พาเที่ยวชม 2 มหาวิยาลัยดังอเมริกาที่ ทิม-พิธา เป็นศิษย์เก่า ทั้ง Harvard University และ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)

พาเที่ยวชม 2 มหาวิยาลัยดังอเมริกาที่ ทิม-พิธา เป็นศิษย์เก่า ทั้ง Harvard University และ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)

หลังจากมีประเด็นการจบการศึกษามหาวิทยาลัยของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของไทย กับการจบการศึกษาที่ Harvard Kennedy School โดย คุณทิม นั้นจบที่ Harvard University และ MIT ทั้งสองมหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ในแมสซาชูเซตส์ ใกล้กับ บอสตัน ทั้ง 2 สถาบันจะสวยน่าเรียน น่าเที่ยว ขนาดไหน? ผมจะเที่ยวชมในมหาวิทยาลัย ทั้งที่ Harvard University และ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) กันครับ ตามมาเล้ย!

มหาวิทยาลัย ฮาวาร์ด
Harvard University, Massachusetts
มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา อายุมากกว่า 380 ปี พูดให้เห็นภาพง่ายๆคือในปีที่ก่อตั้ง Harvard พ.ศ. 2179 ประเทศไทยอยู่ในรัชสมัยของพระเจ้าปราสาททอง สมัยอยุธยา!!! โดยตั้งชื่อตามผู้อุปถัมภ์เงินสร้าง คือ John Harvard สถาบันนี้ผลิตคนเก่งอย่าง Mark Zuckerberg, JFK, Obama, Bill Gate, Roosevelt ฯลฯ ส่วนศิษย์เก่าคนไทย อาทิ ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, หนูดี วนิษา เรซ , ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ, ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, ณัฐ ศักดาทร เป็นต้น

เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัย ฮาวาร์ด สิ่งที่ห้ามพลาด ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ และความเชื่อ คือการไปยืนลูบเท้าซ้ายรูปปั้น Johh Harvard แล้วจะโชคดี ซึ่งผมก็ไม่พลาดแน่นอนครับ ที่นี่มีตัวอาคารสถาปัตยกรรม สวยงามมาก สามารถถ่ายรูปได้หลายมุมเลยทีเดียว ในส่วนของ Harvard Yard ก็ร่มรื่น มีกลุ่มนักศึกษามานั่งล้อมวงจับกลุ่มพูดคุยกันในวันที่อากาศดีๆ เยอะมากๆ

Harvard University
📍https://maps.app.goo.gl/nZjdfmrPidXbTpqH7
3 Oxford St, Cambridge, MA 02138, United States

สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ 
Massachusetts Institute of Technology (MIT) 
เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียง และได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลกจาก QS World University Rankings เด่นเรื่อ งานวิจัย และการศึกษาในสาขาเคมี ฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์สาขาต่างๆ และสาขาที่โดดเด่นรองลงมาเป็นสาขาชีววิทยา เศรษฐศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และการจัดการ ซึ่งสถาบัน MIT นี้มีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น Kofi Annan , Buzz Aldrin, I.M. Pei , Ben Bernanke ส่วนศิษย์เก่าชาวไทย อาทิ ซึ่งแน่นอนมี ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ดร.เอ้ – สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ , ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นต้น

อาคาร สถาปัตยกรรมต่างๆ ใน MIT จะต่างกับที่ Harvard ที่นี่จะออกแนวทันสมัยกว่า มีงานปฏิมากรรม งานศิลปะ ตั้งอยู่ทั่วบริเวณสถาบัน ที่สำคัญ MIT ตั้งอยู่ติดแม่น้ำ Charles River ทำให้บริเวณมหาวิทยาลัยสวยงามมาก ถ้าใครได้มาเรียนที่ MIT คงจะแฮปปี้สุดๆ

Massachusetts Institute of Technology
📍https://maps.app.goo.gl/bSFZ2apRe9np7oMt9
77 Massachusetts Ave, Cambridge, MA 02139, United States

เที่ยว Boston / New York / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day2 ]

ทริปวันที่ 2 วันแห่งความประทับใจ เติมความเข้าใจประวัติศาสตร์อเมริกา Freedom Trail  แถมเยี่ยมชม 2 มหาวิทยาลัยดังระดับโลกอย่าง Harvard University (มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด) และ MIT (Massachusetts Institute of Technology) ได้ตามรำลึกถึง ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ จตุรัสภูมิพล ใน Boston แล้วปิดท้ายด้วยการชอปปิ้งที่ Woodbury Common Premium Outlets

วันนี้พวกเราตื่นตั้งแต่ตี 4 ด้วยความตื่นเต้น เพราะต้องนั่งรถไปเมืองบอสตัน เมืองที่มีสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรัก และรำลึกถึง ในหลวง รัชกาลที่ 9 รวมทั้ง บอสตันเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่เกี่ยวกับการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา และที่สำคัญ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยดังระดับโลกอีกด้วย เมืองบอสตันจึงเป็นเมืองที่ปักหมุดต้องมาให้ได้ในทริปนี้ของผม!!

