KTO เปิดตลาดท่องเที่ยวเกาหลีอย่างเต็มรูปแบบในงาน “Premium & MICE Travel Mart in Thailand 2022-First Class Korea”

KTO (องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี) ประจำประเทศไทย จัดงาน “Premium & MICE Travel Mart in Thailand 2022-First Class Korea” ครั้งแรกในประเทศไทยหลังวิกฤติโควิด-19 กับการจัดงานการท่องเที่ยวเกาหลี ทราเวลมาร์ทระดับพรีเมี่ยม และพร้อมเปิดตลาดธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อตอบรับการกลับมาท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีอย่างเต็มรูปแบบ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2565 ณ โรงแรม คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา

การจัดงานครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือและความสนใจจากภาคส่วนต่างๆร่วมงานคับคั่ง โดยในวันแรกของการจัดงานยังได้บริษัทนำเที่ยวระดับพรีเมี่ยมของไทยเข้าร่วมกว่า 40 แห่ง และบริษัทไมซ์รายใหญ่ของไทยอีก 30 แห่งเข้าร่วมในวันที่สองของการจัดงานแทรเวลมาร์ท ซึ่งถูกจัดขึ้นในรูปแบบทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยในงานนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเจรจาธุรกิจกันแบบ 1ต่อ1 มากกว่า 500 แมทชิ่ง

นอกจากนี้ ภายในงานยังจะได้ร่วมรับการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวจากตัวแทนบริษัทในประเทศเกาหลี 35 แห่ง ซึ่งรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมชั้นนำที่มีชื่อเสียง องค์กรการท่องเที่ยว และเทศกาลต่างๆที่นักท่องเที่ยวชาวไทยชื่นชอบ เช่น พิพิธภัณฑ์ การล่องเรือ สวนสนุก และหมู่บ้านแบบดั้งเดิม อีกทั้งรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและเทศกาลต่างๆในแต่ละภูมิภาค การแสดงวัฒนธรรมเกาหลี การร่วมสนุกถ่ายภาพในงานด้วยพื้นหลัง 4 ฤดู รวมถึงเปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารในแบบฉบับเกาหลีอีกด้วย

อนึ่ง สาธารณรัฐเกาหลี และประเทศไทยกำลังผลักดันให้เป็น “ปีแห่งการเยือน” เพื่อร่วมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตในวาระครบรอบ 65ปี ในปี 2566 ที่จะถึงนี้ โดยตั้งเป้าที่จะแลกเปลี่ยนผู้คน 3ล้านคนระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งจากสถิติก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 นั้น นักท่องเที่ยวเกาหลีกว่า 1.8 ล้านคนได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และในส่วนนักท่องเที่ยวไทยเองก็เดินทางท่องเที่ยวในเกาหลีเป็นจำนวนถึงกว่า 570,000 คนเช่นกัน

LEE SANG-WOO ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันเทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวได้ถูกปรับเปลี่ยนไป ตั้งแต่ช่วงวิกฤติโควิด-19 การจัดงาน “Premium & MICE Travel Mart in Thailand 2022-First Class Korea” ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับคนไทยที่ชื่นชอบและต้องการท่องเที่ยวในประเทศเกาหลี ที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม และความหรูหรา เพื่อเตรียมพร้อมในการเดินทางไปเยือนประเทศเกาหลีอีกครั้งครับ”

ท่านสามารถติดตามข่าวสารจาก KTO หรือ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีได้ทาง
เว็บไซต์ : https://www.kto.or.th/
Facebook : https://www.facebook.com/KTOThailand/

กลับมาเเล้ว.. “SUPER+ บินสนั่นจุใจ” แบบรายปี เริ่มต้นสุดคุ้มเพียง 6,999 บาท! บริการใหม่จาก airasia Super App

airasia Super App แพลตฟอร์มผู้ให้บริการแพ็กเกจบินสนั่นแบบสมาชิกรายปี  “SUPER+ Subscription”  เปิดขายอย่างเป็นทางการทั่วโลกแล้ววันนี้ 

  • บินคุ้มมากกว่าเดิมทั่วไทยและหลากหลายประเทศ ครอบคลุมทั่วไทย 33 เส้นทาง ระหว่างประเทศ กว่า 130 เส้นทาง 3,000,000 ที่นั่งตลอด 1 ปี
  • ส่วนลดจุใจสำหรับการจองโรงแรมและเรียกรถโดย airasia ride มอบประสบการณ์การเดินทางที่สมบูรณ์แบบ

กรุงเทพ 5 ธันวาคม 2565 airasia Super App แพลตฟอร์มผู้ให้บริการแพ็กเกจบินสนั่นแบบสมาชิกรายปี  “SUPER+ Subscription”  เปิดขายอย่างเป็นทางการทั่วโลกแล้ววันนี้  มาพร้อมกับการอัพเกรดสิทธิประโยชน์ซึ่งช่วยให้สมาชิก Super+ Subscription เดินทางพร้อมสัมผัสประสบการณ์แบบไร้รอยต่อในทุกบริการภายใต้อีโคซิสเต็มของแอร์เอเชีย

ปัจจุบันมีสมาชิกผู้ใช้บริการแพ็กเกจบินสนั่นรายปีจาก SUPER+ ในภูมิภาคมากกว่า 100,000 ราย โดยใช้สิทธิ์แลกเที่ยวบินเดินทางไปแล้วกว่า 500,000 เที่ยวบินทั่วภูมิภาค โดยมีสถิติการแลกสูงสุดถึง 100 เที่ยวบินในเวลา 12 เดือน

ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางที่มีความชื่นชอบเดินทางไปในจุดหมายปลายทางที่แตกต่างกัน “SUPER+ Subscription” จึงนำเสนอแพ็กเกจสมาชิกรายปี “บินสนั่นจุใจ” 2 รูปแบบ โดยแพ็กเกจเบสิก (SUPER+ Lite) ราคา 6,999 บาท เป็นแพ็กเกจการเดินทางที่ครอบคลุมทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ อาทิ เส้นทางในอาเซียน ฮ่องกง มาเก๊า และอื่นๆ (รหัสเที่ยวบิน FD,AK,QZ และ Z2) รับ airasia points 800 คะแนน ขณะที่แพ็กเกจพรีเมียม (SUPER+ Premium) ราคา 18,888 บาท ครอบคลุมเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ อาทิ เส้นทางในอาเซียน ฮ่องกง มาเก๊า อินเดีย ไต้หวัน มัลดีฟส์ ฟุกุโอกะ (รหัสเที่ยวบิน FD,AK,QZ และ Z2) รวมถึงเส้นทางญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย  (รหัสเที่ยวบิน D7 ต่อเครื่องที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์) รวมกว่า 130 เส้นทางบิน รับ airasia points 2,000 คะแนน โดยมีสิทธิ์แลกเที่ยวบินรวมตลอดทั้งปีไม่น้อยกว่า 3,000,000 ที่นั่ง (เดินทางด้วยรหัสเที่ยวบิน AK, FD, QZ, Z2 และ D7 สำหรับแพ็กเกจพรีเมียม)  นอกจากนี้ผู้สมัครทั้ง 2 ประเภท ยังได้รับส่วนลด 10% ของราคาโดยสารจาก airasia ride และส่วนลด 5% เมื่อจองโรงแรมผ่านแอปพลิเคชัน airasia Super App

airasia Super App พร้อมให้คุณบินสนั่นได้มากกว่าเดิมได้แล้ววันนี้ จำกัดการซื้อเพียง 200,000 สิทธิ์ทั่วภูมิภาคเท่านั้น สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2565 เพียงคลิกที่ไอคอน “SUPER+” บนแอป airasia Super App เพื่อซื้อ หรือไปที่ https://app.airasia.com/F4uy/w4vxbhrf

แผนการสมัครสมาชิก SUPER+ โฉมใหม่มีตั้งแต่ราคา:

  • 888 ริงกิต สำหรับลูกค้าในมาเลเซีย
  • 6,999 บาท สำหรับลูกค้าในประเทศไทย
  • 11,000 เปโซ สำหรับลูกค้าฟิลิปปินส์
  • 4 ล้านรูเปียห์ สำหรับลูกค้าในอินโดนีเซีย
  • 309 ดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับลูกค้าในออสเตรเลีย
  • 268,888 วอน สำหรับลูกค้าในเกาหลีใต้
  • 269 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับลูกค้าในสิงคโปร์
  • 199 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับประเทศอื่นๆ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีสมัครสมาชิก SUPER+ คลิกที่นี่ ราคาทั้งหมดข้างต้นรวมภาษีแล้ว

ผู้สมัครสมาชิก SUPER+ Subscription หรือแพ็กเกจสมาชิกรายปี  มีระยะเวลาในการแลกเที่ยวบินได้เป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่สมัครแพ็กเกจสมาชิก SUPER+ Subscription โดยทุกการสำรองที่นั่ง ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วันและวันเดินทางต้องไม่ตรงกับช่วงวันหยุดยาวของสายการบินตามที่ระบุในข้อกำหนดและเงื่อนไข*    โดยผู้ที่ซื้อรอบนี้สามารถเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566

โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มแอร์เอเชีย กล่าวถึงแพ็กเกจใหม่ SUPER+ Subscription ว่า “นี่คือสิ่งที่เราเตรียมพร้อมเพื่อรองรับความความต้องการในการเดินทางของนักท่องเที่ยวอีกครั้ง เรารู้สึกตื่นเต้นหลังจากที่ตลาดสำคัญอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน กลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง บริการแพ็กเกจสมาชิกบินรายปี SUPER+ Subscription จะเป็นการรวบรวมบริการท่องเที่ยวอันหลากหลายของแพลตฟอร์ม airasia Super App เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งมีทั้งสายการบินตลอดจนบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด อาทิ จองโรงแรม บริการเรียกรถรับส่งจาก airasia ride  ซึ่งรวมอยู่ในสิทธิประโยชน์ของ SUPER+ Subscription ด้วย ซึ่งตอกย้ำดีเอ็นเอของเราในการสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้าของเรา และเราจะยังคงสนับสนุนและมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ต่อไปในอนาคต”

อเเมนด้า วู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร airasia Super App กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เราเปิดตัวแคมเปญ SUPER+ Subscription แบบใหม่ ที่ทุกคนทั่วโลกสามารถซื้อได้ แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ สำหรับนักเดินทางชาวตะวันตก แคมเปญ SUPER+ Subscription นี้ถือเป็นแพ็กเกจสมาชิกเที่ยวบินและไลฟ์สไตล์การเดินทางที่ดีและคุ้มค่าที่สุดสำหรับการเดินทางเพื่อสัมผัสความงดงามทั้งในภูมิภาคเอเชียและไกลมากกว่านั้น นับตั้งแต่เปิดตัวแพ็กเกจ SUPER+ Subscription ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม ปัจจุบันเรามีสมาชิกกว่า 100,000 ราย ทั่วประเทศมาเลเซีย, ไทย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และมีการแลกเที่ยวบินไปแล้วกว่า 500,000 เที่ยวบิน เราจึงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นแพลตฟอร์มซูเปอร์แอปเพียงแห่งเดียวที่เสนอแพ็กเกจอย่าง SUPER+ Unlimited สู่นักเดินทางทั่วโลก เพื่อให้ผู้คนได้เพลิดเพลินในรูปแบบบริการของแอร์เอเชียที่มากขึ้น”

เมื่อถามถึงความคุ้มค่าในการใช้บริการในแพ็กเกจ  SUPER+ Subscription ก่อนหน้า  คุณณัฐนนท์ ตันมาลาภรณ์ หนึ่งในสมาชิกจากประเทศไทยกล่าวว่า “ในหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมได้แลกเที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศไปแล้ว 109 เที่ยวบิน  มันทำให้ผมเดินทางไปทุกที่ได้อย่างง่ายดาย เป้าหมายต่อไปของผมคือ การเดินทางไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์”

ด้านคุณโจเซฟ ไช่ จากมาเลเซีย กล่าวว่า การสมัครแพ็กเกจ SUPER+ เพิ่มความตื่นเต้นในการเดินทางสำหรับครอบครัวของเธอ “ฉันเดินทางไปกรุงมะนิลาด้วย SUPER+ ตลอดจนแลกเที่ยวบินในประเทศกว่า 100 ครั้ง แพ็กเกจสุดคุ้มแบบนี้ ฉันขอแนะนำโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนหรือต้องติดต่อธุรกิจบ่อยครั้ง”

แลกตั๋วบินสนั่นจุใจ Super + Subscription ต้องทำอย่างไรบ้าง?

