ตามรอยเส้นทางสู่อิสรภาพของอเมริกากับ Freedom Trail ใน Boston

สิ่งที่ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาน่าค้นหา นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมแล้ว หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีตที่เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งประเทศ จนเกิดการรวมชาติที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน

การมาเที่ยวบอสตัน ครั้งนี้จะไม่สมบูรณ์เลยถ้าขาดการเติมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ผ่านตึกรามบ้านช่อง วิหาร และ อาคารต่างๆ โดยเรื่องราวสู่อิสรภาพของสหรัฐอเมริกาในเมืองบอสตันถูกเรียกว่า Freedom Trail

ฟรีดอมเทรล หรือ Freedom Trail ในเมือง บอสตัน นั้น ได้ถูกจัดการให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆนั้น เดินเที่ยวชม และศึกษาประวัติศาตร์การสร้างชาติ การปฏิวัติ การเกิดขึ้นของวีรบุรุษที่เราคุ้นชื่อ อย่างง่าย และได้ความรู้อย่างแน่นเอี๊ยดเลยทีเดียว

การเดินชมเส้นทาง Freedom Trial นั้น เมืองบอสตันได้วางอิฐบล็อคบนถนนเป็นเส้นยาวผ่านอาคารบ้านเรือน และสถานที่สำคัญๆ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดสุดท้าย ดังนั้นผมรับรองว่าถ้าเดินตามเส้นที่ขีดไว้นี้ไม่มีทางหลงแน่นอน พร้อมทั้งยังเก็บได้ครบทุกสถานที่ในเส้นทาง ที่สำคัญ สถานที่ส่วนใหญ่แล้วนั้นไม่เก็บค่าเข้าชม ก็จะมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เก็บค่าเข้าชม เช่น the Old South Meeting House, the Old State House และ the Paul Revere House นอกนั้นไม่ต้องจ่าย หรือจะบริจาคก็ได้

ขอลงรูปตัวเองด้วยนะครับ :p เพราะในภาพมีเส้นที่พื้น เป็นเส้นทางเดิน Freedom Trail

เรามาเริ่มการเดินชมเส้นทางแห่งอิสรภาพนี้กันเลยครับ โดยจุดเริ่มจะอยู่ในส่วนย่านดาวน์ทาวน์กลางเมือง ที่ Boston Common และไปสิ้นสุดที่ Bunker Hill Monument รวมสถานที่ประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น 16 แห่ง

    1. Boston Common
    2. Massachusetts State House
    3. Park Street Church
    4. Granary Burying Ground
    5. King’s Chapel and Burying Ground
    6. Benjamin Franklin statue and former site of Boston Latin School
    7. Old Corner Bookstore
    8. Old South Meeting House
    9. Old State House
    10. Site of the Boston Massacre
    11. Faneuil Hall
    12. Paul Revere House
    13. Old North Church
    14. Copp’s Hill Burying Ground
    15. USS Constitution
    16. Bunker Hill Monument

Boston Common

สวนแห่งนี้คือสวนสาธารณะกลางเมือง ที่ครองตำแหน่งสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1634 หรือเกือบจะ 400 ปีแล้ว นานมากก และอาจจะไม่ผิดถ้าคิดว่าที่นี่คือสวน Central Park ใน New York เวอร์ชั่นย่อส่วน เพราะที่นี่มีทั้งคนในเมือง และ นักท่องเที่ยว มาเดินเล่น นอนอาบแดด เล่นบอล หรือแม้แต่ประท้วง!! ใครมาถึงแล้วก็อย่าลืมไปขอข้อมูลการเที่ยวเมืองบอสตันได้ที่ศูนย์ Visitor Center นะครับ แล้วเราก็เริ่มเดินตามเส้นสีแดงตามพื้นมุ่งหน้าสู่ Beacon Hill ไปสถานที่ต่อไปกันเลย

Massachusetts State House

อาคารที่มียอดโดมสีทองเด่นมาแต่ไกล ที่นี่คืออาคารรัฐสภาของมลรัฐ Massachusetts ซึ่งเป็นออฟฟิศของผู้ว่าการรัฐ ตั้งอยู่บนเนินที่เรียกว่า Beacon Hill

Park Street Church

สร้างขึ้นในปี 1809 อยู่ตรงหัวมุมถนน Park และ Tremont ที่นี่เคยเป็นสถานที่วางแผนการเลิกทาส ของนักขบวนการเลิกทาส และเหตุการณ์ ในอดีตเป็นเหมือนสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองบอสตัน ที่แสดงความไม่สิ้นสุดความเป็นผู้นำของเมืองบอสตันในช่วงยุคสงครามปฏิวัติ

Granary Burying Ground

สุสานเก่าแก่ข้างๆกับ Park Street Church มีศพถูกฝังตั้งแต่ยุคแรกที่คนมาตั้งรกรากที่นี่ ย้อนกลับไปเมื่อปี 1660 เลยทีเดียว ป้ายหน้าหลุมฝังศพส่วนมากสลักด้วยรูปหัวกระโหลก และปีก นิกาย พิวริตัน โดยหลุมฝังศพคนดังเช่น Paul Revere, John Hancock และ Samuel Adams

King’s Chapel

เป็นโบสถ์แรกในเมืองบอสตันที่ไม่ใช่ของนิกายพิวริตัน สถาปัตยกรรมเป็นแบบจอร์เจีย และ ประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษของบอสตัน เดิมโครงสร้างเป็นไม้ สร้างในปี 1688 และต่อมาใช้หินสร้างครอบทับอีกทีแล้วจึงรื้อโครงไม้เดิมทิ้งไป

Boston Latin School

โรงเรียนสร้างเสร็จในปี 1645 เป็น public school ที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา บุคคล 5 คนที่มีส่วนสำคัญในการประกาศอิสรภาพของอเมริกาก็เรียนที่โรงเรียนนี้ คือ Franklin, Samuel Adams, John Hancock, Robert Treat Paine และ William Hooper ที่นี่ยังมีรูปปั้นของ Benjamin Franklin เขาย้ายไป  Philadelphia ก่อนที่จะจบการศึกษา

ร้านกาแฟ Starbucks สาขาติดกับ Boston Latin School

Old Corner Book Store

อาคารนี้เป็นหนึ่งอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองบอสตันที่อยู่รอดปลอดภัยจากสงครามนานหลายปี เป็นตึกย่านธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา ร้านหนังสือนี้ถูกสร้างในปี 1718 เป็นศูนย์รวมสมาคมนักกวี นักเขียน ของเมืองบอสตัน อาทิ Ralph Waldo Emerson, Louisa May Alcott และ Nathaniel Hawthorne แต่ตอนนี้ไม่ใช่ร้านหนังสือแล้ว แต่กลายเป็นร้าน Chipotle