คลิกอ่าน เที่ยว Washington D.C. / New York / Boston ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day4 ]
คลิกอ่าน เที่ยว Boston / New York / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day2 ]
คลิกอ่าน เที่ยว New York / Boston / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day1 ]

ผมเดินทางโดยรถยนต์ ที่มี น้องเอ๋ คนไทยที่มีสัญชาติอเมริกัน แถมยังเป็นทหารอยู่ที่นี่ด้วย ใจดีพาพวกเราไปสู่ดินแดนประวัติศาสตร์กัน เดินทางจาก นิวยอร์ก ไป บอสตัน โดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงนิดๆ รวมเวลาพักระหว่างทางแล้ว เราไปถึงกันเช้ามากซึ่งร้านอาหารในเมืองบอสตันยังไม่ทันเปิด แต่โชคดีมีภัตตาคารอาหารจีน ที่ใหญ่โตโอ่อ่าเปิดแล้ว ไม่แน่ใจว่าที่นี่คือโรงงิ้วเก่าหรือเปล่านะครับ อาหารที่นี่เป็นพวกติ่มซำ ก็จะมีพนักงานเข็นรถเข็นที่บรรจุเข่งติ่มซำหลากหลายเมนูให้เลือกหยิบมาทานกัน รสชาติก็อร่อยดีถูกปากเลยทีเดียว หลังจากอิ่มหนำแล้ว ก็ได้เวลาออกสำรวจเมืองบอสตันอย่างเป็นทางการ

การเที่ยวบอสตันนั้น แนะนำว่าให้เริ่มต้นสำรวจเมืองที่ บอสตันคอมมอน Boston Common & Public Garden ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกในอเมริกา ที่นี่เหมาะสำหรับเริ่มต้นเส้นทางการศึกษาประวัติศาสตร์ Freedom Trail ซึ้งเราสามารถขอแผนที่ได้จากจุดให้ข้อมูลที่สวนนี้

หลังจากถ่ายรูป เช็คอินแล้ว ผมก็เริ่มต้นสำรวจ Freedom Trail เป็นเส้นทางแห่งอิสรภาพเดินชมอาคารสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์อันนำไปสู่การก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา

ฟรีดอมเทรล หรือ Freedom Trail ในเมือง บอสตัน นั้น ได้ถูกจัดการให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆนั้น เดินเที่ยวชม และศึกษาประวัติศาตร์การสร้างชาติ การปฏิวัติ การเกิดขึ้นของวีรบุรุษที่เราคุ้นชื่อ อย่างง่าย และได้ความรู้อย่างแน่นเอี๊ยดเลยทีเดียว

การเดินชมเส้นทาง Freedom Trial นั้น เมืองบอสตันได้วางอิฐบล็อคบนถนนเป็นเส้นยาวผ่านอาคารบ้านเรือนและสถานที่สำคัญๆตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดสุดท้ายดังนั้นผมรับรองว่าถ้าเดินตามเส้นที่ขีดไว้นี้ไม่มีทางหลงแน่นอน

โดยจุดเริ่มจะอยู่ในส่วนย่านดาวน์ทาวน์กลางเมือง ที่ Boston Common และไปสิ้นสุดที่ Bunker Hill Monument รวมสถานที่ประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น 16 แห่ง

    1. Boston Common
    2. Massachusetts State House
    3. Park Street Church
    4. Granary Burying Ground
    5. King’s Chapel and Burying Ground
    6. Benjamin Franklin statue and former site of Boston Latin School
    7. Old Corner Bookstore
    8. Old South Meeting House
    9. Old State House
    10. Site of the Boston Massacre
    11. Faneuil Hall
    12. Paul Revere House
    13. Old North Church
    14. Copp’s Hill Burying Ground
    15. USS Constitution
    16. Bunker Hill Monument

คลิกอ่าน  ตามรอยเส้นทางสู่อิสรภาพของอเมริกากับ Freedom Trail ใน Boston 

หลังจากพลพรรคร่วมสำรวจ Freedom trail เริ่มหมดแรงกันแล้วแถวๆ Faneuil Hall Marketplace ก็เลยหาอะไรทานกันง่ายๆ ใน Quincy Market พอหายเหนื่อยก็ได้เวลาไปจุดที่น่าสนใจต่อไปใน บอสตัน นั่นก็คือ มหาวิทยาลัยในฝันของผมเอง!! ได้แก่ Harvard University – มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ MIT – ย่อมาจาก Massachusetts Institute of Technology นั่นเอง ซึ่งทั้ง 2 แห่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ และมีชื่อเสียงระดับโลก ถึงแม้ผมจะไม่สามารถเข้าไปเรียนได้แบบในฝัน มาบอสตันคราวนี้ก็ขอเข้าไปสัมผัสความเป็นนักศึกษาของ 2 ที่นี้สักครั้งก็คงแฮปปี้แล้วล่ะครับ