ผู้สมัคร SUPER+ Subscription สามารถจองและแลกสิทธิ์ในเที่ยวบินแอร์เอเชียได้ โดยยังไม่รวมค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าภาษี ค่าธรรมเนียมน้ำมัน ค่าบริการเสริม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถทำการจองเที่ยวบินอย่างน้อย 14 วันล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง และวันเดินทางต้องไม่ตรงกับช่วงวันหยุดยาวของสายการบินตามที่ระบุในข้อกำหนดและเงื่อนไข* ทั้งนี้มีจำนวนที่นั่งสำหรับสิทธิ์ SUPER+ จำนวน 2-30 ที่นั่ง ต่อ 1 เที่ยวบิน (จากจำนวนที่นั่งทั้งหมด 180 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน)ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการให้บริการเเต่ละเที่ยวบิน

ติดตามข่าวสารล่าสุด airasia Super App สามารถกดติดตามเราได้ที่ @airasiasuperapp สำหรับ Instagram/Facebook หรือ @airasia บน WeChat/Weibo

ดาวน์โหลด airasia Super App ได้แล้ววันนี้ที่ Apple App Store, Google Play Store, หรือ Huawei AppGallery เพื่อประสบการณ์ที่ราบรื่นและดีกว่า

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด และอ่านคำถามที่พบบ่อยเพื่อเข้าใจบริการของเราให้ดีขึ้น

*ตรวจสอบข้อกำหนดเเละเงื่อนไข SUPER+ Subscription (ธันวาคม 2565)เพิ่มเติมก่อนการสมัครได้ที่ https://www.airasia.com/superplus/en/gb/terms-and-conditions/superplua-lp-th

คนรักซีฟู้ดห้ามพลาด!! “Red Lobster” เปิดสาขาแรกในไทย ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

มาไทยแล้ว! “Red Lobster” ร้านอาหารทะเลชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา เปิดสาขาแรก ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฟู้ดดี้ชาวไทยต้องไม่พลาดไปลิ้มลอง

บอกเลยซีฟู้ดเลิฟเวอร์ต้องปักหมุด เพราะ Red Lobster (เร้ด ล็อบสเตอร์) ร้านอาหารทะเลอันเลื่องชื่อระดับตำนานกว่า 50 ปีจากประเทศสหรัฐอเมริกาและมีสาขาทั่วโลกกว่า 700 สาขา ได้มาเปิดร้านที่ประเทศไทยให้ฟู้ดดี้ชาวไทยได้ลิ้มลองกันแบบไม่ต้องบินไปกินไกลถึงต่างประเทศ เพียงแค่มุ่งหน้ามาที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็จะได้สัมผัสกับเมนูล็อบสเตอร์ชื่อดังกันได้แบบง่ายดาย

ร้าน Red Lobster เปิดตัวสาขาแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ชั้น G ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อมาถึงร้านจะได้สัมผัสกับร้านอาหารสไตล์ Casual Dining ในคอนเซปต์ “Friends & Family” กับบรรยากาศอบอุ่นเป็นมิตรสไตล์อเมริกันที่ดูทันสมัย ดีไซน์การตกแต่งเน้นโทนสีแดง ดำ ฟ้า น้ำตาล

จุดเด่นของร้าน Red Lobster ทางร้านเน้นคุณภาพ ความสด โดยล็อบสเตอร์และวัตถุดิบหลักผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน นำเข้าจากทั่วโลกมากกว่า 20 ประเทศ รวมทั้งสูตรการปรุงเฉพาะของทางร้าน มัดใจฟู้ดดี้ชาวไทยแน่นอน เมื่อความอร่อยแบบต้นตำรับซีฟู้ดจากสหรัฐอเมริกายกขบวนมาเสิร์ฟถึงไทย ก็ต้องจัดเต็มเมนูซิกเนเจอร์ที่พลาดไม่ได้ อาทิ

Live Maine Lobster (ไลฟ์ เมน ล็อบสเตอร์) เมนูที่ต้องสั่งทุกโต๊ะ เรียกได้ว่าเป็นราชาแห่งอาหารทะเล ซึ่งทางร้านได้เลือกใช้ล็อบสเตอร์ตัวเป็นๆ นำเข้าจากประเทศแคนาดา จุดเด่นของล็อบสเตอร์สายพันธุ์นี้คือขนาดตัวโตและมีก้ามใหญ่ เนื้อนุ่มที่สุดในหมู่ล็อบสเตอร์ทั้งหมด เป็นล็อบสเตอร์จากน่านน้ำทะเลแอตแลนติค อาศัยอยู่ในกระแสน้ำเย็น จึงทำให้เนื้อล็อบสเตอร์มีความหวานกว่าล็อบสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในน้ำอุ่น เพราะไม่ซึมซับความเค็มของเกลือในทะเล ซึ่งที่ร้านเลือกใช้ล็อบสเตอร์น้ำหนักประมาณ 550 – 600 กรัมต่อตัว แล้วนำมาอบ ลูกค้าจะได้ลิ้มรสของล็อบสเตอร์สดๆ ทั้งตัว เสิร์ฟพร้อม Butter Sauce สูตรเฉพาะของทางร้าน และ Side Dishes อย่างร็อกเก็ตสลัดและเฟรนช์ฟรายส์

Live Lobster Thermidor (ไลฟ์ ล็อบสเตอร์ เทอร์มิดอร์) ล็อบสเตอร์สดๆ ทั้งตัว ราดซอสเทอร์มิดอร์สูตรพิเศษของทางร้าน นำไปอบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้รสชาติอร่อย เข้มข้น เข้ากันได้ดีกับเนื้อล็อบสเตอร์

Spaghetti Aglio Olio with Live Maine Lobster (สปาเก็ตตี้ อัลกลิโอ โอลิโอ วิท ไลฟ์ เมน ล็อบสเตอร์) สปาเก็ตตี้พริกกระเทียมและไลฟ์ เมน ล็อบสเตอร์รวมอยู่ในจานเดียวกัน สปาเก็ตตี้รสชาติเข้มข้น หอมพริก กระเทียม จัดจ้านถูกปากคนไทย เข้ากันอย่างลงตัวกับล็อบสเตอร์สดๆ ทั้งตัว ปรุงรสด้วยเนยกระเทียม