Old South Meeting House

สถานที่สำคัญที่ Samuel Adams ได้กล่าวเพื่อชวนฝูงชนให้เกิดเหตุการณ์ไปเทใบชาของอังกฤษทิ้งในอ่าวบอสตันเพื่อทำการต่อต้านภาษีใบชาที่มาจากความไม่เป็นธรรมเป็นชนวนนำไปสู่สงครามการปฏิวัติอเมริกา

Old State House

ถูกสร้างในปี 1713 เคยเป็นที่ประชุมของสมาชิกสภานิติบัญญัติเมืองบอสตัน จนกระทั่งรัฐบาลอังกฤษเข้ามาบริหาร

ตรงบริเวณลานด้านหน้า Old State House นี้ เรียกว่า The Boston Massacre ซึ่งในระหว่างการปฎิวัติมีช่วงที่มีการปะทะกันระหว่างชาวบอสตันกับกองทัพอังกฤษ ทำให้มีประชาชน 5 คนเสียชีวิตจากการถูกยิงบริเวณนี้

Faneuil Hall และ Quincy Market 

ตลาดเก่าแก่ประจำเมือง แบ่งเป็นตลาดฝั่งใต้ (South Market) ตลาดฝั่งเหนือ (North Market) และตลาดควินซี่ (Quincy) มีร้านอาหารมากมาย และยังเป็นแหล่งงานฝีมือสินค้าพื้นเมือง มีการแสดงเปิดหมวกมากมาย 

พอมาถึงตรงนี้เหล่าพลพรรคพี่ๆน้องๆที่มาด้วยกันต่างเหนื่อย และหิว เลยแวะทานอาหารในตลาดควินซี่ แล้วก็เลยตัดสินใจไปเที่ยวสถานที่อื่นในบอสตันกันต่อ เลยจบ Fredom Trail ไว้ตรงนี้ แต่ผมได้ไปหาข้อมูลมาเผื่อใครมาแล้วมีแรงเดินต่อก็ไปต่อได้เลยนะคร้าบบบ ^_^

Paul Revere House

บ้านของ Paul Revere ช่างเงินที่มีชื่อเสียงของประเทศ ที่นี่รวบรวมคอลเลคชั่นเครื่องประดับของเขาไว้ให้ได้ชมกัน ส่วนตัวบ้านนั้นเป็นสไตล์อเมริกันยุดบุกเบิก

By gocity.com

Old North Church

ด้านหน้าของ Old North Church เป็นส่วนของลานกว้างเป็นที่ตั้งของรูปปั้น Paul Revere ที่กำลังขี่ม้านเตือนชาวเมืองให้ระวังภัยจากกลุ่มติดอาวุธ

ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ถึงประวัติศาสตร์ของที่นี่ แต่ก็ยังควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม เพราะที่นีคือ โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในบอสตันที่ยังเหลือรอดมาถึงวันนี้

By Adavyd (Own work) [CC BY-SA 3.0], via Wikimedia Commons

Copp’s Hill Burial Ground

ที่นี่เป็นเนินสูง สามารถมองไปเห็นวิวส่วน North End และ แม่น้ำบอสตันได้ คุ้มค่าแก่การปีนขึ้นมา ซึ่งสุสานนี้เก่าแก่เป็นอันดับที่สองรองลงมาจาก King’s Chapel

By Jan Miller (Own work) [CC BY-SA 3.0], via Wikimedia Commons

U.S.S. Constitution

เมื่อเดินข้ามสะพาน Charlestown Bridge มาถึงที่จอดเรือ ที่นี่สร้างในปี 1797 และมีเรือรบเรือทหารสัญญาบัตรที่เก่าแก่ที่สุดในโลกโชว์อยู่ และมีพิพิธภัณฑ์ U.S.S. Constitution Museum ให้เข้าชมด้วย 

By (U.S. Navy photo by Seaman Matthew R. Fairchild/Released) 140704-N-OG138-866 (https://www.flickr.com/photos/usnavy/14595957594/) [Public domain], via Wikimedia Commons

Bunker Hill Monument

หลังจากไต่ถนนแคบๆอย่าง Charlestown ขึ้นมาถึงด้านบนก็จะพบกับอนุสรณ์สถานแก่การต่อสู้ที่ Bunker Hill เป็นเสาโอเบลิสก์สูงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า พอมาถึงที่นี่ก็ถือว่าสิ้นสุดเส้นทาง Freedom Trail ของเมืองบอสตันแล้ว

Image Credit: Brandon Turner

หลังจากเดินจนชมจนครบทุกสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของบอสตันบนเส้นทาง Freedom Trail แล้ว หลายคนอาจจะเหนื่อย แต่ผมว่ามันคุ้มค่ากับความเหนื่อยเหล่านั้น เพราะเราจะได้เติมเต็มความรู้ ความเข้าใจของประวิศาสตร์อเมริกา เพื่อเราจะได้ไปเที่ยวต่อในสถานที่ต่างๆได้อย่างเข้าใจมากขึ้น ก็จะทำให้เที่ยวได้สนุกขึ้นอีกด้วย

แผนที่ เดิน เที่ยว Boston Freedom Trail
แผนที่ เดิน เที่ยว Boston Freedom Trail

ลุยทุ่งลาเวนเดอร์ 3สวน ฟุระโนะ-บิเอะ แบบคัดแล้วเน้นๆ ไปเองด้วยรถไฟง่ายๆ #Furano #Biei #Hokkaido

ใครไปฮอกไกโด ฤดูร้อนแบบนี้ คนที่รักดอกไม้หลากสี โดยเฉพาะคนที่รักดอกลาเวนเดอร์จะต้องฟิน!!! วันนี้ผมได้รวบรวม 3 สวน ที่สามารถไปเดินเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ โดยเดินทางด้วยรถไฟจากเมืองซับโปโร แบบง่ายมากๆ และ 3 สวนนี้ ถือว่าไปแล้ว ครบ คุ้ม เน้น จริงๆ

1. Tomita Farm
ฟาร์มลาเวนเดอร์ที่ใครๆ ต้องรู้จัก กันดาวเด่นแห่งฟูราโนะ “ฟาร์มโทมิตะ” โดดเด่นกับทุ่ง 7 สี “อิโรโดริ” 
2. Shikisai no Oka
ฟาร์มชิกิไซ โนะ โอกะ มาพร้อมด้วยดอกไม้กว่า 30 ชนิด ปลูกสลับกับไป
3. Nakafurano Lavender EN 
ลานสกีฟุราโนะ ถูกเปลี่ยนไปเแปลงดอกลาเวนดอร์ เปลี่ยนเนินเขาโฮคุเซให้กลายเป็นสีม่วงสวย ขึ้นลิฟท์ไปด้านบนสุดเพื่อชมวิวสวบสุดฟิน

Tomita Farm

ฟาร์มลาเวนเดอร์ที่ถือว่าเป็นพระเอกของฟูราโนะ “ฟาร์มโทมิตะ” โดดเด่นกับทุ่ง 7 สี “อิโรโดริ” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมลาเวนเดอร์ด้วย อาทิ สาธิตการทำน้ำมันหอมระเหย กิจกรรมเวิร์คช็อปต่างๆ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และ ห้ามพลาดกับไอศกรีมลาเวนเดอร์แสนอร่อยของที่นี่ พร้อมชิมเมล่อนหอมหวาน กินไปชมดอกไม้ไป ไม่มีอะไรที่แฮปปี้กว่านี้อีกแล้ว!!