ผมมาถึงที่แรกคือ MIT –  Massachusetts Institute of Technology หรือ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงเรื่องการศึกษาในสาขาเคมี ฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์สาขาต่างๆ ผมเป็นคนไอที ที่นี่คือมหาวิทยาลัยในใจที่หนึ่งแน่นอน พวกเราเข้ามาจอดรถที่หน้าอาคาร Maclaurin Buildings ซึ่งอาคารเป็นรูปตัว U รูปแบบสถาปัตยกรรม นีโอคลาสสิค ที่มีโดมขนาดใหญ่เหนืออาคาร ที่นี่เราได้เจอกับเจ้าหน้าที่ในสถาบันพาเราเดินชมห้องเรียน และแนะนำสถานที่ต่างๆ ผมมาสะดุดตากับปฏิมากรรม Alchemist ที่ประกอบด้วยตัวอักษรกลายเป็นรูปของคนนั่งกอดเข่าแนบอก สีขาวสะอาดตา ตั้งอยู่หน้าอาคาร Stratton Student Center หลังจากนั้นผมก็พยายามเดินหาอาคารทรงแปลก Ray and Maria Stata Center แต่หาไม่เจอสักทีเลยตัดใจไปที่อื่นต่อ เพราะเวลาใกล้เย็นเต็มที

ที่ต่อไปในบอสตันที่เราจะไปเที่ยวชมอีกแห่งก็ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยเหมือนกัน นั่นคือ Harvard University – มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ขับรถจาก MIT ไม่นาน พวกเราก็มาถึงหน้ามหาวิทยาลัย สังเกตุรอบๆบริเวณของ Harvard นั้นรูปแบบศิลปะอาคารจะต่างจากที่ MIT เลยก็ว่าได้

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยอันเก่าแก่ที่สุดของอเมริกา ก่อตั้งเมื่อปี ค.. 1636 และยังคงมีชื่อเสียงอยู่จนถึงทุกวันนี้ มีศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลโนเบลรวมกัน 75 รางวัล มีศิษย์เก่าที่เป็นประธานาธิบดี 8 คน (เช่น จอห์น เอฟ. เคนเนดี และบารัก โอบามา เป็นต้น

หลังจากเดินเข้ารั้วมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ตัวอาคารส่วนใหญ่เป็นอิฐสีแดง และดูเรียบง่าย แต่สวยงามมากๆในสายตาของผม ซึ่งเดินเข้ามาสักพักเราจะได้เจอกับ Harvard Yard ที่ร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่เต็มไปหมด และมีนักศึกษาจับกลุ่มนั่งทำกิจกรรมอยู่ด้วย ดูแล้วมีชีวิตชีวามากๆ เมื่อหันหน้าเข้า Harvard Yard ขวามือจะเป็น Massachusetts Hall ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในฮาร์วาร์ด และเป็นอันดับสองในอเมริกา ส่วนซ้ายมือจะเป็น Harvard Hall ซึ่งเดิมเป็นห้องสมุด ปัจจุบันใช้เป็นห้องเรียน ตรงกลางมีรูปปั้นของ John Harvard รูปปั้นนี้ได้ชื่อว่าเป็น “The Statue of three lies” เนื่องจากรวมความไม่จริงเกี่ยวกับรูปปั้น John Harvard หรือที่เรียกกันว่า The 3 Lies of Harvard ได้แก่

  1. รูปปั้นนั้นไม่ใช่ John Harvard แต่เป็น Sherman Hoar
  2. John Harvard ไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดถูกก่อตั้งโดยการลงคะแนนเสียงจาก the Great and General Court of the Massachusetts Bay Colony
  3. มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดไม่ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1638 ตามที่เห็นบนรูปปั้น แต่ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1636

ผมเดินมาถึงรูปปั้น John Harvard ในช่วงที่ไม่มีคิวจึงได้ถ่ายรูปแบบไม่ต้องรอ และ ถ่ายแบบไม่เร่งรีบ โชคดีจริงๆครับ ผมไม่พลาดที่จะถูๆ และ จับเท้าซ้ายของรูปปั้น ที่ถ้าสังเกตจะเห็นว่าปลายรองเท้านั้นเป็นสีทองอร่าม เพราะความเชื่อที่ว่า ถ้าถูแล้ว จะทำให้สามารถสอบเข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ดได้ หรือถ้าเป็นนักเรียนที่นั่นแล้ว ก็จะสอบได้คะแนนดี ทุกคนที่มาที่นี่เลยแตะเพื่อถ่ายรูปกันทุกคนรวมทั้งผมด้วย ^_^

เดินถ่ายรูปชมตึก ชมนกชมไม้ ชมนักศึกษาจนเพลินแล้ว พวกเราใช้เวลาอักสักพักก่อนอำลามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไปเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกของมหาวิทยาลัย มีสินค้าเยอะมาก น่าซื้อทุกอย่างเลย ยกตัวอย่างเสื้อยืดที่สกรีนชื่อมหาวิทยาลัยมีหลายแบรนด์ให้เลือก ผมเลยตัดสินใจเลือกแบรนด์ Champion เพราะเนื้อผ้าดี สกรีนสวย แถมแบรนด์แชมเปี้ยนยังเป็นที่นิยมในบ้านเราด้วย สรุปแล้ว ผมได้ เสื้อมา 3 ตัว พร้อมธงสามเหลี่ยมที่แสดงความเป็นน้อง Freshy ปี 1 (เพราะมันคือความใฝาฝันอ่าเนอะ อิอิ) เสร็จแล้วเราจะไปสถานที่สุดท้ายที่สำคัญที่สุดในทริปวันนี้ก็ว่าได้นั่นคือ  King Bhumibol Adulyadej of Thailand Square ซึ่งเดินไม่ไกลจาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

