี้ที่ไอคอนสยามยังมี Soju Bar ที่ตกแต่งเหมือนคาสิโน สร้างบรรยากาศให้ดูคึกคัก มีชีวิตชีวา ช่วยให้มื้อนี้เป็นปิ้งย่างที่สมบูรณ์แบบทั้งรสชาติและบรรยากาศอย่างถ่องแท้ ส่วนเนื้อสัตว์ก็มีทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัว และพิเศษขึ้นไปอีกเพราะว่าทางร้านจะส่งพนักงานมาย่างเนื้อให้จานต่อจาน ย่างโดยใช้ความร้อน เทคนิค และเวลาที่เหมาะสมกับเนื้อแต่ละชิ้นส่วนเพื่อให้ได้ความนุ่ม อร่อย และชุ่มฉ่ำมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกันนี้ทางร้านยังมีเมนูปูทะเลดองซีอิ๊วเกาหลีที่คัดมาเฉพาะปูทะเลตัวโตๆ เนื้อหวานๆ เอามาดองกับซีอิ๊วที่ทางร้านปรุงรสมาแล้วให้ได้รสชาติพอเหมาะพอดี กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ พร้อมเมนูอาหารเกาหลีอื่นๆ อย่างซุปกิมจิหรือข้าวผัดกิมจิชีสยืดก็เข้ากันได้ดีแบบสุดๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง LINE OA : @nicetwomeatu เท่านั้น

ร้านอาหารจีนรสชาติแบบต้นตำรับ 

ร้าน Hong Bao ชั้น 5 ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งที่ชูจุดเด่นด้วยเมนูอาหารจีนแบบต้นตำรับ ทางร้านมีเมนูติ่มซำที่ขายดีตลอดกาลอย่างก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ ที่นำกุ้งตัวใหญ่ตามฤดูกาลจากทะเลอันดามันมาปรุงรสให้หอมน้ำมันงาไปชุบแป้งทอดแล้วห่อด้วยแป้งก๋วยเตี๋ยวสูตรโฮมเมดที่เหนียวนุ่มเพราะความสดใหม่ เสิร์ฟมาแบบตัดชิ้นพอดีคำ กินคู่กับซอสสูตรพิเศษของทางร้านจะได้ทั้งความนุ่มนอกกรอบใน และหมูกรอบของ Hong Bao ที่แตกต่างจากที่อื่นด้วยเครื่องเทศทั้ง 24 ชนิดที่เป็นสูตรลับของทางร้านและเทคนิคการอบหมูให้สุกช้าๆ จนได้เนื้อสัมผัสที่ทั้งกรอบและยังชุ่มฉ่ำ พร้อมกันนี้ยังมีเต้าหู้ Hakka นึ่ง เมนูที่ชื่ออาจจะฟังดูแปลกไปหน่อยแต่ถ้าได้สั่งมาลองแล้วจะได้พบกับเต้าหู้ที่เนื้อนิ่มราวกับสำลี เสิร์ฟมาร้อนๆ กินคู่กับหมูสับผัดซอสที่ร้านมาบนเต้าหู้ก็อร่อยไม่แพ้เมนูอื่นๆ เลยเช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 065-245-3626 และ 062-598-3688

มาร่วมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศในค่ำคืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ไปกับมื้ออาหารสุดพิเศษท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาสุดตระการตา พร้อมชมพลุรักษ์โลกสุดยิ่งใหญ่ที่  “ไอคอนสยาม”    สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟฟ้าสายสีทอง ลงสถานีเจริญนคร G2 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM

 

เริ่มแล้ว! มหกรรมการแสดงตามท้องถนนระดับนานาชาติ “Siam Street BIG RETURN 2024” ใจกลางสยามสแควร์ 20 – 22 ธันวาคมนี้ ชมฟรีตลอดงาน!