การเดินทาง
ด้วยรถไฟสายพิเศษ ฟุระโนะ บิเอ โนรกโกะ (Furano Biei Norokko Train) จากสถานี Sapporo โดยสารรถไฟ LTD. EXP LILAC ไปลงที่สถานี Asahikawa ใช้เวลา 85 นาที แล้วค่อยต่อรถไฟ Furano Biei Norokko Train ที่นั่น เพื่อมาลงหน้าฟาร์ม Tomita เลย
หรือจะนั่งยาวๆมาจาก Sapporo โดยนั่ง JR ลง Naka-furano เดินต่อ 25 นาที

ที่อยู่ : Kisen Kita 15-go, Nakafurano-cho, Sorachi-gun
โทร : +81-167-39-3939
Web : http://www.farm-tomita.co.jp/en/

Nakafurano Lavender EN

ลานสกีฟุราโนะในฤดูหนาวที่หิมะปกคลุม หลังจากหิมะละลายที่เนินเขานี้จะถูกเปลี่ยนไปแปลงดอกลาเวนดอร์ กลายเป็นสีม่วงสโลปจากบนถด้านล่าง ที่นี่อยู่ใกล้กับสถานี JR Naka-Furano ใครไปที่ Tomita Farm มาแล้ว ก่อนจะขึ้นรถไฟกลับ ก็แวะมาฟินต่อได้อีกหนึ่งที่ แต่ที่นี่จะสวยต่างจากที่นั่นเพราะวิวมุมสูง ให้ขึ้นกระเช้านั่งห้อยขาขึ้นไปด้านบนสุดเพื่อชมความงามของเมืองอย่างสุดลูกหูลูกตา วันไหนที่อากาศดีสามารถเห็นไปถึงเทือกเขาโทคาจิดาเกะได้

การเดินทาง
โดยรถไฟง่ายมากกก จากสถานร JR Nakafurano เดินผ่านเมืองที่เงียบสงบ เพียง 10 นาทีเท่านั้น

ที่อยู่ : Nakafurano, Miyamachi 1-41
โทร : +81-167-44-2123

Shikisai no Oka

ที่สุดของฟาร์มดอกไม้ของเมืองบิเอ Biei กับฟาร์มชิกิไซ โนะ โอกะ มาพร้อมด้วยดอกไม้กว่า 30 ชนิด ปลูกสลับกับไปยาวนานถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใกล้ๆยังมีฟาร์มอัลปาก้าน่ารักๆให้ถ่ายรูป ด้านหน้ามีแลนด์มาร์กซึ่งนำม้วนฟางมาทำเป็นตุ๊กตาตัวใหญ่ ที่นี่แนะนำให้ชิมซอฟท์ครีมลาเวเดอร์ ที่ก่อนจะกินก็สามารถถ่ายรูปลง IG สวยๆก่อนก็ได้ แต่ขอเตือนว่าลมแรงทำให้ละลายเร็มมากๆ 55+ การชมสวนดอกไม้นั้น ใครแรงดีก็เดินชมตามเนินเขา สู่ อีกเนินเขาได้ ส่วนใครอยากชิลล์ ก็สามารถนั่งรถพ่วงอีแต๋นไปลงตามจุดต่างๆก็ได้ ในอาคารที่พักนั้น มีร้านอาหาร มุมขายผัก และของฝากมากมายจากเมืองบิเอให้เราได้เลือกซื้อเลือกชมกัน

การเดินทาง
ด้วยรถไฟ 15 นาที เดินทางมาลงสถานี Bibaushi แล้วต่อ Taxi ประมาณ 1200¥
ส่วนผมเดินไป ชมทุ่งหญา ทุ่งข้าวบาเลย์ไป ประมาณ 2 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที อากาศไม่ร้อน เดินชิลล์ๆ

ที่อยู่ : Biei, Shinsei dai 3
โทร : +81-166-95-2758
Web : http://www.shikisainooka.jp/english/index.html

Floaters Homemade Ice cream ร้านไอศครีมโฮมเมด ซอยอารีย์ อร่อย คุณภาพแน่น

เมื่อเราเดินเล่นแบบไม่มีแผน เรามักจะเจอร้านที่คาดไม่ถึงเสมอ วันนี้ก็เช่นกัน ผมเดินชิลล์แบบไม่มีแผนว่าจะเข้าคาเฟ่ร้านไหนเป็นพิเศษ บริเวณแถวๆปากซอยอารีย์ แต่ในใจก็นึกแหละว่าจะไปร้านนี้ดีมั้ยน้าาา แต่พอไปถึงหน้าร้านกลับเปลี่ยนใจ จนกระทั่งกำลังจะเดินทางกลับโดย BTS ได้บังเอิญหลงเข้าไปในซอกเล็กๆ ที่มีภาพกราฟิตี้ถูกเพ้นท์ไว้ เมื่อเดินเข้ามาสู่ลานกว้างหลังอาคารพาณิชย์ที่ถูกรีโนเมทใหม่ในชื่อ “สนั่นนภา” เวิ้งนี้ถูกปรับปรุงเป็นร้านอาหาร คาเฟ่เล็ก ที่ปกคลุมด้วยไม้เลื้อยเต็มลาน

ผมได้ค้นพบกับบูธไอศครีมโฮมเมดที่เห็นเครื่องปั่นไอศครีมมาแต่ไกล ซึ่งเป็นเครื่องการันตีได้ว่าโฮมเมดแท้ๆแน่นอน ร้านมีชื่อว่า “Floaters Homemade Ice cream” วันนี้มีไอศครีมอยู่ด้วยกัน 6 รสชาติ จากปกติ 9รสด้วยกัน แต่เนื่องจากเจ้าของทำไม่ทันเลยมีเท่านี้ นี่คืออีกหนึ่งความโฮมเมด การผลิดทีละน้อยๆ แต่มีคุณภาพ พร้อมความใส่ใจของเจ้าของร้าน

"Floasters Homemade Ice cream"
“Floaters Homemade Ice cream” บูธเล็กๆ ที่ผลิตไอศครีมโฮมเมดที่นี่ในทุกเช้า