Signature Feasts (ซิกเนเจอร์ ฟีสท์) ที่คัดสรรเมนูอาหารทะเลที่เป็นซิกเนเจอร์มารวมไว้ในจานเดียว มีให้เลือก 3 เมนู เมนูแรก

  • Ultimate Feast® (อัลติเมท ฟีสท์) ซีฟู้ดจานรวมที่ขายดีสุดทั่วโลก ประกอบด้วย Lobster Tail (ล็อบสเตอร์ เทล), Snow Crabs Legs (ปูหิมะ), Garlic Shrimp Scampi (กุ้งอบเนย) และ Crispy Shrimp (กุ้ง คริสปี้)
  • Grand Grilled Feast (แกรนด์ กริลด์ ฟีสท์) จานซีฟู้ดรวมของย่าง ประกอบด้วย Lobster Tail, ปลาแซลมอน, กุ้งจัมโบ้เสียบไม้ย่าง
  • Admiral’s Feast (แอดมิรอล ฟีสท์) จานซีฟู้ดรวมของทอด เหมาะกับการทานคู่กับเครื่องดื่มทุกชนิด ประกอบด้วย ปลากะพงชุบเกล็ดขนมปังทอด หอยนางรมชุบเกล็ดขนมปังทอด หอยเชลล์ชุบเกล็ดขนมปังทอด และ Crispy Shrimp

Duo Lobster Tails (ดูโอ ล็อบสเตอร์ เทล) ล็อบสเตอร์ส่วนหาง เนื้อแน่น หวาน มาพร้อม 2 รสชาติในจานเดียว ทั้งแบบคลาสสิคปรุงรสด้วยเนย กระเทียม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสและรสชาติหวานอร่อยแท้ๆ ของเนื้อล็อบสเตอร์ และแบบปรุงรสด้วยซอสเทอร์มิดอร์ ให้ความอร่อยเข้มข้นขึ้น เสิร์ฟพร้อมบัตเตอร์ซอสและของเคียง

Cheddar Bay Biscuits (เชดดาร์ เบย์ บิสกิต) เมนูซิกเนเจอร์ของ Red Lobster มาตั้งแต่ปี 1992 เป็นเมนูยอดนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้ามาเป็นเวลายาวนาน เมื่อพูดถึงร้าน Red Lobster ลูกค้าทุกคนจะนึกถึง

Cheddar Bay Biscuits เป็นอันดับแรก จนกลายเป็นเมนูสัญลักษณ์ของร้าน Cheddar Bay Biscuits ทุกชิ้น อบสดใหม่ทุกวัน ใช้แป้งสูตรลับเฉพาะของทางร้านผสมกับ Cheddar Cheese คุณภาพดี เคลือบด้านบนด้วยเนยกระเทียมสูตรพิเศษ ทำให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจากนั้น ทางร้านยังมีเมนูความอร่อยหลากหลายที่ไม่ใช่แค่ล็อบสเตอร์ อาทิ US Angus Ribeye Steak, Wagyu Bacon Cheeseburger, Salmon New Orleans และเมนูอื่นๆ อีกหลากหลายเมนู

“Red Lobster”

เปิดทุกวัน เวลา11.00–22.00 น.
ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G
โทร. 062-243-8237
Line Official Account: @redlobster_th
Facebook Page: Red Lobster Thailand

TORO FRIES SIGNATURE เฟรนช์ฟรายส์เนื้อแน่น มาพร้อมความยาว 1 ฟุต! ร้านมันฝรั่งคุณภาพดีจากอเมริกา

ไม่ถึงไปถึงอเมริกา ก็สามารถหาทาน TORO FRIES SIGNATURE ได้แล้วคร้าบ ไปลองกินเฟรนช์ฟรายส์เนื้อแน่นยาว 1 ฟุต! สุดอร่อยกันครับ

ร้าน TORO FRIES SIGNATURE ร้านมันฝรั่งคุณภาพดีจากอเมริกา มาถึงไอคอนสยาม เสิร์ฟสุดยอดเมนูมันฝรั่งยอดฮิต เฟรนช์ฟรายส์เนื้อแน่น มาพร้อมความยาว 1 ฟุต! โดดเด่นในเรื่องของขนาด รสชาติ และชีสดิปที่มีกันให้เลือกกว่า 10 รส
โดยทางร้านจะเสิร์ฟมันฝรั่งที่ความยาว 1 ฟุต ทอดที่ความร้อน 190 องศา ระยะเวลา 2 นาที ด้วยเครื่องมือที่คิดค้นมาเฉพาะทางเพื่อให้ทอดได้รสอร่อยที่สุด พร้อมกับเคล็ดลับการทอดเฉพาะของทางร้าน จึงไม่อมน้ำมัน ทำให้มันฝรั่งกรอบนอกนุ่มใน มีรสหวาน และยังมีความหอมจากตัวมันฝรั่ง
ซึ่งทางร้านแนะนำว่านาทีของความอร่อยในแบบ TORO FRIES จะอยู่ที่ 6 นาทีแรก เพราะจะให้รสชาติที่ลงตัวที่สุด และด้วยความเชื่อที่ว่าความอร่อยที่สุดของตัวเฟรนช์ฟรายส์นั้น ต้องเริ่มต้นจากวัตถุดิบที่ดี นั่นก็คือ “มันฝรั่ง” นั่งเอง
TORO FRIES SIGNATURE สาขาไอคอนสยาม มีความพิเศษโดยเฉพาะ เพราะคือที่แรกและที่เดียวที่ประเทศไทย “สาขาซิกเนเจอร์” และครบครันทุกรสชาติของตัวชีสดิปกว่า 10 รส รวมถึงยังมีซอสสูตรพิเศษช่วง Seasonal และซอสที่มีเฉพาะที่นี่ที่เดียวอย่าง “รสทรัฟเฟิล” โดยเราสามารถเลือกผสมรสได้มากถึง 3 รสชาติ ตามความชอบ และรสชาตที่ฟินที่สุด

ร้าน TORO FRIES SIGNATURE

ชั้น 6 ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 น. – 22.00 น.
สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟฟ้าสายสีทอง ลงสถานีเจริญนคร G2 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1338

จิบ Cocktail ฝีมือคุณ Rogerio ดีกรีเจ้าของ Asia’s 50 Best Bar พร้อมทานดินเนอร์อิตาลีอร่อยมาก ที่ LA DOTTA PASTA BAR & STORE (สีลม)