King Bhumibol Adulyadej of Thailand Square หรือจตุรัสภูมิพล”  ตั้งอยู่บริเวณถนน Iliot ตัดกับถนน Bernett หน้าโรงแรมชาร์ลส์ใกล้กับ Harvard Square ที่นี่มีแท่นจารึกที่ระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวที่ประสูติที่เมืองบอสตัน ณ โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เดิมมีชื่อว่า โรงพยาบาลเคมบริดจ์ (Cambridge Hospital) และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ใช้สำหรับแพทย์ฝึกหัดจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดซึ่งเคยเป็นสถานที่ที่ พระบรมราชนก ทรงเคยศึกษาแพทย์ศาสตร์

หลังจากน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 แล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องร่ำลาเมืองบอสตันแห่งนี้แล้ว ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งมาก ซึ่งผมมีเวลาจำกัดในการเที่ยวบอสตันใน 1 วัน เท่านั้น จึงเลือกเที่ยวในสถานที่ในฝันก่อน แล้วถ้ามีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนอีกครั้งคงจะได้เที่ยวจัดเต็มที่บอสตันแน่นอน

ก่อนกลับเข้า นิวยอร์ก พวกเราตัดสินใจแวะ เอาต์เล็ทขนาดใหญ่ ระหว่างทาง นั่นคือ Woodbury Common Premium Outlets แหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนมราคาถูกมากอย่างไม่น่าเชื่อ!! มีแบรนด์เยอะมากที่ใช้เวลาทั้งวันก็เดินไม่ครบ ที่นี่รวมสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก อาทิเช่น Tory Burch, Nike, Adidas, Celine, Bottega Veneta , Polo Ralph Lauren, Michael Kors, Burberry, Coach, The North Face, Kate spade, Longchamp, Prada, Calvin Klein, Tommy Hilfiger และอีกมากมาย ที่นำมาลดราคาสูงสุดกว่า 70% เป็นการเดินช้อปที่เพลินมาก ท่ามกลางอากาศติดลบ จนลืมถ่ายรูปสถานที่ และนี่คือ 2 รูปที่ได้ถ่ายคือรูปเซลฟี่นั่นเอง55+

การเดินทางของผมคือนั่งรถยนต์ส่วนตัวกลับจากบอสตันเข้านิวยอร์ก ซึ่งก็ง่ายๆ แต่ถ้าใครไม่มีรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถนั่งรถบัสจากสถานี 42 St – Port Authority Bus Terminal ได้ง่ายๆเช่นกัน เพราะการันตีจากที่พี่รุ้งสามารถเดินทางคนเดียวมาช้อปปิ้งแบบชิลล์ๆได้แบบไม่หลง 555+ โดยฝากเจ้าของบ้านที่เราไปพักซื้อตั๋วผ่านเว็บไซต์ Groupon ราคาประมาณ 25-30 ดอลลาร์ (ไปกลับ) นำเวาเชอร์ไปขึ้นตั๋วที่เคาน์เตอร์ แล้วก็ไปขึ้นรถตามชานชาลาที่แจ้งไว้ได้เลย ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงกว่าๆ เองก็สามารถละลายเงินดอลล่าร์ให้หมดกระเป๋าได้พริบตา

ทั้งหมดนี้คือการเที่ยว อเมริกา วันที่ 2 ในทริป ที่เมืองบอสตัน ถือว่าประทับใจมากๆ ต้องขอบคุณน้องเอ๋ ทหารอเมริกันชาวไทยใจดีสุดๆ ที่ขับรถพาพวกเราไปเที่ยวถึงบอสตัน

รอติดตามอ่าน เที่ยว New York / Boston / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day3 ] เร็วนี้นะครับ ^_^

เที่ยว New York / Boston / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day1 ]

ในชีวิตของผมตั้งแต่เกิดจนโตขึ้นประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในประเทศที่รู้สึกคุ้นเคย เพราะภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแทบจะทุกเรื่องใช้ นิวยอร์ก เป็นเมืองที่ดำเนินเรื่อง และผมเองนั้นก็เป็นคนรักการดูหนังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรียกได้ว่า ตั้งแต่จำความได้ก็เข้าโรงภาพยนตร์ดูหนังสัปดาห์ละ 2 เรื่องเป็นอย่างต่ำ ทำให้ภาพ สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะบ้านเมือง นิวยอร์ก (New York : NYC) นั้น มาแล่นอยู่ในหัวโดยไม่รู้ตัว จนทำให้เมืองนี้คือเมืองในฝันที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง

คลิกอ่าน เที่ยว Washington D.C. / New York / Boston ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day4 ]
คลิกอ่าน เที่ยว Boston / New York / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day2 ]
คลิกอ่าน เที่ยว New York / Boston / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day1 ]

เมื่อสบโอกาสได้เจอตั๋วไปนิวยอร์กในราคาที่ถูกเวอร์ ถูกจนต้องตัดสินใจซื้อแบบไม่ลังเล ทำให้ทริปนิวยอร์ก และ เมืองรอบๆจึงเกิดขึ้น แบบทันทีทันใด โดยที่ตอนนั้นยังไม่มีวีซ่าเลย