ไอศครีม 6 รส วันนี้มี Dark Chocolate , Hojicha, Macadamia, Malt Wafer, Peach Sherbet และ Strawberry Yoghurt โดยผมได้ลองกิน 4 รส อร่อยทุกรส และ รับรู้ได้ถึงคุณภาพของวัตถุดิบจริงๆ นอกจากนี้ยังมีรสชาติที่ไม่ได้ทำขายวันนี้คือ Ume Cranberry, Banoffee อีกอันจำไม่ได้จริงๆ 55+ น่าจะเป็น Green Tea มั้ง

วันนี้มี Dark Chocolate , Hojicha, Macadamia, Malt Wafer, Peach Sherbet และ Strawberry Yoghurt
วันนี้มี Dark Chocolate , Hojicha, Macadamia, Malt Wafer, Peach Sherbet และ Strawberry Yoghurt

นอกจากรสชาติไอศครีมที่อร่อยแล้ว ยังมีราคาที่ไม่สูงมากด้วย เพราะเจ้าของร้านอยากให้ทุกคนได้เข้าถึงความอร่อยได้ทุกคน โดย สกู๊ปใหญ่ 59 บาท แต่ถ้าอยากกิน 2 รส มีให้เลือกแบบ 2 สกู๊ปเล็ก 89 บาท เท่านั้น

วันนี้มี Dark Chocolate , Hojicha, Macadamia, Malt Wafer, Peach Sherbet และ Strawberry Yoghurt
วันนี้มี Dark Chocolate , Hojicha, Macadamia, Malt Wafer, Peach Sherbet และ Strawberry Yoghurt

ไม่ว่าจะสภาพอากาศแบบไหน ผมเชื่อว่าการได้กินไอศครีมรสชาติโปรดนั้นจะฟินมาก แถมเป็นไอศครีมที่อร่อยๆด้วยแล้วมันคือสวรรค์ของแท้ ใครได้ไปแถวซอยอารีย์ ก็สามารถแวะไปทักทายกับเจ้าของร้าน และเลือกชิมไอศครีมโฮมเมดรสชาติจัดเต็มได้นะครับ

ที่ตั้ง “Floaters Homemade Ice cream”

โครงการสนั่นนภา
ปากซอยพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์) ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

การเดินโดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีอารีย์ เดินเข้าซอยอารีย์ จากปากซอยเล็กน้อย ซอกเล็กๆจะอยู่ด้านซ้ายมือ

Dark Chocolate
ไอศครีมรส Dark Chocolate
ไอศครีมรส Dark Chocolate
ไอศครีมรส Dark Chocolate
เจ้าของร้าน ผลิตเอง ขายเอง
เจ้าของร้าน ผลิตเอง ขายเอง
ไอศครีมรส Hojicha
ไอศครีมรส Hojicha
ไอศครีมรส Macadamia
ไอศครีมรส Macadamia
ไอศครีมรส Macadamia
ไอศครีมรส Macadamia
ไอศครีมรส Peach ที่ผลิตจากพีชจริงๆ
ไอศครีมรส Peach ที่ผลิตจากพีชจริงๆ

 

8 สิ่งมหัศจรรย์แห่ง มัลดีฟส์ ณ จุดดำน้ำ 8 จุดสุดพิเศษ

เตรียมตัวสัมผัสประสบการณ์ 8 สิ่งมหัศจรรย์แห่งมัลดีฟส์

ออกสำรวจโลกใต้ทะเลของมัลดีฟส์ ณ จุดดำน้ำ 8 จุด ภายในโครงการ “ครอสโร้ดส์”
จุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนและสันทนาการครบวงจรแห่งแรกในมัลดีฟส์

เอ็มบูดู แคนยอน (Emboodhoo Canyon) หนึ่งจุดดำน้ำ 8 จุดสุดพิเศษ ที่รอให้นักดำน้ำมาค้นพบที่โครงการ “ครอสโร้ดส์” มัลดีฟส์
เอ็มบูดู แคนยอน (Emboodhoo Canyon) หนึ่งจุดดำน้ำ 8 จุดสุดพิเศษ ที่รอให้นักดำน้ำมาค้นพบที่โครงการ “ครอสโร้ดส์” มัลดีฟส์

18 กรกฎาคม 2562 – สิงห์ เอสเตท (Singha Estate) นับถอยหลังเปิดตัวโครงการ “ครอสโร้ดส์” (CROSSROADS) จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนแบบครบวงจรแห่งแรกในมัลดีฟส์ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยตัวโครงการตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติเวลานาเพียง 15 นาทีโดยสปีดโบ๊ท และอยู่ในระยะที่มองเห็นได้จากเมืองหลวงมาเล่ของสาธารณรัฐมัลดีฟส์ พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้มาเยือนหลากหลายกลุ่ม โดยหนึ่งในกิจกรรมที่โครงการครอสโร้ดส์เตรียมไว้ให้ผู้มาเยือนก็คือกิจกรรมดำน้ำ ณ จุดดำน้ำ 8 จุดสุดพิเศษ หรือ 8 สิ่งมหัศจรรย์ในมัลดีฟส์ พร้อมเปิดโอกาสให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสความงดงาม พร้อมเรียนรู้วิธีการอนุรักษ์ทรัพยากรและความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติของโลกใต้ทะเลของมัลดีฟส์ในเวลาเดียวกัน

  1. สำรวจแนวปะการังน้ำตื้นที่คอรัล วิลเลจ (Coral Village)

คอรัล วิลเลจ (Coral Village) เป็นจุดอนุรักษ์ปะการัง ขนาด 64,000 ตารางเมตร เป็นพื้นที่สงวนไว้เพื่อดูแลรักษาระบบนิเวศแนวปะการัง และเป็นจุดฟื้นฟูปะการังในธรรมชาติที่ได้จากการอนุบาลในห้องแล็บของศูนย์เรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre: MDC) เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางระบบนิเวศ โดยเปิดเป็นพื้นที่สำหรับศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของปะการังให้กับกลุ่มนักอนุรักษ์ โดยนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนสามารถดำน้ำเยี่ยมชมได้ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับความงามของแนวปะการังตามธรรมชาติของโลกใต้น้ำแห่งท้องทะเลมัลดีฟส์

 

  1. เยี่ยมชมประติมากรรมทูน่าใต้ทะเล (Tuna Sculptures) พร้อมเรียนรู้ทักษะการดำน้ำ

บนพื้นทรายใต้ทะเลที่ความลึกเพียง 6 เมตร ระหว่างโรงแรมซาย ลากูน มัลดีฟส์ (SAii Lagoon Maldives) และโรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ (Hard Rock Hotel Maldives) เป็นที่ตั้งของประติมากรรมทูน่า ซึ่งเป็นประติมากรรมใต้ทะเลแห่งเดียวของมัลดีฟส์  อีกทั้งเป็นจุดดำน้ำที่ปลอดภัยสำหรับผู้ฝึกดำน้ำทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังเริ่มต้นหรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเน้นการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถดำน้ำได้โดยไม่รบกวนระบบนิเวศทางทะเล ในบริเวณนี้นักดำน้ำจะได้พบกับสัตว์ทะเลหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ฝูงปลาการ์ตูนมัลดีฟส์ (Maldivian clownfishes) ที่อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเล เป็นต้น