ช่วงนี้กระแส Cocktail ในเมืองไทยกำลังมา Cocktail ที่ไม่ใช่วงดนตรีนะครับ ทาง KIN PLUS ONE จึงได้เปิดตัว THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2022 ขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็น ปรากฏการณ์รวมตัวครั้งสำคัญของวงการบาร์เทนเดอร์ และธุรกิจ F&B ไทย พร้อมเปิดประตูสู่ระดับเวิลด์คลาส

 

ในวันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ณ ร้าน LA DOTTA PASTA BAR & STORE (สีลม) คุณอโน ชุ่มอินทร์จักร์ ผู้จัดงาน ไทยแลนด์ ค็อกเทล เฟสติวัล และ แขกคนพิเศษ Mr.Rogerio Igarashi Vaz เกสต์บาร์เทนเดอร์ชาวบราซิลเชื้อสายญี่ปุ่น เป็นบาร์เทนเดอร์ในญี่ปุ่นมานานกว่า 15 ปี ปัจจุบันทำงานเป็นเจ้าของ และหัวหน้าบาร์เทนเดอร์ของ Bar TRENCH ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 50 บาร์ที่ดีที่สุดในเอเชีย เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน และยังเป็นผู้อำนวยการด้านเครื่องดื่มของ Bar Tram and Bar TRIAD ร่วมพูดคุยถึงรายละเอียดของงาน

โดยในงานแถลงข่าว ทางคุณ Rogerio Igarashi Vaz ได้ทำเครื่องดื่มคอกเทล Parisian Mist, Black Tie Bramble, Kaffir Lim Mule และ Beeswax Old Fashioned ซึ่ง sold out หมดแล้วก่อนที่งานจะเริ่ม แต่เราได้ชิม Kaffir Lim Mule ซึ่งรสชาติดีมาก ก่อนที่ทางร้าน LA DOTTA PASTA BAR & STORE (สีลม) จัดเซ็ตอาหารให้เลือกทาน โดยเริ่มจาก Starter ที่มีให้เลือกระหว่าง Truffle sage & recotta deep fried balls และ 22 months aged Parma ham & winter melon หลังจากนั้นสักพักทางร้านก็เสิร์ฟพาสต้าต่อ โดยให้เลือกระหว่าง Pesto “alla genovese” ,Vongole e Moscadini และ Tagliatelle alla Montanara ตบท้ายด้วยขนมหวานสไตล์อิตาลี อย่าง Sicilian Cannoli

ในงานแถลงข่าวเปิดตัวครั้งนี้ เรายังได้ทราบว่า ปัจจุบันการดื่มและศิลปะการรังสรรค์เครื่องดื่มได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่วงการเครื่องดื่มได้ก้าวล้ำทัดเทียมนานาประเทศ และยังได้รับการยอมรับจากนักดื่มและเหล่าคนในแวดวงเครื่องดื่มระดับโลก เห็นได้จากการที่บาร์เทนเดอร์ของไทยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันผสมเครื่องดื่มในหลากหลายเวทีระดับเวิลด์คลาสในทุกๆปี อีกทั้งยังได้รับเชิญให้เดินทางไปเป็นแขกกิตติมศักดิ์เพื่อผสมเครื่องดื่มให้กับร้านระดับชั้นนำของโลกมาแล้ว

คุณอโน ชุ่มอินทร์จักร์ ผู้จัดงาน ได้กล่าวว่า “โครงการ Thailand Cocktail Festival นับเป็นการผนึกกำลังกับพันธมิตรธุรกิจบาร์ในประเทศไทย และยกระดับวิชาชีพบาร์เทนเดอร์ให้เป็นอาชีพที่มั่นคง เพื่อสร้างพื้นที่และโอกาสให้อุตสาหกรรมค็อกเทลได้สนับสนุนซึ่งกันและกัน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยโครงการ Thailand Cocktail Festival นอกจากจะมีกิจกรรมหลากหลาย แผนการต่อยอดความสำเร็จ แถมยังมีแผนพาตัวแทนบาร์เทนเดอร์ไทยที่มีชื่อเสียง 12 คน ร่วมเปิดประตูสู่ตลาดต่างประเทศผ่านการ Road show ให้ชาวโลกได้ลิ้มลองเครื่องดื่มที่ถูกรังสรรค์จากส่วนผสมที่มีเอกลักษณ์ของไทยทั้งพืชผัก ผลไม้ สมุนไพรไทย และสุราไทย ไปเผยแพร่ความเป็นไทย อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนศาสตร์ความรู้เกี่ยวกับการผสมเครื่องดื่ม กับบาร์ต่างๆ ในต่างประเทศ โดยในการ Road show จะจัดทั้งหมด 8 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, อินเดีย, ลาว และประเทศฝรั่งเศส เพื่อเพิ่มโอกาสให้แก่บาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตในสายงานได้มีโอกาสเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์สู่ระดับเวิลด์คลาสอีกด้วย ขณะนี้มีผู้ประกอบการธุรกิจบาร์ได้ตอบรับเข้าร่วมกับ Thailand Cocktail Festival กว่า 47 บาร์ชั้นนำทั่วประเทศไทย และกำลังให้ความสนใจเข้าร่วมอีกเป็นจำนวนมาก”

47 บาร์ชั้นนำทั่วประเทศไทย ที่ตอบรับเข้าร่วม THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2022

กรุงเทพมหานคร : เทพบาร์, Bar Scofflaws, The Bamboo Bar, Vesper, Crimson Room, Rabbit Hole, Gir, Eat Me, The Key Room No.72, Havana Social, Bar Marco, Kilik Social Club, Opium Bar, Mahaniyom Cocktail Bar, Midsummer Night’s Dream, The Bar at The House on Sathorn, Tropic City, Revolucion Cocktail Bangkok, Sorrento, Thaipioka, Root, The Deck, Hyde & Seek Athenee, Cinema Club, Bar 335, Sugar Ray You’ve Just Been Poisoned

เชียงใหม่ : Bitter Truth Cocktail Bar, Midlife Crisis, นะ-รัร-ฬา, THUUB Bar, The White Rabbit

พัทยา : The Forest by The Sky, The Oxygen Beachfront Oasis

ขอนแก่น : The Gentle, Pixel Cocktail Bar, Realizegallery Cocktail Bar

สมุย : Chez Khun Ying Restaurant and Bar, Moonrise Beach Bar & Seafood Koh Samui, Coco Tam’s, B House, Suvarn Bar, Salt Society, Tiki Box

ภูเก็ต : Dibuk House Mixology Bar, Mizulim, CLUB NO.43, Sn50 Bar

#TravelEatDrinkReview #Cocktail #Pasta #รีวิวคาเฟ่ #รีวิวบาร์ #BarReview #CafeReview

Greyhound Ratyo เกรฮาวด์ คาเฟ่ สาขาใหม่เปิดแล้วที่ ดิ อเวนิว รัชโยธิน (เมเจอร์ รัชโยธิน) กับคอนเซ็ปต์ Cozy at day, Party at night

เปิดตัว Greyhound Ratyoชวนชิมเมนูสตรีทฟู้ดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ร้านใหม่ Cozy at day, Party at night.