หลังจากตัดสินใจซื้อตั๋ว จึงได้เริ่มวางแผนการเที่ยว และเตรียมตัวไปขอวีซ่าอเมริกา ซึ่งตอนแรกก็หวั่นๆว่าจะขอผ่านไหม แต่เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมแล้วจึงกรอกข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ไปจ่ายเงินค่าวีซ่าที่ธนาคาร แล้วจึงนัดหมายเข้าไปสัมภาษณ์ที่สถานฑูตสหรัฐอเมริกา วันที่ไปสัมภาษณ์ก็ตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ก็เตรียมเอกสารที่คาดว่าเจ้าหน้าที่จะขอดูไปจนครบถ้วน แต่เมื่อถึงเวลาสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ชาวอเมริกัน ก็ถามเพียงไม่กี่คำถามเท่านั้น เช่น ไปเที่ยวเหรอ เมืองไหนบ้าง ไปกับใคร ตอนนี้ทำอาชีพอะไร แค่นั้น!!! แค่นั้นจริงๆครับ หลังสัมภาษณ์จบเขาก็เก็บพาสปอร์ตไป เป็นอันเข้าใจว่าวีซ่าผ่านแล้วชัวร์ แต่จะได้นานเท่าไหร่ก็มาลุ้นกันวันที่ได้พาสปอร์ตคืน ผลคือได้มา 10 ปี ดีใจสุดๆไปเลยครับ ^^

ตัดภาพมาวันเดินทางเลยนะครับ ตั๋วเครื่องบินที่ผมซื้อมาเป็นตั๋วโปรราคาน่าคบ ของ Qatar Airways ดังนั้น จึงบินอ้อมนิดหน่อย โดยต้องไปขึ้นเครื่องที่นครโฮจิมินห์ แล้วบินไปเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา การ์ต้า แล้วจึงค่อยบินยาวๆไป นิวยอร์ก แต่เวลานั้นดีมากๆ ไปถึงเช้า แล้วก็เที่ยวได้เลย

วันแรกที่บินไปถึงสนามบิน JFK New York ผมให้คนไทยที่พี่รุ้ง พี่ที่ไปด้วยรู้จัก มารับที่สนามบิน ที่พักของเราอยู่ในย่านที่คนไทย และ คนเม็กซิโก พักอาศัย ในฝั่งควีนส์ ซึ่งไม่ไกลจากสนามบินมากนัก นั่งแป๊บเดียวก็มาถึง เมื่อเอากระเป๋าเข้าที่พักเรียบร้อย ก็ถึงเวลาตะลุยนิวยอร์ก เมืองในฝันกันแล้ว

วันแรก จะไปชมสถานี Grand Central Terminal และ แถวๆนั้น แบบเบาๆ ก่อน ซึ่งสถานีรถไฟที่ใช้เดินทาง อยู่ปากซอยของที่พัก เดินไม่ไกล และสามารถทะลุถึงย่าน CBD ของ New York ได้เลย โดยผมได้ซื้อตั๋ว MTA Metro Card 7วัน ($32 + ค่าบัตร $1) เพราะถ้าหลงก็จะได้ไม่เสียดายเงิน แถมยังสะดวกดี เริ่มต้นจากสถานี 82 Street Station ในฝั่ง Queens นั่งสาย 7 ต่อเดียวข้ามมาฝั่ง Manhattan ไปลงสถานี Grand Central Terminal ใช้เวลาประมาณ 23 นาที

Grand Central Terminal เป็นสถานีรถไฟที่มักจะเจอในฉากของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายเรื่องจนชินตา และเป็นฉากในซีรีส์ยอดฮิตอย่าง Gossip Girl อีกด้วย เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีถึง 44 ชานชาลา และ 67 เส้นทาง ขนส่งผู้โดยสารหลายแสนคนต่อวัน ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือสถาปัตยกรรมแบบโบซาร์ที่สวยงามวิจิตรตระการตามากๆ พื้นในสถานีปูด้วยหินอ่อนและบนเพดานก็วาดลวดลายหมู่ดาวนักษัตร จุดเด่นอีกอย่างของสถานีก็คือนาฬิกาสี่ด้านที่หน้าปัดทำจากโอปอล มูลค่ามากกว่า 10 ล้านเหรียญดอลล่าร์ และที่นี่ยังมี Apple Store ที่สาวกแอปเปิ้ลต้องไม่พลาดมาเช็กอินเด็ดขาด มาถึงที่นี่ก็เริ่มหิวแล้ว เลยไปฝากท้องไว้กับร้าน Shake Shack ซึ่งตั้งอยู่โซน Lower Level Dining Concourse ถ่ายรูปเช็คอิน แล้วก็ทานจนอิ่มก็ได้เวลาไปจุดหมายต่อไป