  1. สนุกกับการดำน้ำตื้นตามแนวปะการังที่คอรัล การ์เดน (Coral Garden)

แนวอนุบาลปะการังน้ำตื้นที่วางตัวรายล้อมอยู่รอบวิลล่าเหนือน้ำ (Water Villa) ในพื้นที่ของโรงแรมซาย ลากูน มัลดีฟส์ (SAii Lagoon Maldives) และโรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ (Hard Rock Hotel Maldives) นอกจากจะเป็นพื้นที่ๆมีไว้สำหรับการขยายพันธุ์ปะการังแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น (Snokeling) เพื่อชมแนวปะการังอีกด้วย โดยนักดำน้ำจะได้พบกับหมู่ปลาสีสันสดใสและสัตว์น้ำอีกหลายสายพันธุ์

  1. ทักทายฝูงโลมาที่จุดชมพระอาทิตย์ตก (Sunset Point)

จุดชมพระอาทิตย์ตก (Sunset Point) นั้น นอกจากจะเป็นแนวปะการังน้ำตื้นซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์แล้ว ยังเป็นที่ๆผู้มาเยือนสามารถดื่มด่ำกับช่วงเวลายามพระอาทิตย์ตกได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย และถ้าโชดดี ผู้มาเยือนอาจจะมีโอกาสทักทายฝูงโลมาที่ว่ายน้ำแวะเวียนอยู่ที่ด้านนอกแนวน้ำลึกใกล้กับโครงการ

 

  1. เสริมความรู้ด้านปะการังที่คอรัล แพทช์ (Coral Patch)

ไม่ไกลจากเดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์ (The Marina at CROSSROADS Maldives) เป็นที่ตั้งของคอรัล แพทช์ (Coral Patch) พื้นที่สำหรับติดตามการเจริญเติบโตของปะการัง โดยเจ้าหน้าที่ Marine Biologist ของโครงการ โดยจุดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศแนวปะการังอย่างจริงจัง ซึ่งลักษณะพิเศษของปะการังในบริเวณนี้คือมีการเจริญเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็วคล้ายคลึงกับปะการังในบางจุดของประเทศไทย

  1. ศึกษาแหล่งพ่อแม่พันธุ์ปะการัง (Coral Recruit Site)

แหล่งพ่อแม่พันธุ์ปะการัง (Coral Recruit Site) คือจุดดำน้ำที่สงวนไว้ให้เฉพาะสำหรับนักชีววิทยาและนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลเท่านั้น โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาสำรวจแนวปะการังที่ผ่านพ้นเหตุการณ์ปะการังฟอกขาว (Coral Bleaching) ครั้งใหญ่ โดยปะการังเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งพ่อแม่พันธุ์ปะการังตามธรรมชาติ หากปะการังเหล่านี้มีการแตกหัก ทีมนักชีววิทยาทางทะเลของศูนย์เรียนรู้ทางทะเล จะเคลื่อนย้ายปะการังเหล่านี้ให้ไปอยู่ในความดูแลของ Marine Discovery Centre เพื่อขยายพันธ์และนำสู่แหล่งอนุบาลปะการังต่อไป

  1. สัมผัสกับโลกใต้น้ำอันน่าประทับใจ ณ แนวปะการังเฮลมุธ รีฟ (Helmuth Reef)

แนวปะการังเฮลมุธ รีฟ (Helmuth Reef) เป็นจุดดำน้ำที่มีลักษณะเฉพาะตัวของมัลดีฟส์ คือเป็นหน้าผาที่มีความชันและลึกจนสุดสายตาเหมาะสำหรับการดำน้ำลึก (Scuba Diving) ซึ่งนักดำน้ำจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับการสำรวจแนวปะการังหลายรูปแบบ ทั้งแนวปะการังน้ำลึก แนวปะการังน้ำตื้น และสันขอบแนวปะการัง พร้อมทั้งสัมผัสกับความสวยงามของโลกใต้ทะเลในระหว่างที่แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางเหล่าฝูงปลาในแนวปะการังหลากหลายชนิด อาทิ ปลาทองทะเล (Orange Basslet) ปลาวัวตัวตลก (Clown triggerfish) และถ้าโชคดีอาจจะได้เจอกับ ฝูงปลาโอแถบ (Skipjack tuna) และฝูงปลากระเบนปีศาจ (Devil ray) อีกด้วย

 

  1. สำรวจเอ็มบูดู แคนยอน (Emboodhoo Canyon)

เอ็มบูดู แคนยอน (Emboodhoo Canyon) เป็นอีกหนึ่งบริเวณเหมาะสำหรับการดำน้ำลึกเช่นเดียวกัน ที่ความลึก 18 เมตร ท่านจะได้ตื่นตาไปกับหุบผาชันใต้น้ำ นับเป็นขุมทรัพย์แห่งประสบการณ์ใหม่ๆ ที่รอให้นักดำน้ำมาค้นพบ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่นักดำน้ำสามารถเจอกับสัตว์น้ำหายาก อาทิ ฉลามครีบขาว (Whitetip reef shark) กระเบนธง (Stingray) และปลานโปเลียน (Humphead wrasse)

ไม่ว่าจะเป็นนักดำน้ำที่ตั้งใจมามัลดีฟส์เพื่อมาสำรวจความงดงามของโลกใต้ทะเล หรือเป็นผู้เริ่มต้นดำน้ำที่กำลังสนใจอยากจะเปิดโลกทัศน์ใหม่ รับรองว่าครอสโร้ดส์ และ 8 สิ่งมหัศจรรย์แห่งมัลดีฟส์จะสามารถนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่ผู้มาเยือนทุกท่านได้อย่างแน่นอน แค่เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำให้พร้อม แล้วไปกันเลย!