Greyhound Café (เกรฮาวด์ คาเฟ่) ร้านอาหารฟิวชั่น เปิดตัว Greyhound Ratyo (เกรฮาวด์ รัชโย) สาขาใหม่ ดิ อเวนิว รัชโยธิน กับคอนเซ็ปต์ Cozy at day, Party at night.  เพื่อตอบรับทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่พร้อมเต็มที่กับชีวิตตลอดทั้งวัน และครั้งแรกกับบรรยากาศร้านนั่งดื่มพร้อมเสียงเพลงทุกค่ำคืน  โดยยังคงไม่ทิ้งลวดลายความครีเอทีฟกับเมนูใหม่ที่เน้นอาหารสตรีทฟู้ดในรสชาติที่ทุกคนคุ้นเคยมาให้ลิ้มลอง

Greyhound Café สาขา ดิ อเวนิว รัชโยธิน หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “Greyhound Ratyo” เป็นสาขาที่ 21 กับสไตล์การตกแต่งของสาขาที่ต่างไปจากสาขาอื่น ๆ ซึ่งจากเดิมเป็นสไตล์ Modern and Contemporary ให้ความรู้สึกดิบๆ ปนความเท่  แต่สำหรับสาขา Greyhound Ratyo นี้จะเป็นสไตล์  Cozy at day. Party at night. ที่ช่วงกลางวันจะถูกดีไซน์ให้มีความ Cozy & Homey อบอุ่นเหมือนกินข้าวอยู่ที่บ้าน และเป็นที่นั่งดื่มสังสรรค์ในตอนเย็นแบบชิล ๆ พร้อมสนุกไปกับเสียงดนตรีในทุกค่ำคืน เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ให้เอ็นจอยกับชีวิตแบบเต็มที่ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน

สำหรับเมนูอาหาร Greyhound Ratyo ได้จัดทำเมนูพิเศษที่ยกวิถีของอาหารกินเล่น หรือสตรีทฟู้ดในกรุงเทพฯ
มา Twist กับสูตรเด็ด สูตรลับ สูตรเก่าแก่ของ Greyhound เพื่อให้ความสุขในการทานเป็นของทุกคน และพิเศษกับ 16 เมนูใหม่ที่มีเฉพาะสาขานี้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น

เมนูเรียกน้ำย่อย

Chubby Wontons (เกี๊ยวกรอบทอดไส้ทะลัก)  เกี๊ยวทอดสอดไส้หมูเด้งแน่น ๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มไก่ หวาน นุ่ม กรอบ อร่อย เคี้ยวเพลิน

The Middle Row (หมึกบดแถวกลาง) หมึกบดขนาดกลางเนื้อเหนียวนุ่ม ย่างไฟอ่อนจนหอม ทานคู่กับน้ำจิ้มถั่วคั่วโบราณสูตรพิเศษ

Crispy Cube Tofu (เต้า (ไม่) หู้) เต้าหู้เห็ดหอมทอดแบบกรอบนอกนุ่มในโรยด้วยกระเทียมกรอบปรุงรสสูตรลับ ทานคู่กับน้ำจิ้มถั่วคั่วโบราณสูตรพิเศษ

Spicy Beans Salad (ปลาข้าวสารยำถั่วกรุบ) ปลาข้าวสารตากแห้งทอดกรอบ พร้อมถั่วปากอ้า ถั่วลิสงเม็ดใหญ่ และถั่วทอดกรอบ ยำกับเครื่องสมุนไพรหลากชนิด

Minced Pork and Salted Fish Toast (ปังหน้าหมูปลาเค็ม) หมูสับที่คลุกเคล้ากับซอสปลาเค็มสูตรลับกับไข่แดงเค็มวางบนขนมปังที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปทอดจนเป็นสีเหลืองทอง ทานคู่กับน้ำอาจาดรสเปรี้ยวหวาน เข้ากันอย่างลงตัว

Deep Fried Squids (หมึกแดดเดียว) หมึกไข่แดดเดียวเนื้อแน่น ทอดจนสีเหลืองทอง ทานคู่กับซอสพริก อร่อยเคี้ยวเพลินจนหยุดไม่ได้ เป็นเมนูฟิวชั่นสุดครีเอท โดดเด่นตั้งแต่หน้าตาอาหารไปจนถึงรสชาติอาหารดี ๆ แบบไม่ซ้ำใคร

Very Zap Wings (ปีกไก่หมักพริกเกลือ) ปีกไก่หมักเครื่องเทศสูตรพิเศษทอดจนเหลืองกรอบ โรยด้วยกระเทียมกรอบปรุงรสสูตรลับหลังร้าน กินได้ไม่หยุดจนต้องสั่งเพิ่ม

Pork Party Patties (หมูทอด ตึกโป๊ะ)  หมูสับกับซอสปลาเค็มสูตรลับและไข่แดงเค็ม นำไปทอดจนเป็นสีเหลืองทอง ทานคู่กับเครื่องเคียงสมุนไพร

The Five Sausages (ไส้กรอกรวม) ไส้กรอกหมูคุณภาพดี 5 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอกหมูรมควัน, ไส้กรอกคนักกี้, ไส้กรอกโชริโซ่, ไส้กรอกมานไฮเมอร์ และไส้กรอกเนินเบอเกอร์ ย่างด้วยไฟอ่อน กรอบนอก ฉ่ำใน พร้อมน้ำจิ้ม 3 แบบ ทั้งมัสตาร์ด, ซีฟู้ด และบาร์บีคิว เสิร์ฟพร้อมผักดองสูตรเกรฮาวด์