สถานที่ถัดไปขอบอกว่าสวยมากๆ นั่นคือ The New York Public Library ตั้งอยู่บนถนน 5 th Avenue เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบกรีกโรมัน ที่เรียกว่า Beaux Arts (โบซาร์ ) มาใช้ในการออกแบบออกแบบ จากถนน 5th Avenue เมื่อเดินมาถึงด้านหน้า ผมไม่พลาดที่จะถ่ายรูปกับรูปสลักสิงโต ที่มีตัวอาคาร The New York Public Library เป็นฉากหลัง หลังจากนั้นจึงเข้ามาในอาคารจะเจอกับ Astro Hall โถงต้อนรับขนาดใหญ่ สูง โปร่ง กรุผิวด้วยหินอ่อนสีขาว มีลวดลายสวยงามมากๆ เมื่อเข้ามาก็จะเจอกับห้องต่างๆที่มีประชาชนนั่งอ่านหนังสือกันอยู่ นักท่องเที่ยวอย่างเราก็ต้องเดินชมแบบเงียบที่สุด ในแต่ละห้องนอกจากจะใช้เฟอร์นิจอร์ไม้สุดคลาสสิคแล้ว ยังประดับลวดลายแกะสลักละเอียดละออ มี Chandelier และโคมไฟตั้งโต๊ะ เพิ่มความหรูหราน่านั่งเข้าไปอีก เดินมาถึงชั้น3 จะเจอกับ Rose Main Reading Room ห้องนี้เป็นห้องอ่านหนังสือที่ใหญ่และโอ่โถงที่สุด

เราจะไปเดินชม 2 ประเทศในไม่กี่ชั่วโมง นั่นคือย่านอาศัยของคนจีน อย่าง China Town และ ย่านชาวอิตาเลียน ที่ Little Italy 2 ย่านนี้อยู่ชิดติดกัน สำหรับย่าน China Town เมื่อมาถึงจะต้องสะดุดตากับ อาคารตรงหัวมุมถนนที่ประดับลายจีนบ่งบอกว่าเราได้มาถึงแล้ว โดยที่ชั้นล่างจะเป็นร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Starbucks ตั้งอยู่ เราเดินชมสักพักก็หลุดมาอีกย่านคือ Little Italy ที่นี่พี่รุ้งนัดเจอกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะไปทานข้าวด้วยกัน ผมเลยถือโอกาสเดินเล่นถ่ายภาพเรื่อยๆจนหลุดไปถึงย่านช้อปปิ้งสุดดังอย่าง SoHo

ย่าน Soho เป็นย่านช้อปปิ้งระดับไฮเอ็นด์ ที่มีร้านหรูๆตั้งอยู่ริมถนนให้ได้ช้อปปิ้งกันแบบสุดเพลิน ใครจะเดินชมอย่างเดียวก็ไม่ว่ากัน ที่นี่เป็นแหล่งรวม Gallery และแบรนด์ชั้นนำไว้ด้วยกัน ใครสายช็อปบอกเลยห้ามพลาด ที่สำคัญ บรรยากาศตึกและถนนที่มีเอกลักษณ์ เลยกลายเป็นอีกจุดที่ ขาโซเชียลต้องมาถ่ายภาพเก๋ๆ Check-in โดย เดิน แชะ เช็คอินตามตรอกซอกซอย ไล่เก็บภาพกันไป เพลินสุดๆ จริงๆ

เมื่อถึงเวลานัดกับพี่รุ้ง ผมจึงเดินย้อนกลับไปย่าน Little Italy อีกครั้ง เพื่อไปรับพี่รุ้งมาเดินชิลล์ที่ย่าน Soho อีกรอบ ก่อนที่จะกลับที่พัก เป็นการจบทริปวันแรก แบบเบาๆ ก่อนที่จะไปตะลุยเมืองบอสตันกันต่อในวันพรุ่งนี้

คลิกอ่าน เที่ยว Boston / New York / Washington D.C. ง่ายๆ เช็คอินสุดฟิน ทริปในฝัน [ Day2 ]

ตามรอยเส้นทางสู่อิสรภาพของอเมริกากับ Freedom Trail ใน Boston

สิ่งที่ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาน่าค้นหา นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมแล้ว หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีตที่เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งประเทศ จนเกิดการรวมชาติที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน

การมาเที่ยวบอสตัน ครั้งนี้จะไม่สมบูรณ์เลยถ้าขาดการเติมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ผ่านตึกรามบ้านช่อง วิหาร และ อาคารต่างๆ โดยเรื่องราวสู่อิสรภาพของสหรัฐอเมริกาในเมืองบอสตันถูกเรียกว่า Freedom Trail

ฟรีดอมเทรล หรือ Freedom Trail ในเมือง บอสตัน นั้น ได้ถูกจัดการให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆนั้น เดินเที่ยวชม และศึกษาประวัติศาตร์การสร้างชาติ การปฏิวัติ การเกิดขึ้นของวีรบุรุษที่เราคุ้นชื่อ อย่างง่าย และได้ความรู้อย่างแน่นเอี๊ยดเลยทีเดียว

การเดินชมเส้นทาง Freedom Trial นั้น เมืองบอสตันได้วางอิฐบล็อคบนถนนเป็นเส้นยาวผ่านอาคารบ้านเรือน และสถานที่สำคัญๆ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดสุดท้าย ดังนั้นผมรับรองว่าถ้าเดินตามเส้นที่ขีดไว้นี้ไม่มีทางหลงแน่นอน พร้อมทั้งยังเก็บได้ครบทุกสถานที่ในเส้นทาง ที่สำคัญ สถานที่ส่วนใหญ่แล้วนั้นไม่เก็บค่าเข้าชม ก็จะมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เก็บค่าเข้าชม เช่น the Old South Meeting House, the Old State House และ the Paul Revere House นอกนั้นไม่ต้องจ่าย หรือจะบริจาคก็ได้