เกี่ยวกับโครงการ ครอสโร้ดส์ (CROSSROADS)

การพัฒนาโครงการ ครอสโร้ดส์ คือ การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในมัลดีฟส์ ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนหย่อนใจและสันทนาการที่ครบวงจรแห่งแรก เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวจากทั่วทุกมุมโลก ตัวโครงการได้รับแรงบันดาลใจมาจากการผสานวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกบนเส้นทางการเดินเรือผ่านเส้นทางสายไหมทางทะเลในสมัยโบราณ ตั้งอยู่บนหมู่เกาะที่มีความยาว 7 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางโดยเรือเร็วเพียง 15 นาทีจากสนามบินนานาชาติเวลานา นับเป็นการมอบประสบการณ์อันแตกต่างให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักอาศัยในเมืองหลวงแห่งนี้ โดยในโครงการประกอบด้วย ท่าเทียบเรือยอชท์สุดหรู 30 ท่า โรงแรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงการนำเสนอความบันเทิงหลากหลายรูปแบบอย่างลงตัวไม่ว่าจะเป็น บีชคลับระดับลักชัวรี  ร้านค้าและร้านอาหารชั้นเลิศ นอกจากนี้ยังมีศูนย์วัฒนธรรมมัลดีฟส์ที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน และงานฝีมือท้องถิ่นของชาวมัลดีฟส์ รวมถึงศูนย์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลที่ช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศทางทะเลของมัลดีฟส์ ให้ ครอสโร้ดส์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบยั่งยืนอย่างแท้จริง

โรงงานช็อคโกแล็ต Shiroi Koibito Park สวยดั่งเทพนิยาย แห่งเมืองซัปโปโร #TEDRJapan #Sapporo #Hokkaido #ShiroiKoibitoPark

Shiroi Koibito Park เป็นแหล่งท่องเที่ยวธีมพาร์ค ในเมืองซัปโปโร ที่ประกอบด้วยหลายส่วนให้ได้เยี่ยมชม อย่าง “Ishiya Chocolate Factory” ที่เป็นโรงงานผลิตช็อกโกแลตอันเลื่องชื่ออย่าง Shiroi Koibito Cookie ของฝากยอดนิยม ของเกาะฮอกไกโด ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงโรงงานผลิตช็อคโกแล็ตเท่านั้น และยังเปิดให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้เข้าชมวิธีการผลิตแบบเห็นกระบวนการอย่างชัดเจน รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์ของสะสมล้ำค่าให้ได้เดินดูเพลินๆอีกด้วย

ี่ขาดไม่ได้รอบบริเวณของโรงงานยังมีสวนกว้าง ที่ในฤดูร้อน ต้นไม้ ดอกไม้ จะบานอวดสีสันสวยงามมากๆ ไฮไลท์เด็ดของสวนหนีไม่พ้นหอนาฬิกาที่ไม่ใช่หอนาฬิกาธรรมดา เนื่องจากทุกชั่วโมง จะมีโชว์ตุ๊กตาเต้นระบำ ทั้งบนหอ และรอบบริเวณสวน แบบสัมพันธ์กัน น่ารักมากๆ โดยโชว์จะใช้เวลา 10 นาที ใครไปเที่ยวห้ามพลาดชมเด็ดขาด

เดินดูรอบๆแล้วก็ถึงเวลาหาของอร่อยๆทานกัน ที่นี่มีคาเฟ่ขนาดใหญ่ Chocolate Lounge Oxford ที่ขายขนมหวาน กาแฟ และ ช็อคโกแล็ต หลากหลายเมนู ส่วนผมเลือกชิม White Roll Cake เค้กเนื้อนุ่มฟูที่สอดไส้ไวท์ช็อคโกแล็ต เสิร์ฟพร้อมผลไม้สดๆ และเมื่อมาโรงงานช็อคโกแล็ตทั้งที ไม่พลาดสั่งเครื่องดื่มช็อคโกแล็ตร้อนๆ มาดื่มคู่กัน ฟินสุดๆเลย

และสุดท้ายที่นี่ยังเป็นสนามฝึกซ้อมของทีมฟุตบอล Consadole Sapporo ที่ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย สังกัดอยู่ด้วย ถ้าบังเอิญทีมมาซ้อมก็แวะไปให้กำลังใจหนุ่มเจกันได้อีกด้วย

Shiroikoibito Park

เวลา : 9.00-18.00 ซื้อตั๋วเข้าชมได้ถึง 17.00 น.
โทร: +81-11-666-1481
ที่อยู่: Miyanosawa 2-jo 2-chome, Nishi-ku, Sapporo
เวบไซต์: http://www.shiroikoibitopark.jp/english/
Subway Miyanosawa เดินต่อ 7 นาที

บริเวณสวน

ส่วนของพิพิธภัณฑ์ และ โรงงานช็อคโกแล็ต

คาเฟ่ Chocolate Lounge-Oxford

ของฝาก

พาเดินชมเดินชิลล์ย่าน Williamsburg ฝั่ง Brooklyn ,NewYork

Williamsburg

หลังจากตัดสินใจจะไป New York ผมก็เริ่มค้นหาที่ท่องเที่ยวที่ชาวนิวยอร์กเกอร์มักจะไปแฮงก์เอ้าท์ เดินชิลล์ๆกัน Williamsburg ใน เขต Brooklyn เป็น 1 สถานที่ที่ทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยากเลยที่จะใส่ลงไปในแผนการเดินทางเที่ยวเมืองนิวยอร์กครั้งนี้

Williamsburg เป็นย่านชุมชนที่อยู่ทางฝั่ง Brooklyn ช่วงปลายยุค 90s พื้นที่บริเวณนี้จะเป็นแหล่งรวมของชาว Hipster ซึ่งจะมีงานอาร์ตและแกลเลอรี่ให้เห็นทั่วบริเวณ

สำหรับใครที่ชอบเดินชมสถาปัตยกรรม ที่นี่คือสวรค์ของคนรักงานสไตล์ลอฟท์ ย่านที่มีเอกลักษณ์ทั้งตึกรามบ้านช่อง และการแต่งตัวของคนแถวนั้น ในย่านนี้เรียกว่ามีทุกอย่างครบตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ งานแฮนด์เมด สามารถเดินชมทั่วทุกตรอกซอกซอย แต่จะมีโซนเดินช็อปปิ้งกันได้เพลินๆ ช่วงถนน Bedford N 3rd ถึง N 11st ในช่วงหน้าร้อนเค้าจะมี Flea Market หรือตลาดนัดกลางแจ้งตั้งแผงขายกันบริเวณริมแม่น้ำชิลๆด้วย

สรุปสั้นๆ Williamsburg เป็นดั่งเมกกะของเหล่า hipster ที่นี่เป็นบ้านของวงดนตรีนอกกระแสแทบจะทุกแนวเพลง ศิลปินทุกแขนง เป็นที่ตั้งของโรงละครอินดี้, แกลอรี่ศิลปะ, เทศกาลดนตรี, flea-market เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านกาแฟที่คั่วกาแฟใหม่หอมๆให้จิบตอนสาย และมี craft เบียร์สูตรพิเศษ จึงได้ครองตำแหน่งย่านที่ฮิปที่สุดในโลกไปครอง

การเดินทางก็แสนง่ายเพียงนั่ง รถไฟสาย L จาก Manhattan iมาลงที่สถานี Bedford Avenue

     