อาหารจานหลัก

Crispy Pork Knuckle (ขาหมูทอดกร๊อบบบบ)  โดยเลือกใช้เฉพาะขาหน้าของหมู เพราะมีเนื้อเยอะกว่าขาหลัง หมักด้วยสมุนไพร ทอดจนหนังกรอบ เนื้อชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม 3 แบบ    อย่างวาซาบิมาโย, ซีฟู้ด และน้ำพริกมะขามสูตรลับหลังครัว

Spicy Squid Salad (ลาบปลาหมึกไข่จุก) หมึกไข่ขนาดกำลังพอดีย่างไฟอ่อนจนหอม นำมาคลุกเคล้าเครื่องลาบสูตรเกรฮาวด์ หอมข้าวคั่วรสชาติถึงใจ

Platu Platu Set (ชุดข้าวแมว) ปลาทูนางงามแม่กลองตัวโต แกะแบบไร้ก้าง คลุกเคล้ากับข้าวสวยและน้ำปลาสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงนานาชนิด อร่อยจนแมวต้องร้องไห้

Spicy E-Sarn Style Rice Vermicelli Salad  (ยำขนมจีนไฮโซ) ขนมจีนเส้นสด ปลาทูแม่กลองแบบไร้ก้าง คลุกเคล้ากับน้ำยำปลาร้ารสเด็ด โรยด้วยปลาข้าวสาร กากหมูเจียว พริกแห้งทอด สะตอสดพร้อมผักแนม

Stir-Fried Prawn Bitter Bean and Shimp Paste (ข้าวกุ้งสะตอผัดกะปิ) กุ้งตัวโต หมูสับ สะตอสดแบบไม่แช่น้ำ ผัดกับซอสกะปิสูตรเด็ดเกรฮาวด์ ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ และไข่เป็ดต้มยางมะตูม เข้ากันอย่างลงตัว

Pork Party Patties On Rice (ข้าวหมูทอดตึกโป๊ะ) ข้าวสวยร้อนๆ ทานคู่กับหมูสับซอสปลาเค็มทอด อิ่มอร่อยลงตัว เสิร์ฟพร้อมซุปประจำวันและน้ำปลาพริกสูตรพิเศษ

Fried Salmon With Chilli and Salt  (ข้าวหน้าปลาแซลมอนทอดพริกเกลือ)  ปลาแซลมอนหั่นเต๋าทอดจนเหลืองกับซอสสูตรเด็ด  โรยด้วยพริกสดทอดกรอบและกระเทียมกรอบปรุงรสสูตรลับหลังร้าน เสิร์ฟพร้อมซุปประจำวันและน้ำปลาพริกสูตรพิเศษ

ร้าน Greyhound Ratyo  สาขา ดิ อเวนิว รัชโยธิน
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 24.00 น.
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อจองโต๊ะหรือสั่งอาหารได้ที่ LINE @greyhoundcafe
เว็ปไซต์ :  www.greyhoundcafe.co.th/
Facebook : https://www.facebook.com/GreyhoundCafe
Instagram  : @greyhoundcafe
การเดินทาง ลงสถานี BTS รัชโยธิน เดินผ่าน Major Cineplex ไป ดิ อเวนิว ด้านหลัง
พิกัด https://goo.gl/maps/7hbk8q9jhFoknFnx6

ช่วงเวลาแห่งความสุข รีวิว ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก กับ Meridian Cruise ในรอบ Sunset 

ผมเคยไปดื่มด่ำบรรยากาศล่องเรือในรอบค่ำมาบ้างแล้ว แต่ผมบอกเลยนะครับว่า รอบ Sunset ของเรือ Meridian Cruise นี้มันดีมากจริงๆ นอกจากไลน์อาหารจะอร่อยอยู่แล้ว แต่บรรยากาศยามเย็น 2 ริมน้ำเจ้าพระยา ที่เรือล่องผ่านแลนด์มาร์กสำคัญๆ นั้น สวยงามมากๆ และที่พลาดไม่ได้เลย เราสามารถถ่ายรูปเช็คอินในช่วงที่แสงกำลังสวยที่สุดอีกด้วย ดังนั้นทุกภาพ ทุกโมเม้นท์ จะออกมาปังจนเพื่อนๆอิจฉาแน่นอน!!

ช่วงเวลาแห่งความสุข รีวิว ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก กับ Meridian Cruise ในรอบ Sunset 

ในวันที่ล่องเรือ ผมเดินทางมาถึง ไอคอนสยาม ก่อนเวลาเช็คอิน พอสมควร จึงใช้เวลาเดินช้อปเพลินๆ แต่ยังไม่ได้กินอะไรนะครับ เพราะกะจะไปจัดแบบเต็มอิ่มบนเรือ เมื่อถึงเวลานัด ประมาณ 16.15 ผมก็เดินมาเช็คอินบริเวณท่าเรือ รอไม่นานประมาณ 16.30 น. เรือ Meridian Cruise ลำใหญ่ ขาวสะอาด ก็มาเทียบท่าเพื่อต้อนรับพวกเราขึ้นเรือ เรือจะมี 2 ชั้น แน่นอนว่า ผมต้องเลือกนั่งข้างบนอยู่แล้ว เพราะด้านบนเปิดโล่ง โต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่ชิดติดขอบเรือ ทำให้เห็นวิวริมฝั้งแม่น้ำเจ้าพระยาแบบจึ้งเต็มตา !!