ขอลงรูปตัวเองด้วยนะครับ :p เพราะในภาพมีเส้นที่พื้น เป็นเส้นทางเดิน Freedom Trail

เรามาเริ่มการเดินชมเส้นทางแห่งอิสรภาพนี้กันเลยครับ โดยจุดเริ่มจะอยู่ในส่วนย่านดาวน์ทาวน์กลางเมือง ที่ Boston Common และไปสิ้นสุดที่ Bunker Hill Monument รวมสถานที่ประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น 16 แห่ง

    1. Boston Common
    2. Massachusetts State House
    3. Park Street Church
    4. Granary Burying Ground
    5. King’s Chapel and Burying Ground
    6. Benjamin Franklin statue and former site of Boston Latin School
    7. Old Corner Bookstore
    8. Old South Meeting House
    9. Old State House
    10. Site of the Boston Massacre
    11. Faneuil Hall
    12. Paul Revere House
    13. Old North Church
    14. Copp’s Hill Burying Ground
    15. USS Constitution
    16. Bunker Hill Monument

Boston Common

สวนแห่งนี้คือสวนสาธารณะกลางเมือง ที่ครองตำแหน่งสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1634 หรือเกือบจะ 400 ปีแล้ว นานมากก และอาจจะไม่ผิดถ้าคิดว่าที่นี่คือสวน Central Park ใน New York เวอร์ชั่นย่อส่วน เพราะที่นี่มีทั้งคนในเมือง และ นักท่องเที่ยว มาเดินเล่น นอนอาบแดด เล่นบอล หรือแม้แต่ประท้วง!! ใครมาถึงแล้วก็อย่าลืมไปขอข้อมูลการเที่ยวเมืองบอสตันได้ที่ศูนย์ Visitor Center นะครับ แล้วเราก็เริ่มเดินตามเส้นสีแดงตามพื้นมุ่งหน้าสู่ Beacon Hill ไปสถานที่ต่อไปกันเลย

Massachusetts State House

อาคารที่มียอดโดมสีทองเด่นมาแต่ไกล ที่นี่คืออาคารรัฐสภาของมลรัฐ Massachusetts ซึ่งเป็นออฟฟิศของผู้ว่าการรัฐ ตั้งอยู่บนเนินที่เรียกว่า Beacon Hill

Park Street Church

สร้างขึ้นในปี 1809 อยู่ตรงหัวมุมถนน Park และ Tremont ที่นี่เคยเป็นสถานที่วางแผนการเลิกทาส ของนักขบวนการเลิกทาส และเหตุการณ์ ในอดีตเป็นเหมือนสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองบอสตัน ที่แสดงความไม่สิ้นสุดความเป็นผู้นำของเมืองบอสตันในช่วงยุคสงครามปฏิวัติ

Granary Burying Ground

สุสานเก่าแก่ข้างๆกับ Park Street Church มีศพถูกฝังตั้งแต่ยุคแรกที่คนมาตั้งรกรากที่นี่ ย้อนกลับไปเมื่อปี 1660 เลยทีเดียว ป้ายหน้าหลุมฝังศพส่วนมากสลักด้วยรูปหัวกระโหลก และปีก นิกาย พิวริตัน โดยหลุมฝังศพคนดังเช่น Paul Revere, John Hancock และ Samuel Adams

King’s Chapel

เป็นโบสถ์แรกในเมืองบอสตันที่ไม่ใช่ของนิกายพิวริตัน สถาปัตยกรรมเป็นแบบจอร์เจีย และ ประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษของบอสตัน เดิมโครงสร้างเป็นไม้ สร้างในปี 1688 และต่อมาใช้หินสร้างครอบทับอีกทีแล้วจึงรื้อโครงไม้เดิมทิ้งไป

Boston Latin School

โรงเรียนสร้างเสร็จในปี 1645 เป็น public school ที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา บุคคล 5 คนที่มีส่วนสำคัญในการประกาศอิสรภาพของอเมริกาก็เรียนที่โรงเรียนนี้ คือ Franklin, Samuel Adams, John Hancock, Robert Treat Paine และ William Hooper ที่นี่ยังมีรูปปั้นของ Benjamin Franklin เขาย้ายไป  Philadelphia ก่อนที่จะจบการศึกษา

ร้านกาแฟ Starbucks สาขาติดกับ Boston Latin School

Old Corner Book Store

อาคารนี้เป็นหนึ่งอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองบอสตันที่อยู่รอดปลอดภัยจากสงครามนานหลายปี เป็นตึกย่านธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา ร้านหนังสือนี้ถูกสร้างในปี 1718 เป็นศูนย์รวมสมาคมนักกวี นักเขียน ของเมืองบอสตัน อาทิ Ralph Waldo Emerson, Louisa May Alcott และ Nathaniel Hawthorne แต่ตอนนี้ไม่ใช่ร้านหนังสือแล้ว แต่กลายเป็นร้าน Chipotle