พาชิมกาแฟ ส่องบาริสต้าหล่อ 2 คาเฟ่ดังย่านสาธร Ground Coffee และ Lots.Sathon

หลายคนอาจจะหลงไหลในรสชาติกาแฟบางคนหลงไหลในบรรยากาศชิลล์ๆแต่ก็มีบางครั้งที่ได้ส่องบาริสต้า (Cute Barista) เป็นของแถมให้ชื่นใจระหว่างนั่งชิลล์พร้อมดื่มด่ำรสชาติของกาแฟแก้วโปรด

วันนี้เราจะพาไป 2 คาเฟ่ย่านสาธร ที่มีบาริสต้า ทั้งหล่อ และ น่ารัก ประจำการอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Ground Coffee และ Lots.Sathon ซึ่งทั้งสองร้านนั้นไม่ไกลกันมาก สามารถเดินถึงกันได้ไม่เหนื่อย จึงทำให้สาวๆฟินได้พร้อมกันในวันเดียว

มาเริ่มต้นที่ร้านแรกกันก่อน ที่ร้าน Ground Coffee ร้านนี้มีบาริสต้าชื่อ แม็ก หนุ่มหน้าตี๋คล้ายไอดอลเกาหลี โอปป้า ซารางเฮโย นอกจากเป็นบาริสต้า เขายังเป็นโมเดล นายแบบหุ่นดี จาก Magnet Model อีกด้วย

การเดินทางมาร้าน Ground Coffee ไม่ยากเลย ร้านตั้งอยู่จากปากซอยสาธร 11 เพียง 100 เมตร สามารถเดินชิลล์ๆจาก BTS สถานีสุรศักดิ์ ประมาณ 600 เมตรเดินเข้าซอยมาร้านจะอยู่ด้านขวามือ

ที่ร้าน Ground Coffee มีเมล็ดกาแฟให้เลือก 2 ชนิด ได้แก่ Lighter Blend ให้ความสดชื่น ชุ่มคอ ด้วยรสและกลิ่นหอมแบบผลไม้ที่มีความหวานฉ่ำ และอมเปรี้ยวเบา ๆ และ Stronger Blend หอมเข้มเต็มรสชาติ โดดเด่นด้วยกลิ่นดาร์กช็อกโกแลต ที่แฝงกลิ่นวานิลลาและคาราเมล นอกจากนี้ยังมี Filter Coffee โดยใช้กาแฟ Single Origin แบบพรีเมียมจากฟาร์มที่มีชื่อเสียงทั่วโลกให้ลูกค้าได้ลองชิม 

วันนี้เราได้ลองชิม RIP (Rest in Peach) น้ำพีชสูตรเข้มข้น ราดเอสเพรสโซช็อต (Lighter Blend) ได้ความขมที่ตัดรสชาติเข้ากับความหวานของพีชแบบพอดิบพอดี ให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ทานคู่กับ Chocolate Tart ที่ชั้นบนเป็นช็อคโกแล็คแน่นเต็มคำที่ท็อปปิ้งด้วยบลูเบอร์รี่ และ สตรอวเบอร์รี่ ทานแล้วเข้ากั๊นเข้ากัน

ภาพในร้านตกแต่งสไตล์ดิบเท่ เมื่อเข้ามาจะพบกับเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ ทางขวามือเป็นตู้เบเกอรี่ รอบ ๆ ร้านล้อมรอบด้วยกระจกใส ซึ่งจำลองมาจากครัวและ Pantry ที่บ้าน เดินเข้าไปด้านในจะเป็นกระจกบานใหญ่ ที่สามารถมองเห็น Courtyard และร้าน The Yard Restaurant

ที่ร้านยังมีน้องหมา 2 ตัว เจ้าคูเปอร์ และ  เบนโตะ ของเจ้าของร้านที่มาสร้างสีสันให้กับคนที่มาร้านได้อมยิ้มไปกับความน่ารัก แสนซน ซึ่งทั้งสองตัววิ่งเล่นกันด้วยพลังล้นเหลือ ซึ่งใครๆก็อยากจะถ่ายรูปด้วย

ออกจากร้าน Ground Coffee เดินมาทางแยกสาธร นราธิวาส เดินข้ามสะพานลอยเพื่อไปยังฝั่งตรงข้ามแล้วเลี้ยวขวาไปยังซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 เดินเข้าซอยไปนิดเดียวจะเห็นคาเฟ่ Lots.Sathon สีขาวโดดเด่นอยู่ด้านขวามือ

Lots มาจากคำว่า Parking Lots หรือลานจอดรถ เพราะตรงนี้เป็นลานจอดรถกว้างใหญ่ แต่เมื่อนำตู้คอนเทนเนอร์สีขาวมาตั้ง เลยกลายเป็นคาเฟ่สุดเท่สีขาวสไตล์มินิมอล ที่มีมากกว่าลานจอดรถจนอาจจะแปล Lots ว่า มากมายก็ได้ ในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ ทำให้มีบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง สามารถหามุมถ่ายภาพเก๋ๆได้หลายมุม มีบันไดให้ขึ้นไปบนดาดฟ้า เพื่อนั่งจิบกาแฟมองตึก และท้องฟ้าได้อีกด้วย

ที่นี่นอกจากจะมีกาแฟที่คัดสรรมาให้ได้เสพกันอย่างพิถีพิถันแล้ว ยังมีเบเกอรี่ แบบ Home Made สดใหม่ทุกเช้า จากร้าน Boss Bakery อีกด้วย วันนี้เราเลือกดื่มกาแฟดริปที่คัดสรรเมล็ดกาแฟแบบ Single Origin แบบพรีเมียมจากบราซิลให้รสชาติหอมถั่ว กินแล้วสดชื่นมากๆ

นอกจากนั้นสิ่งที่เราตามหาคือบาริสต้าสุดน่ารัก เกล้า ดีกรีนักเรียนการบินจากรั้วมหาวิทยาลัยรังสิตที่ใครเห็นต้องตกหลุมรักความเท่ของน้องเค้า

และนี่คือ 2ร้านเด็ดที่ไม่ได้มีเฉพาะกาแฟและขนมแต่ยังมีบาริสต้าให้ได้แอบมองเติมความสดใสให้สาวๆได้อีกด้วย

แม็ก  ร้าน Ground Coffee IG @m.xzm
เกล้า ร้าน Lost.Sathon IG : @klao_pattaradit

 