เริ่มแล้ว! เทศกาลความสนุกส่งท้ายปี “Siam Street BIG RETURN 2024” มหกรรมการแสดงตามท้องถนนระดับนานาชาติที่รวมนักแสดงระดับโลกมาไว้ใจกลางสยามสแควร์ 20 – 22 ธันวาคมนี้ ชมฟรีตลอดงาน!

สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ร่วมกับ บริษัท กรุงเทพ เอ็กซิบิชั่น จำกัด (BEX) พร้อมด้วย ภาครัฐและภาคเอกชน จัดพิธีเปิดงาน “Siam Street BIG RETURN 2024” (สยาม สตรีท บิ๊ก รีเทิร์น 2024) จัดขึ้นเป็นปีที่ 8 กับการกลับมาอีกครั้งของมหกรรมการแสดงตามท้องถนนระดับนานาชาติ หวาดเสียวกว่าเดิม ตื่นตาตื่นใจกว่าเดิม ใหญ่มากกว่าเดิม ขนทัพนักแสดงจากทั่วโลก อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี แคนาดา สเปน เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน รวมถึงประเทศไทย มาสร้างความสนุกสุดหวาดเสียว ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ชมกันสดๆ มอบเป็นของขวัญส่งท้ายปี 2567 กับ 8 เวทีการแสดง รวมกว่า 300 โชว์ ระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2567 เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เวลา 12:00 – 22:00 น. พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลจากผู้สนับสนุนมากมาย เต็มพื้นที่สยามสแควร์

โดยพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน รองอธิการบดี ด้านการจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ดร.จรัสพัฒน์ พฤกษารัตนวุฒิ ผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษาบริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราโป๊ยเซียน คุณแทนรัก เชียงทอง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด BINANCE TH by Gulf Binance คุณพนัสลดา ลานนท์ Marketing Manager แกร็บ ประเทศไทย และนักแสดงนานาชาติ Siam Street BIG RETURN 2024 มาร่วมพิธีเปิดงาน นอกจากนี้ยังจัดโชว์ไฮไลท์ Heliosphere (เฮลิโอสเฟียร์) จากประเทศอังกฤษ เป็นการแสดงบัลเล่ต์กลางอากาศ มาพร้อมกับบอลลูนยักษ์ ที่ลอยสูงจากพื้นกว่า 25 เมตร ครั้งแรกในประเทศไทย โดยโชว์นี้เรียกว่าสะกดลมหายใจของคนดูทั้งงาน เพราะทั้งสูง ทั้งหวาดเสียว สวยงาม ตื่นตาตื่นใจ เรียกเสียงปรบมือดังก้องไปทั่วสยามสแควร์

งาน Siam Street BIG RETURN 2024 ยังมีโชว์ไฮไลท์อีกมากมาย อาทิ การแสดง Man in Bubble จากประเทศฝรั่งเศส การแสดงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความตลก ที่จะทำให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจกับกลเม็ดที่น่าทึ่งของฟองสบู่ การแสดง Cronopia จากประเทศอิตาลี การแสดงทักษะของร่างกายที่หลากหลาย การบิดร่างกายที่แปลกประหลาดที่สุด มาพร้อมกับลูกบอลยิม แร็กเกต ท่าทางแอคโครแบติก ที่จะทำให้ทุกคนต้องทึ่ง การแสดง The Great Wolynski Circus and Comedy จากประเทศสเปน โชว์เดี่ยวที่รวมการแสดงตลก และดนตรี 13 เครื่อง! เข้าและออกจากบอลลูนยางที่ใหญ่ที่สุด และการแสดงจากนักแสดงนานาชาติอีกมายมาย กว่า 100 โชว์

โดยจัดพื้นที่สยามสแควร์เป็น 8 เวที

  • Stage1 – Stage 5 เป็นนักแสดงจากต่างประเทศ International Street Performance
  • Stage 6 นักแสดง Bangkok Street Performer กว่า 20 ชีวิต เวทีพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนความสามารถของคนไทย ให้พัฒนาไปสู่ระดับนานาชาติ
  • Stage 7 การแข่งขันบาสเกตบอล 3×3
  • Stage 8 STREET MUSIC พบกับศิลปินขวัญใจชาวสยามสแควร์ กว่า 11 วง ตลอดทั้ง 3 วัน

นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรม ที่นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย หรือแบบครอบครัว สามารถร่วมสนุกได้ตลอดทั้งวัน อาทิ

  • โซน GIANT GACHAPON จากผลิตภัณฑ์โป๊ยเซียน ที่เตรียมของรางวัลลิมิเต็ด มาแจกตลอดงานทั้ง 3 วัน มูลค่ากว่า 300,000 บาท
  • โซน Air X Dome Landmark จากผลิตภัณฑ์แอร์เอ็กซ์ ให้ทุกคนได้ถ่ายภาพเก๋ๆ เป็นความทรงจำร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวที่มาเที่ยวงาน พร้อมกิจกรรมหมุนวงล้อแจกรางวัลและผลิตภัณฑ์ทั้งแอร์เอ็กซ์และวันเกิร์ดตลอดงานทั้ง 3 วัน ที่บูธกิจกรรม
  • โซน Giant Tower Christmas Trees จาก BINANCE TH by Gulf Binance ที่เนรมิตต้นคริสต์มาสยักษ์บนถนนสยามสแควร์ให้ทุกคนได้ถ่ายภาพติดแกรมแบบชาวสยาม
  • กิจกรรม Photo Booth Grab จาก แกร็บ ประเทศไทย สนุกกับการถ่ายภาพและรับรูปเป็นที่ระลึกกลับบ้านได้ทันที พร้อมรับส่วนลดค่าเดินทางสุดคุ้มกับโค้ด SIAMSTREET ลดสูงสุด 100 บาท หรือส่วนลด GrabFood ลดสูงสุด 80 บาท ตั้งแต่วันที่ 20-31 ธันวาคม 2567 (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
  • การประกวด COSPLAY ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 10,000 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงออกถึงตัวตนและความสามารถ
  • กิจกรรม RANDOM DANCE และ COVER DANCE ให้เยาวชนที่มีความตั้งใจรักในการเต้นได้แสดงความสามารถ
  • กิจกรรม FASHION SHOW จาก Step 1 Model นำโดย ไข่มุก-ศรณ์ศรฏฐ์ วิทยาเรืองสุข Runner-up Miss Universe Thailand 2016 & Runner-up Miss Thailand 2022 ที่สร้างสรรค์โชว์และสร้างนางแบบหน้าใหม่ประดับรันเวย์มาแล้วมากมาย
  • โซน Play Ground ที่เนรมิตสยามสแควร์ให้เต็มไปด้วยศิลปะ แต่งแต้มสยามสแควร์ให้เต็มไปด้วยสีสันแบบไร้ขีดจำกัด เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ร่วมเล่นสนุกกับเกม ตึกถล่มยักษ์ และ บันไดสวรรค์
  • โซน STREET FOOD อิ่มอร่อยที่สยามสแควร์ ซอย 3 และ ซอย 5
  • ชมความสวยงามของ PARADES FANTASY สีสันแห่งความสุข ตลอด 3 วัน เวลา 20:30 น.

ห้ามพลาด! สนุก สุดฟิน เต็มอิ่มทั่วทั้งสยามสแควร์ เฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปี กับงาน “Siam Street BIG RETURN 2024” ตั้งแต่ 20 – 22 ธันวาคม 2567 เวลา 12:00 – 22:00 น. ชมฟรี!! ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Siam Street

 

Universal Studio Japan (USJ) เต็มวัน: ตะลุยโลก Super Nintendo และ Harry Potter อย่างจุใจ!

Universal Studio Japan (USJ) เต็มวัน: ตะลุยโลก Super Nintendo และ Harry Potter อย่างจุใจ!