เมื่อเรือ Meridian Cruise ออกจากท่า สักพักไลน์อาหารนานาชาติสุดอลังก็เปิดให้พวกเราไปเลือกตัก อาหารที่มีให้เลือกเยอะมากจนไม่รู้จะเลือกกินอะไรก่อนดี แต่ที่ผมเล็งไว้ลำดับแรกเลยคือ น้องแซลม่อนสีส้มสวยของโปรดของผม ผมเริ่มเดินสำรวจไลน์อาหารบุฟเฟต์ ที่เราสามารถกินได้ไม่อั้น มีอาหารหลากหลาย ถ้าเป็นพวก Appertiser เช่น Cold cut , ส้มตำ , ยำสมุนไพร , น้ำพริก , สลัดต่างๆ มาต่อที่ซุป ก็จะมี ซุปเสฉวน , ซุปเยื่อไผ่เห็ดหอม , ต้มยำกุ้ง มาถึงส่วนอาหารหลัก ก็จะมี กุ้งแม่น้ำย่าง ,หอยซิซิลี , แซลม่อยซาซิมิ , ซูชิ , ปูอัด , ไก่ผัดเม็ดมะม่วง , แกงเขียวหวานไก่ยอดมะพร้าว กินกับข้าว หรือขนมจีน ก็ได้, ไก่ซอสบาร์บีคิว , ทอดมันกุ้ง, ผัดผักสี่สหาย , ผัดไทย ,มันฝรั่งอบชีส , สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศหอยลาย , ข้าวผัดไข่ , แกงชีสอินเดีย , ไก่ย่างเครื่องเทศ , แกงถั่ว ,แป้งนาน ในส่วนของผลไม้ และขนมหวานก็มีให้เลือกเยอะพอสมควร เช่น ขนมไทยอย่างพวก ทองหยอด ,เม็ดขนุน ,ขนมชั้น ส่วนขนมหวานก็พวก พานาคอตต้า , แครมบูเล่ , เค้กรสต่างๆ รวมถึงผลไม้ อย่าง แตงโม, สัปปะรด, แก้วมังกร ในส่วนของเครื่องดื่มที่รวมในบุฟเฟ่ต์ก็จะเป็นน้ำเปล่า ถ้าอยากดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีเช่นกัน สอบถามราคาจากพนักงานบนเรือได้เลยครับ

หลังจากสำรวจไลน์อาหารแล้ว ผมก็เลือกตักมาทาน จะบอกว่าอาหารอร่อยมาก แถมการกินอาหารพร้อมชมวิวสวยๆระหว่างทาง ทำให้รสชาติอาหารพิเศษขึ้นไปอีกได้จริงๆ ถ้าการมาครั้งนี้เป็นการมาเดทคงจะโรแมนติก เก็บโมเม้นต์นี้กลับบ้านไปแบบแฮ้ปปี้สุดๆ

ระหว่างทานอาหารผมก็ไม่ลืมที่จะสัมผัสบรรยากาศช่วง Sunset สองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างผ่านจุดแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพ ก็ไม่พลาดถ่ายรูปเพื่อที่จะเช็คอินใน Instagram จุดสำคัญๆที่เรือ Meridian Cruise แล่นผ่าน อาทิ ไอคอนสยาม ,กรมเจ้าท่า , สะพานพระปกเกล้า , สะพานพระพุทธยอดฟ้า , ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค , วัดกัลยาณมิตร , วัดโพธิ์ ,ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ,วัดอรุณราชวราราม ,พระบรมมหาราชวัง ,วัดระฆังโฆสิตาราม , ท่ามหาราช ,ท่าเรือวังหลัง, ป้อมพระสุเมรุ ,สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ,สะพานพระราม 8 จะเห็นได้ว่าการมาล่องเรือเที่ยวนี้ สามารถเก็บจุดหมายสำคัญๆได้ครบเลยทีเดียว โดยการล่องเรือจะวนมาถึงท่าเรือของ ไอคอนสยาม เวลาประมาณ 18.45 น.

Meridian Cruise รอบ Sunset เค้าจะเปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ และนักขัตกฤษ์ เท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าใครอยากมาสัมผัสบรรยากาศแบบผมจะต้องรีบจองกันล่วงหน้าไว้เลย ราคาผู้ใหญ่อยู่ที่ 599 บาท ส่วนเด็ก 500 บาท

Meridian Cruise รอบ Sunset
Meridian Cruise รอบ Sunset

แต่ถ้าใครชอบชมแสงไฟยามค่ำ ก็เลือกมาล่องเรือ Meridian Cruise รอบ Dinner ก็ได้ครับ เค้าเปิดให้บริการทุกวัน เรือก็จะบริการเวลา 19.45 น. – 21.45 น. จันทร์-ศุกร์ ราคาผู้ใหญ่อยู่ที่ 650 บาท ส่วนเด็ก 550 บาท เสาร์-อาทิตย์ ราคาผู้ใหญ่อยู่ที่ 750 บาท ส่วนเด็ก 600 บาท

Meridian Cruise รอบ Dinner
Meridian Cruise รอบ Dinner

ราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ยังไงก่อนจองก็สอบถามเข้าไปที่ Meridian Cruise ก่อนนะครับ

Meridian Cruise
TEL : 02 087 7747,094 419 9965, 066 115 1464
Line : meridian.cruise
Line​ @: https://lin.ee/cxrkttZ
E-mail : info@meridiancruise.co.th

ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก กับ Meridian Cruise ในรอบ Sunset 
ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก กับ Meridian Cruise ในรอบ Sunset
ไลน์อาหารบุฟเฟต์
ไลน์อาหารบุฟเฟต์

#MeridianCruise
#thefloatinghappipness
#ล่องเรือดินเนอร์ #ล่องเรือดินเนอร์เจ้าพระยา

Piccolo Viccolo คาเฟ่ลับย่านราชเทวี-บรรทัดทอง

Piccolo Vicolo คาเฟ่ที่รีโนเวตตึกแถวเก่าอายุกว่า 50 ปี ให้กลายเป็นคาเฟ่ลับย่านบรรทัดทอง ร้านตั้งอยู่ในซอยเล็กๆใกล้ๆกับโรงเรียนกิ่งเพชร เป็นหนึ่งในโครงการ “กาลิเลโอ โอเอซิส” ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ ตัวคาเฟ่สุดเท่ มีพื้นที่ให้เราได้เลือกชิลล์ได้ทั้งด้านใน และด้านนอก ซึ่งมีต้นไม้เขียมครึ้มให้ได้ผ่อนคลายหย่อนใจด้วย
การเดินทางมาที่สะดวกที่สุด แนะนำให้มาลง BTS สถานี ราชเทวี แล้วเดินลัดเลอะซอยมาอีกไม่เกิน 1 กิโล แต่ถ้าใครไม่อยากเดินก็เรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาก็ได้ ส่วนรถส่วนตัวไม่แนะนำเลยเพราะหาที่จอดลำบากสุดๆ

ที่ตั้ง Piccolo Vicolo

535/32 ตรอกวัดพระยายัง ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
เปิดทุกวัน 9.00-17.00 น. (ปิดเฉพาะวันอังคาร)
โทร.06-5816-8982