ชวนเที่ยวชิลๆ ที่เมืองโคริยามะ (KORIYAMA) เมืองธรรมชาติไม่ไกลจากโตเกียว

โคริยามะ (KORIYAMA) เมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ น่าเที่ยวในจังหวัดฟุคุชิมะ (FUKISHIMA) ไม่ไกลจากโตเกียว (TOKYO) การเดินทางมา Koriyama ไม่ยากเลยให้นั่งรถไฟชินคันเซนมาลง Koriyama station ใช้เวลาประมาณ 80 นาที สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองโคริยามะ แนะนำให้เช่ารถขับ หรือสามารถใช้บริการรถบัสไปตามสถานที่เที่ยวในเมืองโคริยามะและเมืองใกล้เคียง จะได้บรรยากาศที่แตกต่างออกไป สถานที่น่าสนใจในโคริยามะที่คุณอาจไม่เคยรู้ไม่ก่อน อาทิ

Takashiba Dekoyashiki Honke Daikokuya

Deko หรือตุ๊กตากระดาษ เป็นของขึ้นชื่อของเมืองโคริยามะ การทำตุ๊กตากระดาษแบบโบราณที่มีมากว่า 300 ปีโดยคุณ  Shoichi Hashimoto กระดาษที่ใช้ทำเป็นกระดาษ washi ที่ใช้เฉพาะ การทำตุ๊กตากระดาษนั้นรวมทุกขั้นตอนตั้งแต่แปะกระดาษ ทาสีตกแต่ง ค่อนข้างใช้เวลานาน อย่างต่ำประมาณ 1 สัปดาห์ ที่นี่สามารถให้เรามาลองทาสีตกแต่งตุ๊กตาด้วยเองได้ และจะได้ตุ๊กตาไม่เหมือนใครที่เป็นของตัวเองโดยเฉพาะ สนุกและเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับใครที่อยากมาเรียนรู้ศิลปะโบราณของญี่ปุ่น

http://dekoyashiki-daikokuya.co.jp/

Nonbiri Onsen Bekkan Iwana no Sato

ฟาร์มอัลปาก้าที่แสนผ่อนคลาย บรรยากาศธรรมชาติ คุณสามารถมาได้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม มีเพียงกล่องบริจาคที่ไว้สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารสัตว์และบำรุงอุปกรณ์ต่างๆ  คุณสามารถให้อาหารฝูงอัลปาก้าได้อย่างใกล้ชิด  นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมสนุกๆ อย่างการตกปลาอิวาเนะ   และสามารถนำปลาที่ตกได้มาทำอาหารกินได้อย่างเอร็ดอร่อย เหมาะกับการมาเป็นครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่รักธรรมชาติและชอบทำกิจกรรม ที่นี่ยังมีที่พักโฮมสเตย์, ร้านคาเฟ่ และออนเซน อีกด้วย  ถ้ามาที่นี่แนะนำเมนูการ์เรต แป้งที่ทำอย่างแป้งโซบะ กรอบๆ นุ่มๆ รสชาติดีมาก

http://tadafuku.com/shop/alpaca/

Grimm World  

Cream Box ขนมดังขึ้นชื่อประจำเมืองโคริยามะที่ใครมาถึงแล้วไม่ควรพลาดความอร่อย ทั่วเมืองมีร้านเบเกอรี่ที่ขาย Cream Box ประมาณ 18 ร้าน  แต่ที่  Grimm World  เป็นร้านที่มีชื่อ ตกแต่งร้านสบายๆ สวยงาม ทันสมัย มี Cream Box 2 แบบ คือหน้าครีมนม และครีมกาแฟ แป้งขนมปังกรอบนอกนุ่มใน ผสมเมเปิ้ลรสชาติอร่อย ครีมนุ่มละมุ่นลิ้น  ทำใหม่ๆ สดๆ วันต่อวัน ร้านมีทั้งหมด 5 สาขาทั่วฟูคุชิมะ นอกจากนี้ยังมีขนมปังและเค้กอื่นๆ อีกมากมาย ต้องมาลองแล้วจะรู้ว่าเด็ดจริง

FB: Grimmworld tomitanishi

 

Waraku Café

ร้านคาเฟ่ ที่ภายในร้านมีชุดกิโมโนและยูกาตะมากมาย เพียงแค่ทานอาหารในร้าน ทางร้านยินดีให้บริการสวมกิโมโนฟรี สามารถใส่ถ่ายรูปในร้านหรือเดินเที่ยวเล่นบริเวณใกล้เคียงเพื่อถ่ายรูปได้ทั้งวัน  ในส่วนอาหารเป็นข้าวกล้องเอนไซม์ผสมถั่วแดง รสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพ และยังมีขนมหวานแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมให้ลิ้มลอง อีกทั้งมีสื้อผ้า กระเป๋า แบรนด์ที่ไม่สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าอื่น ๆ ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการแต่งตัว ซื้อของ ทานอาหาร ได้อย่างดี

http://hukujyuen.com/index.php?warakucafe#navigator

Hotel Listel Inawashiro

สกีรีสอร์ท ท่ามกลางธรรมชาติ สงบ ตั้งอยู่ใน Inawashiro ในเขตฟุกุชิมะ ที่พักมีทางออกสู่ลานเล่นสกี อุปกรณ์กีฬาทางน้ำ ห้องอาหาร บาร์ ออนเซน และสวนน้ำ สามารถสนุกสนานได้ทั้งวัน ลานสกีกว้าง สนุกได้ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ มีทั้งสกี สโนว์บอร์ด สเลดช และมีคอร์สเรียนสกีสำหรับผู้ที่สนใจด้วย เดินทางโดยลงสถานี Inawashiro จะมีบริการ Shuttle Bus ไป-กลับโรงแรม สำหรับลูกค้าโรงแรม มีบริการรถบัสจากสถานีโตเกียวเลย

http://www.listel-inawashiro.jp/

Restaurant Dolphin

TAMURA YASAI CURRYร้านข้าวแกงกะหรี่ที่พิเศษไม่เหมือนใคร (ในเมืองทามูระ ไม่ไกลจากเมืองโคริยามะ)  เพราะใส่ผัก 8 สีตามฤดูกาล น้ำซุปมาจากผัก ซึ่งเป็นผักที่ทางร้านปลูกเอง เปิดมาแล้ว 30ปี ก่อนหน้านี้เป็นเพียงข้าวแกงกะหรี่ทั่วไป เมื่อ 3 ปีที่แล้วทางร้าน เริ่มนำผักมาใส่ในเมนู ขอบอกว่า อร่อยมาก!!! ไม่ควรพลาดจริงๆ เดินทางมาไม่ยากเลย ลงสถานี TAMURA เดินมาแค่ 2-3 นาทีเท่านั้น

http://www7.plala.or.jp/rest-dolphin/

นอกจากเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นอย่างโตเกียว ฮอกไกโด ที่คนนิยมไปเที่ยวแล้ว ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสธรรมชาติ ความสงบ แบบสบายๆ ลองแวะมาที่โคริยามะ เมืองเล็กๆ ที่น่าสนใจทั้งวิว อาหาร กิจกรรมต่างๆ ได้ แล้วคุณจะรักเมืองนี้