วันนี้ขอพาทุกคนไปตะลุย Universal Studio Japan (USJ) กันแบบเต็มวัน! การมาครั้งนี้จุดหมายหลักของผมคือสองโซนสุดฟิน นั่นก็คือ Super Nintendo World™ และ The Wizarding World of Harry Potter™ เตรียมตัวให้พร้อมกับความสนุกสนานและความตื่นเต้นที่รออยู่ข้างหน้า!

Super Nintendo World™: โลกแห่งเกมส์ที่กลายเป็นจริง!

เริ่มต้นวันด้วยการเข้าสู่โลกแห่ง Super Nintendo World™ ที่นี่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเกมส์จริงๆ! เราเริ่มที่การเล่น Mario Kart: Koopa’s Challenge เครื่องเล่นสุดมันส์ที่ใช้เทคโนโลยี AR ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังขับรถโกคาร์ทแข่งกับเหล่าตัวละครจากมาริโอ ความตื่นเต้นเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการโค้ง การแซง หรือการใช้ไอเทมต่างๆ ทำให้รู้สึกสนุกสุดๆ!

หลังจากนั้น ผมก็ได้ไปลองเล่นเครื่องเล่นอื่นๆ เช่น Yoshi’s Adventure เครื่องเล่นที่ได้นั่งหลังโยชิ สนุกสนานเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว และยังได้เดินสำรวจพื้นที่ต่างๆ ทั้งตื่นเต้นและความน่ารัก

The Wizarding World of Harry Potter™: เวทมนตร์ที่ชวนฝัน!

จากโลกแห่งเกมส์ เราเดินทางเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์ ที่ The Wizarding World of Harry Potter™ ความตื่นตาตื่นใจเริ่มต้นตั้งแต่เดินเข้ามาใน Hogsmeade หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ ถ่ายรูปคู่กับฮอกวอตส์ (Hogwarts)  เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังเลย! และแน่นอน เราไม่พลาดที่จะลองเครื่องดื่ม Butterbeer รสชาติหวานมัน หอมกลิ่นเนย เป็นเครื่องดื่มที่ต้องลองเมื่อมาที่นี่

ไฮไลท์สำคัญคือ Harry Potter and the Forbidden Journey™ เครื่องเล่นสุดมันส์ที่ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังบินไปกับแฮร์รี่และเพื่อนๆ ความตื่นเต้น ความตื่นเต้น และความสวยงามของฉากต่างๆ ทำให้ประทับใจมาก!

สรุป:
USJ เต็มวันของผมสามารถเต็มอิ่มไปกับทั้ง 2โซน แบบเน้นๆ แต่ถ้าเพื่อนๆอยากเล่นให้ครบทุกโซนอาจจะต้องวางแผนให้ดี เพราะแต่ละเครื่องเล่นต้องใช้เวลาต่อคิวนานพอสมควร

Arashiyama ในฤดูใบไม้แดง ความงดงามเหนือคำบรรยาย เที่ยวง่ายๆ ใกล้เกียวโต

Arashiyama ในฤดูใบไม้แดง ความงดงามเหนือคำบรรยาย ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย

ทุกครั้งที่ผมมาเยือนเกียวโต ต้องแวะไปเมือง Arashiyama ทุกครั้งไป ซึ่งครั้งนี้ ผมได้สัมผัสกับความงดงามของฤดูใบไม้ร่วงอย่างเต็มที่ แม้ว่าฟ้าจะไม่เป็นใจ เพราะผมมาเยือนในวันที่ฝนโปรยปราย แต่ความงดงามของสีสันใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนสี ผสานกับความเขียวชอุ่มของป่าไผ่ กลับสร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและน่าหลงใหลอย่างเหลือเชื่อ

 

เริ่มต้นทริปด้วยการเติมคาเฟอีน โดยแวะดื่มกาแฟที่ร้าน % Arabica ร้านกาแฟที่มีชื่อเสียง กาแฟหอมกรุ่น รสชาติเข้มข้น ดื่มคู่กับวิว Arashiyama ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและฟนสุดๆ

ต่อด้วยการไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่วัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji) วัดเซนที่มีชื่อเสียง ภายในวัดรายล้อมด้วยต้นไม้สีแดงสด แม้ฝนจะตกปรอยๆ แต่ความชุ่มชื้นทำให้สีสันของใบไม้ดูสดใสยิ่งขึ้น ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องลอดผ่านเมฆหมอก สร้างเงาที่สวยงาม เหมือนภาพวาด

เดินออกมาด้านหลังวัดตะเจอกับป่าไผ่แห่ง Arashiyama ที่โด่งดัง คือป่าไผ่ซางาโน (Sagano Bamboo Forest) ป่าไผ่ที่สูงใหญ่ แผ่กิ่งก้านสาขา ปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ การเดินท่ามกลางป่าไผ่ในวันที่ฝนตก เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เสียงฝนกระทบใบไผ่ สร้างเสียงที่ไพเราะ กลายเป็นเสียงดนตรีธรรมชาติที่แสนไพเราะ แสงแดดที่ส่องลอดผ่านกอไผ่และเมฆหมอก สร้างลวดลายที่สวยงาม เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แม้จะเปียกฝนบ้าง แต่ก็คุ้มค่า

จากนั้น ผมเดินไปยังสะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) สะพานไม้ที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำ เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นภูเขาและแม่น้ำที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้สีแดง เหลือง และส้ม แม้จะเปียกฝนเล็กน้อย แต่ความงดงามของวิวก็ไม่ลดลง นักท่องเที่ยวบางส่วนยังคงมาเยือนที่นี่ ต่างพากันเก็บภาพความประทับใจ

สำหรับมื้อกลางวัน ผมเลือกทานที่ร้าน Seisyuan 清修庵 ร้านอาหารที่มีวิวสุดอลังการ สามารถมองเห็นวิวิว Arashiyama และ สะพานโทเก็ตสึเคียวได้อย่างเต็มตา ทำให้มื้ออาหารอร่อยขึ้นไปอีก บรรยากาศดีมาก อาหารก็อร่อย เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้เลยก็ว่าได้

ผมเดินต่อไปยังจุดชมวิวมุมสูง Arashiyama Park Observation Deck ที่สามารถมองเห็นวิว Arashiyama ได้อย่างเต็มตา ใบไม้เปลี่ยนสีเต็มพื้นที่ สร้างวิวทิวทัศน์ที่งดงามราวกับภาพวาด คุ้มค่ากับการเดินขึ้นมา ที่จุดชมวิวนี้มีนักท่องเที่ยวไม่เยอะ อาจจะเป็นเพราะอยู่นอกเหนือแผนการเที่ยวของกรุ๊ปทัวร์

ฝนยังคงตกหนักขึ้นเรื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมเลยตัดสินใจ เข้าไปหลบฝนในคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น ที่บังเอิญเจอแถวๆเชิงสะพานสะพานโทเก็ตสึเคียว กับร้าน Chavaty โดยผมเลือกดื่มชาเขียวรสชาติละมุน กลิ่นหอม ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ คู่กับ Financier อร่อยมากๆ

ทริป Arashiyamaในช่วงใบไม้แดงครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ความงดงามของธรรมชาติ ทั้งสีสันใบไม้และความเขียวขจีของป่าไผ่ ความสวยของวัด และรสชาติของกาแฟและชา ล้วนแล้วแต่สร้างความประทับใจ แม้ฝนจะตก แต่ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับทริปนี้ รวมถึงมื้ออาหารกลางวันที่ Seisyuan ที่ทำให้ทริปนี้สมบูรณ์แบบ แนะนำหากใครมาเที่ยวเกียวโตอยากให้ทุกคนมาเยือน Arashiyama แม้ไม่ได้อยู่ในช่วงใบไม้แดง ก็สวยแตกต่างกัน โดยเฉพาะช่วงซากุระบาน สวยจับใจมากๆ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