Old South Meeting House

สถานที่สำคัญที่ Samuel Adams ได้กล่าวเพื่อชวนฝูงชนให้เกิดเหตุการณ์ไปเทใบชาของอังกฤษทิ้งในอ่าวบอสตันเพื่อทำการต่อต้านภาษีใบชาที่มาจากความไม่เป็นธรรมเป็นชนวนนำไปสู่สงครามการปฏิวัติอเมริกา

Old State House

ถูกสร้างในปี 1713 เคยเป็นที่ประชุมของสมาชิกสภานิติบัญญัติเมืองบอสตัน จนกระทั่งรัฐบาลอังกฤษเข้ามาบริหาร

ตรงบริเวณลานด้านหน้า Old State House นี้ เรียกว่า The Boston Massacre ซึ่งในระหว่างการปฎิวัติมีช่วงที่มีการปะทะกันระหว่างชาวบอสตันกับกองทัพอังกฤษ ทำให้มีประชาชน 5 คนเสียชีวิตจากการถูกยิงบริเวณนี้

Faneuil Hall และ Quincy Market 

ตลาดเก่าแก่ประจำเมือง แบ่งเป็นตลาดฝั่งใต้ (South Market) ตลาดฝั่งเหนือ (North Market) และตลาดควินซี่ (Quincy) มีร้านอาหารมากมาย และยังเป็นแหล่งงานฝีมือสินค้าพื้นเมือง มีการแสดงเปิดหมวกมากมาย 

พอมาถึงตรงนี้เหล่าพลพรรคพี่ๆน้องๆที่มาด้วยกันต่างเหนื่อย และหิว เลยแวะทานอาหารในตลาดควินซี่ แล้วก็เลยตัดสินใจไปเที่ยวสถานที่อื่นในบอสตันกันต่อ เลยจบ Fredom Trail ไว้ตรงนี้ แต่ผมได้ไปหาข้อมูลมาเผื่อใครมาแล้วมีแรงเดินต่อก็ไปต่อได้เลยนะคร้าบบบ ^_^

Paul Revere House

บ้านของ Paul Revere ช่างเงินที่มีชื่อเสียงของประเทศ ที่นี่รวบรวมคอลเลคชั่นเครื่องประดับของเขาไว้ให้ได้ชมกัน ส่วนตัวบ้านนั้นเป็นสไตล์อเมริกันยุดบุกเบิก

By gocity.com

Old North Church

ด้านหน้าของ Old North Church เป็นส่วนของลานกว้างเป็นที่ตั้งของรูปปั้น Paul Revere ที่กำลังขี่ม้านเตือนชาวเมืองให้ระวังภัยจากกลุ่มติดอาวุธ

ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ถึงประวัติศาสตร์ของที่นี่ แต่ก็ยังควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม เพราะที่นีคือ โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในบอสตันที่ยังเหลือรอดมาถึงวันนี้

By Adavyd (Own work) [CC BY-SA 3.0], via Wikimedia Commons

Copp’s Hill Burial Ground

ที่นี่เป็นเนินสูง สามารถมองไปเห็นวิวส่วน North End และ แม่น้ำบอสตันได้ คุ้มค่าแก่การปีนขึ้นมา ซึ่งสุสานนี้เก่าแก่เป็นอันดับที่สองรองลงมาจาก King’s Chapel

By Jan Miller (Own work) [CC BY-SA 3.0], via Wikimedia Commons

U.S.S. Constitution

เมื่อเดินข้ามสะพาน Charlestown Bridge มาถึงที่จอดเรือ ที่นี่สร้างในปี 1797 และมีเรือรบเรือทหารสัญญาบัตรที่เก่าแก่ที่สุดในโลกโชว์อยู่ และมีพิพิธภัณฑ์ U.S.S. Constitution Museum ให้เข้าชมด้วย 

By (U.S. Navy photo by Seaman Matthew R. Fairchild/Released) 140704-N-OG138-866 (https://www.flickr.com/photos/usnavy/14595957594/) [Public domain], via Wikimedia Commons

Bunker Hill Monument

หลังจากไต่ถนนแคบๆอย่าง Charlestown ขึ้นมาถึงด้านบนก็จะพบกับอนุสรณ์สถานแก่การต่อสู้ที่ Bunker Hill เป็นเสาโอเบลิสก์สูงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า พอมาถึงที่นี่ก็ถือว่าสิ้นสุดเส้นทาง Freedom Trail ของเมืองบอสตันแล้ว

Image Credit: Brandon Turner

หลังจากเดินจนชมจนครบทุกสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของบอสตันบนเส้นทาง Freedom Trail แล้ว หลายคนอาจจะเหนื่อย แต่ผมว่ามันคุ้มค่ากับความเหนื่อยเหล่านั้น เพราะเราจะได้เติมเต็มความรู้ ความเข้าใจของประวิศาสตร์อเมริกา เพื่อเราจะได้ไปเที่ยวต่อในสถานที่ต่างๆได้อย่างเข้าใจมากขึ้น ก็จะทำให้เที่ยวได้สนุกขึ้นอีกด้วย

แผนที่ เดิน เที่ยว Boston Freedom Trail
แผนที่ เดิน เที่ยว Boston Freedom Trail